การเสพติด

FOMO! Fear of Missing Out! โรคยุคใหม่ของคนกลัวตกกระแส

เคยได้ยินไหม? โรคกลัวการตกกระแส หรือในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Fear of Missing Out!
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
FOMO! Fear of Missing Out! โรคยุคใหม่ของคนกลัวตกกระแส

เคยได้ยินไหม? โรคกลัวการตกกระแส หรือในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Fear of Missing Out! ซึ่งต้นเหตุหลักของโรคยุคใหม่นี้ น่าจะมาจาก “อินเทอร์เน็ต” ซึ่งเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตทำให้เราทุกคนเข้าถึงข่าวสาร สาระความรู้ ความบันเทิง ความสนุกสนาน และอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วชนิดที่ว่าทันใจวัยโจ๋สุด ๆ ส่งผลให้หลายคนรู้สึกเสพติดกับการได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีเข้ามาอย่างไม่ขาดสายผ่านอินเทอร์เน็ตนี้โดยไม่รู้ตัว บางคนอาจคาดไม่ถึงว่าพฤติกรรมที่ตนเองทำเป็นประจำ จัดเป็นโรคอย่างหนึ่งที่กำลังกลายเป็น “โรคยุคใหม่” อยู่ในขณะนี้ และสัญญาณแรกเริ่มที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรค FOMO นั่นคือ เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกว่า คุณไม่สามารถพลาดข่าวเด็ดข่าวดังหรือข้อมูลสำคัญ ๆ ที่คนอื่น ๆ รู้กัน หรือหากพลาดแล้วล่ะก็ คุณจะวิตกกังวลและกลัดกลุ้มจนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต...นั่นแหละ! อาการของคุณกำลังออกลายเสียแล้ว!

แน่นอนว่า โรคนี้เกี่ยวพันกับพฤติกรรมการจับโทรศัพท์มือถือของคุณ งานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นมีผลสรุปออกมาว่า คนไทยใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรศัพท์โดยเฉลี่ยประมาณ 7-8 ชั่วโมง หรือคุณอาจลองคำนวณความถี่ในการสัมผัสโทรศัพท์มือถือของตัวคุณเองก็ได้ว่า ในหนึ่งวัน คุณหยิบเจ้าจอสี่เหลี่ยมขึ้นมาดูกี่ครั้ง เรียกได้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม คุณไม่สามารถอยู่ห่างมันได้เกินครึ่งชั่วโมง ซึ่งพฤติกรรมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป อาทิ บางคนติดนิสัยต้องตอบข้อความของเพื่อน แฟน หรือคู่สนทนาทันทีทันใดเสมอ ๆ บ้างก็คอยจับจ้องอยู่แต่เพียงยอดไลค์หรือยอดฟอลโล่ในสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ บ้างก็เสพติดการเข้าไปไถ่หน้า feed บนเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ตลอดเวลา บ้างก็รู้สึกภาคภูมิใจและรู้สึกอยู่เหนือผู้อื่นเมื่อได้รับรู้ เกาะติด และอัพเดทข่าวสารเป็นคนแรก ๆ หรือบางคนไม่สามารถออกจากบ้านโดยปราศจากมือถือ กระวนกระวายใจประหนึ่งโทรศัพท์มือถือเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของร่างกาย (แต่ในกรณีติดต่องานผ่านโทรศัพท์มือถือ อาจนับเป็นกรณีพิเศษ) รวมไปถึงการชอบแสดงความคิดเห็นในทุกปมปัญหา ข่าวร้อนทั้งหลายแหล หรือที่สมัยนี้เรียกกันว่า ทุกประเด็นดราม่านั่นแหละ แต่กลับทนไม่ได้กับการถูกผู้อื่นมาตำหนิติติง เป็นต้น เหล่านี้เอง...อาการของ FOMO!

จากพฤติกรรมการเสพติดการเล่นโทรศัพท์มือถือและเสพติดข้อมูลข่าวสารตลอดเวลาข้างต้นนี้ เชื่อว่าคุณน่าจะ waste time ไปกับมันไม่น้อยทีเดียว จริงไหม? และนั่นแปลว่า เวลาที่คุณเสียไปกับการเสพติดสื่อเหล่านั้น ย่อมแลกมาด้วยการพลาดโอกาสในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่น่าเพลิดเพลินบันเทิงใจกว่า และในบางครั้ง การเสพข่าวสารดราม่าเหล่านั้น ยังทำให้คุณมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายอีกต่างหาก ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายคนอาจยังไม่เข้าข่ายเสียทีเดียว แต่อาจเริ่มมีอาการไปแล้วเกินกว่าครั้ง ดังนั้นวันนี้ เรามาช่วยกันหาทางออกกันดีกว่า...

  1. อย่าหลอกตัวเอง: ปกติแล้ว หากใครได้ยินคำว่า “โรค” ก็ล้วนแล้วแต่ไม่อยากเป็นกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นโรคที่เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมความประพฤติของตนเองแล้วล่ะก็ ยิ่งมักจะปฏิเสธทันควันเสมอ ๆ ซึ่ง FOMO ไม่ใช่โรคร้ายแรงที่มีอันตรายถึงชีวิต แต่เป็นอาการหนึ่งที่ส่งผลเสียต่ออารมณ์ จิตใจ และสภาพร่างกายในบางครา หลัก ๆ แล้ว มันจะทำให้คุณมีคุณภาพชีวิตและปริมาณความสุขลดน้อยถอยลงก็เท่านั้น หากคุณรู้ว่าคุณมีอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณจะได้แก้ไขและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันท่วงทีอย่างไรล่ะ
  2. ตีมือตัวเองทุกครั้งที่จะจับมือถือ: ก่อนจับเจ้าจอสี่เหลี่ยมทุกครั้ง ให้ตั้งสติแล้วคิดเสมอว่า คุณกำลังจะจับมันเพื่อทำงาน หรือคุณกำลังจะจับมันเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด และให้มีสติลองคำนวณการใช้คร่าว ๆ ดูว่า ความถี่ในการเหลือบมองเจ้ามือถือของคุณนั้นมีมากเกินไปหรือไม่ เพราะความจริงแล้ว คุณทั้งหลายควรละสายตาจากมัน (นาน ๆ) เสียบ้าง นอกจากจะเพื่อสุขภาพสายตาที่ดีแล้ว ยังเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้นอีกด้วย กล่าวคือ ไม่เสพติดข่าวดราม่าให้ปวดเศียรเวียนกบาลนั่นเอง
  3. ปิดโทรศัพท์มือถือให้เป็น: นอกจากบางคนจะไม่สามารถละสายตาจากจอโทรศัพท์ได้แล้ว บางคนยังถึงขั้นไม่สามารถข่มใจปิดเครื่องได้อีกด้วย ลองเถิด...ลองปิดเครื่องเสียบ้าง ให้มันได้พักหายใจ รวมถึงให้ตัวคุณได้พักกายและใจ เพื่อให้มีสติและสมาธิมากขึ้น
  4. หากิจกรรมงานอดิเรกอื่น ๆ: งานอดิเรกและกิจกรรมคลายเครียดบนโลกใบนี้ยังมีอีกมากมายหลากหลายอย่าง หาได้มีแต่ในโทรศัพท์มือถือไม่ ฉะนั้น ลองถามตัวเองดูสิว่า นอกจากการไถ่หน้าจอเพื่อติดตามข่าวสารบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค การเล่นเกมออกไลน์ หรือการแชทตอบข้อความอย่างเอาจริงเอาจังแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ นอกจอสี่เหลี่ยมที่คุณชื่นชอบอีกบ้างไหม อย่ารีบตอบว่า “ไม่!” เสียก่อนล่ะ ลองค่อย ๆ นึกดูว่า ยังมีสิ่งอื่นใดอีกบ้างที่ทำให้คุณมีความสุข เช่น ทำอาหาร ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ เดินเล่น ออกกำลังกาย นั่งพูดคุยกับคนในครอบครัว หรือการเก็บกวาดเช็ดถู จัดห้องของตน เป็นต้น
  5. การนอนคือยาวิเศษ: ช่วงก่อนนอน เป็นช่วงเวลาที่หลาย ๆ คนตั้งใจอย่างเต็มที่ว่าจะใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเสพข่าวสารบางข่าวที่ตกหล่น หรือตามตอบแชททุกคนที่เราค้างคาเอาไว้ และอื่น ๆ ชนิดที่ว่า ก่อนนอนนี่ล่ะ เวลาทองของการเล่นมือถือโดยที่ไม่มีใครรบกวน แต่รู้ไหมว่า พฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นความผิดมหันต์! เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณตั้งเป้าหมายเช่นนั้น เวลานอน 7-8 ชั่วโมงที่เหมาะสมต่อวันของคุณจะเหลือเพียง 4-5 ชั่วโมง หรือในบางรายอาจซ้ำรายไปกว่านั้น คือ เผลอไถ่เจ้าหน้าจอสี่เหลี่ยมจนโต้รุ่งไปเสียได้ ฉะนั้น คุณควรตระหนักเอาไว้ว่า การนอนคือช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถพักฟื้นได้ดีที่สุด ความเหนื่อยล้า ความเจ็บป่วย และความอ่อนเพลียต่าง ๆ จะได้รับการเยียวยา

Fear of Missing Out ไม่ใช่โรคที่น่ากลัวหรืออันตรายร้ายแรง แต่เป็นโรคที่ค่อย ๆ กัดกินอารมณ์ที่สดใส จิตใจที่เบิกบาน และความเป็นตัวคุณอย่างช้า ๆ เราไม่อยากให้คุณถูกครอบงำด้วยสื่อโซเชียลฯและข่าวสารต่าง ๆ (ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของผู้อื่น) จนบางครั้งหลงลืมความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดได้จากตัวคุณเอง...เชื่อเถอะ ลองหาเวลาที่เป็นของคุณและครอบครัว ลองหา “พื้นที่ส่วนตัว” ของคุณอันเป็นพื้นที่แห่งความสุข...ที่ปราศจากความวุ่นวายของผู้อื่น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่