Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ปฐมพยาบาล

การห้ามเลือดและดูแลบาดแผล

วิธีการปฐมพยาบาลบาดแผลและการห้ามเลือด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,255,659 คน

การห้ามเลือดและดูแลบาดแผล

เมื่อร่างกายของคุณเกิดบาดแผลจนมีเลือดออก นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อโรค และทำให้สิ่งสกปรกที่คุณมองไม่เห็นเข้าไปอยู่ในแผลได้ ดังนั้นการรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดบาดแผลจนเลือดออกจึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาเอาไว้ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทัน ไม่ตื่นตระหนก และรู้ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องว่า ควรทำอย่างไร

การห้ามเลือด

การห้ามเลือดอย่างถูกวิธีจำเป็นต้องคำนึงถึงความสะอาดของแผล การทำให้เลือดหยุดให้เร็วที่สุด และมีข้อควรระวังบางอย่างที่ผู้ปฐมพยาบาลต้องระมัดระวัง

  • ให้ใช้มือกดบนแผลด้วยผ้าสะอาด ผ้าก๊อซ หรือทิชชู่ จนกว่าเลือดจะหยุดไหล 
  • หากเลือดไหลซึมบริเวณผ้า อย่าเปลี่ยนผ้า แต่ให้นำผ้าใหม่อีกผืนมากดทับลงไปบนผ้าเดิม และห้ามหยุดกดแผล
  • หากเป็นแผลบริเวณขาหรือแขน ให้ยกขา หรือแขนให้สูงกว่าหัวใจถ้าเป็นไปได้ เพื่อช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น 
  • ต้องล้างมือทั้งหลังห้ามเลือด และก่อนที่จะทำแผล 
  • ห้ามใช้เชือกรัดแผล นอกจากในกรณีที่ห้ามเลือดโดยวิธีกดแผลแล้วไม่ได้ผล

การทำความสะอาดแผล

ให้ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำอุ่น โดยล้างสบู่ออกให้สะอาดเพื่อป้องกันการระคายเคือง และไม่ควรใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) หรือ ไอโอดีน เนื่องจากอาจไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณบาดแผลได้

การทำแผล

ใช้ครีมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียทาลงบนแผล เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อบริเวณแผล จากนั้นปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าปิดแผลที่สะอาด และให้เปลี่ยนผ้าปิดแผลหรือพลาสเตอร์ใหม่ทุกวัน เพื่อให้แผลแห้งและสะอาดอยู่เสมอ

แผลแบบไหนที่ควรนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อเกิดบาดแผลเลือดไหลที่ไม่ร้ายแรง การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอาจเพียงพอสำหรับป้องกันไม่ให้เลือดหยุดไหล และไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลได้ แต่ก็ยังมีแผลบางรูปแบบ หรืออาการเลือดออกที่ผิดปกติ รวมถึงบริเวณอวัยวะที่เกิดบาดแผลซึ่งต้องได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์เท่านั้น เช่น 

  • มีเลือดไหลออกจากแผลมากผิดปกติ
  • มีเลือดออกภายใน
  • เป็นแผลที่ช่องท้อง หรือบริเวณหน้าอก
  • เลือดยังไม่หยุดไหลภายใน 10 นาทีหลังจากพยายามห้ามเลือดแล้ว
  • มีเลือดพุ่งออกจากแผล
  • แผลมีขอบเปิด หรือแผลกว้าง
  • เป็นแผลบริเวณบนใบหน้า
  • มีสิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของต่างๆ อยู่ในแผล
  • แผลเริ่มมีการติดเชื้อ เช่น มีอาการแดง บวมบริเวณแผล มีหนอง หรือมีไข้ขึ้น
  • รู้สึกชาไปทั่วบริเวณแผล 
  • มีรอยแดงรอบแผล
  • เป็นบาดแผลถูกแทง หรือแผลลึก 
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บยังไม่เคยได้รับวัคซีนบาดทะยักมาก่อนในระยะเวลา 5 ปี

จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการปฐมพยาบาลเมื่อบาดแผลมีเลือดออกไม่ได้มีความซับซ้อนมากมายนัก เพียงแต่ต้องรู้วิธีการห้ามเลือดที่ถูกวิธี การทำให้แผลสะอาด และอาจต้องสังเกตลักษณะของแผลว่ามีความร้ายแรงมากขนาดไหน เพียงเท่านี้บาดแผลก็จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง สะอาดและไม่ลุกลามไปถึงการติดเชื้อได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
สาเหตุของการเป็นลม
สาเหตุของการเป็นลม

ทำไมถึงมีอาการหมดสติล้มพับ

ระวังโรคปลายประสาทอักเสบ อาการชา ร้อนวูบวาบ หลังตื่นนอน
ระวังโรคปลายประสาทอักเสบ อาการชา ร้อนวูบวาบ หลังตื่นนอน

รวม 5 สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปลายประสาทอักเสบ และวิธีการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง

อาการโรคมือเท้าชาแบบต่างๆ สัญญาณเตือนภัยของหลายโรค
อาการโรคมือเท้าชาแบบต่างๆ สัญญาณเตือนภัยของหลายโรค

อาการมือเท้าชา บางครั้งไม่ใช่การขาดวิตามินแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย

ดูในแอป