Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ทารก

5 โรคยอดฮิตของเด็กแรกเกิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,202,497 คน

5 โรคยอดฮิตของเด็กแรกเกิด

ลูกเปรียบเสมือนเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ เมื่อทารกเกิดมาก็็ย่อมคาดหวังว่าจะมีสุขภาพที่แข็งแรงหรือที่เรียกกันว่า “ครบสามสิบสอง” แต่ทั้งนี้เด็กแรกเกิดยังมีโอกาสเจ็บป่วยได้เช่นกัน แม้ว่าคุณแม่จะมีสุขภาพดีก็ตาม ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับ “5 โรคยอดฮิตของเด็กแรกเกิด” เพื่อศึกษาและหาวิธีป้องกันก่อนที่จะเป็นอันตรายแก่ลูกน้อยนั่นเอง

ภาวะตัวเหลืองในทารก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad

โดยปกติเด็กแรกเกิดทุกคนจะมีอาการตัวเหลือง อาจจะมากบ้างหรือน้อยบ้าง โดยมักจะพบว่ามีอาการตัวเหลืองมากที่สุดระยะ 3 – 4 วัน หลังเกิด ซึ่งคุณแม่จะต้องหมั่นสังเกตว่าลูกมีอาการตัวเหลืองมากจนถึงกับต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัยว่าไม่เป็นอันตรายต่อทารกหรือไม่

เนื่องจากถ้ามีอาการตัวเหลืองมากในระดับที่เป็นพิษต่อเนื้อสมอง อาจจะสร้างความเสียหายกับสมองถึงขั้น “สมองพิการ” ทำให้ทารกมีอาการชัก หลังแอ่น แขนขามีอาการบิดเกร็ง และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือถ้ายังมีชีวิตอยู่จะมีผลในระยะยาวอย่างเช่นการได้ยินบกพร่อง แขนขามีอาการเกร็งผิดปกติ และภาวะปัญญาอ่อน เป็นต้น

เด็กแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลืองจะเกิดจากปัจจัยเสี่ยงอันได้แก่ ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทารกที่มีกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกับคุณแม่ ทารกที่เจ็บป่วยเป็นโรคหรือภาวะที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย โดยเฉพาะภาวะพร่องจี 6 พีดี (G-6PD deficiency) ทารกได้รับน้ำนมแม่ไม่เพียงพอแล้วมีน้ำหนักตัวลดลง รวมถึงคุณแม่ที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับบุตรที่ต้องได้รับการส่องไฟ เพื่อรักษาภาวะตัวเหลืองในทารกมาก่อน

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดเช่นกัน โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ โรคหัวใจพิการชนิดมีภาวะตัวเขียว และโรคหัวใจพิการชนิดไม่มีภาวะตัวเขียว ซึ่งจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้ชัดคือ ริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ จมูกบาน หายใจแรงและเร็ว ดูเหนื่อย หน้าอกบุ๋ม ซี่โครงบาน ตัวเย็น มือเท้าเย็น ดูดนมได้ไม่นานแล้วหยุดเป็นพักๆ

เด็กแรกเกิดบางรายที่แพทย์อาจตรวจพบว่า มีเสียงหัวใจทำงานผิดปกติตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล หรือ อาจจะตรวจไม่พบและไม่มีอาการแสดงออกอย่างชัดเจนก็ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิด

เป็นอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยพอสมควรของเด็กแรกเกิดในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการบริโภคแร่ธาตุไอโอดีนน้อย จะพบราวๆ อัตราส่วน 1 : 3,000 ในพื้นที่ทั่วไป และอัตราส่วน 1 : 1,900 ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิดในเด็กแรกเกิดนี้ เป็นภาวะซ่อนเร้นที่เราไม่สามารถสังเกตความผิดปกติได้จากภายนอก และถ้าไม่ได้รับการรักษาภายใน 2 เดือนหลังคลอด จะยิ่งทำให้เป็นผลเสียอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการของการเจริญเติบโตและระบบการทำงานของสมอง แล้วเด็กแรกเกิดจะกลายเป็นภาวะปัญญาอ่อนในที่สุด

จริงๆ แล้วโรคนี้เราสามารถป้องกันได้อย่างง่ายๆ โดยคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุไอโอดีนให้เพียงพอ และตรวจเลือดทารกก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งในปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองโรคนี้ได้อย่างสมบูรณ์ หากพบว่ามีความน่าสงสัยจะต้องรีบพาทารกกลับมาตรวจซ้ำ เพื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและลดความเสี่ยงหรือป้องกันต่อภาวะปัญญาอ่อน

ภาวะติดเชื้อในทารก

ด้วยเหตุที่เด็กแรกเกิดส่วนใหญ่ยังคงมีภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานต่ำ โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักตัวน้อย จะทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อสูงและเสี่ยงต่อการลุกลามไปยังบริเวณอวัยวะสำคัญ อย่างเช่นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad

โดยทารกที่ประสบกับภาวะติดเชื้อจะมีอาการซึม นอนนิ่งๆ ไม่ค่อยขยับตัว ตัวเย็น หายใจเร็วหรือหยุดหายใจจนตัวเขียวซีด ดูดนมได้น้อย บางรายอาจมีไข้หรือมีอาการเกร็งกระตุก หรือหากติดเชื้ออย่างรุนแรงอาจทำให้ความดันเลือดต่ำหรือถึงกับช็อกจนมีโอกาสเสียชีวิตได้

ภาวะลำไส้ขาดเลือดจากการบิดขั้ว

เกิดจากการจัดเรียงตัวของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ที่มีลักษณะผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด จึงทำให้เส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงผนังลำไส้เกิดการบิดขั้ว แล้วส่งผลให้ลำไส้อยู่ในภาวะขาดเลือด ซึ่งพบในเด็กแรกเกิดได้ไม่บ่อยเท่าโรคที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้าได้รับการรักษาล่าช้าเกินไป อาจจะทำให้ทารกเสียชีวิตได้

โดยทารกจะมีลักษณะปกติทุกอย่าง แต่จะเริ่มมีอาการท้องอืด อาเจียน และถ่ายเป็นเลือด ถ้าปล่อยไว้จะทำให้เด็กมีอาการซึม ตัวซีด มีภาวะช็อก และเสียชีวิตในที่สุด หากไม่รีบรักษาด้วยการผ่าตัดโดยด่วน

เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กแรกเกิดคลอดออกมาแล้ว คุณแม่ควรต้องหมั่นสังเกตลักษณะและอาการของลูกอยู่เสมอ พร้อมกับเอาใจใส่และเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ ก็จะทำให้เขาเติบโตมีชีวิตที่ดีและสุขภาพแข็งแรง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป