Diet Advice

ไขมัน ชนิดของไขมัน ประโยชน์และโทษต่อร่างกาย


หลายคนคงอาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่าการมี ไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไปนั้นเป็นสิ่งไม่ดี เพราะมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคต่างๆ ตามมา อีกทั้งการเดินเหินไปไหนมาไหนก็ไม่มีความสะดวก เป็นเพราะมีไขมันส่วนเกินมากวนใจ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีหลายสำนักมักจะให้คำแนะนำกับผู้ที่รักในสุขภาพอยากจะมีรูปร่างที่ดีสมส่วน ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณคอเรสเตอรอลที่มากจนเกินไป เช่น อาหารจำพวกทอด หรือต้องใช้น้ำมันในจำนวนที่มากเกินความพอดี รวมถึงผู้บริโภคก็ได้ทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคหันมาเลือกบริโภคอาหารที่มีไขมันต่ำ

อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลในบางครั้งก็ย่อมต้องรับการพิสูจน์จากผู้ที่มีความรู้ ตลอดจนผู้ที่มีความเชียวชาญในด้านโภชนาการอาหาร นั่นเพราะไขมันที่เกิดขึ้นไม่ได้มีข้อเสียไปซะทั้งหมด โดยในไขมันบางชนิดมีส่วนช่วยสำคัญในการฟื้นฟูและส่งเสริมให้เราสุขภาพดีขึ้น วันนี้ เราจึงจะพามาทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับเจ้าไขมันให้มากขึ้น

 

ไขมันคืออะไร

ไขมันคือสารอาหารที่มีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ จะสังเกตเห็นได้จากในตำราที่เกี่ยวข้องได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายล้วนแล้วแต่มีไขมันเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น ในวิตามิน เอ, ดี, อี, เค ต่างก็จำเป็นต้องใช้ไขมันเป็นส่วนสำคัญในการดูดซึม นอกจากนี้ ไขมันยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยห่อหุ้มอวัยวะและกระดูก ช่วยให้ผิวหนังของเรามีความชุ่มชื่น ทั้งยังช่วยให้ร่างกายมีความอบอุ่น ในกระบวนการการสร้างไขมันนั้น ร่างกายของเรายังไม่สามารถสร้างไขมันบางชนิดได้ จำเป็นต้องได้รับไขมันบางส่วนมาจากอาหารเท่านั้น ซึ่งการได้รับไขมันในอาหารจะทำให้มีความรู้สึกอิ่มนานและเพิ่มความอร่อยให้กับอาหาร

ในบางคน มีการบริโภคไขมันสูงและบ่อยเกินไป จะทำให้เกิดเป็นไขมันสะสมในร่างกายทีละเล็กน้อย แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามาได้ โดยเฉพาะการบริโภคไขมันชนิดไม่ดีประกอบกับการได้รับสารอาหารที่ขาดความสมดุล อาทิ กินของมัน กินของหวานมาก แต่กินผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ น้อย ในทางกลับกัน ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับประชากรบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีการบริโภคไขมันสูง ซึ่งเป็นไขมันที่ได้มาจากมะกอกและน้ำมันกอกเป็นส่วนใหญ่ พบว่าประชากรกลุ่มนี้มีอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อย อาจอนุมานได้ว่าไขมันที่ประชากรกลุ่มนี้บริโภคส่วนใหญ่เป็นไขมันชนิดที่ดี อีกทั้งอาหารอื่นๆ ที่บริโภคยังให้สารอาหารที่สมดุลกว่า ได้แก่ สารอาหารจากผัก ผลไม้ ธัญพืชเป็นหลัก มีการบริโภคเนื้อปลารองลงมา ตลอดจนเนื้อสัตว์อื่นในปริมาณที่ไม่มากนัก โดยรวมแล้วเป็นอาหารตามธรรมชาติที่มีคุณค่าทั้งสิ้น

ชนิดของกรดไขมัน

ไขมัน ไม่ว่าจะในรูปแบบ “ของแข็ง” หรือ “ของเหลว” เมื่อเราได้บริโภคเข้าไปแล้วไขมันเหล่านั้นจะถูกย่อยเป็นกรดไขมันในร่างกาย ซึ่งชนิดของกรดไขมันนั้นมีความสำคัญและมีผลต่อสุขภาพหัวใจ รวมไปถึงหลอดเลือดที่ส่งผลต่อคอเลสเตอรอลในเลือดโดยตรง เวลาที่เราเดินทางไปตรวจเลือด คุณหมอจะดูระดับของไขมันหลักๆ 4 ชนิด คือ

  1. คอเลสเตอรอลรวม (ไม่ควรเกิน 200 มก./ดล.)
  2. LDL หรือ คอเลสเตอรอลไม่ดี (ไม่ควรเกิน 130 มก./ดล.)
  3. HDL หรือ คอเลสเตอรอลดี (ควรมากกว่า 45 มก./ดล.)
  4. ไตรกลีเซอไรด์ หรือ ไขมันไม่ดี (ไม่ควรเกิน 150 มก./ดล.)

เพราะฉะนั้นไขมันที่จะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล คือ LDL และ ไตรกลีเซอไรด์ จึงเป็นไขมันที่สมควรบริโภคให้น้อยที่สุด แต่ให้ทดแทนด้วยไขมันที่จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล คือ HDL ซึ่งเป็นไขมันที่ดีที่เราควรมีให้มากเข้าไว้ โดย HDL จะเป็นตัวที่ช่วยเก็บกวาดคอเลสเตอรอลที่ไม่ไดีมาทิ้งไว้ที่ตับ ทำให้ไขมันในเลือดลดลงและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันได้ดี

ประเภทของไขมัน

คราวนี้เมื่อเรารู้จักที่มา หน้าที่ และความสำคัญของไขมันกันไปแล้ว มาดูกันต่อดีกว่าว่าประเภทของไขมันนั้นแบ่งออกได้เป็นกี่ชนิด และในแต่ละชนิดนั้นมีประโยชน์ หรือโทษอย่างไรบ้าง

1. ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat)

ไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันที่มีลักษณะแข็งตัวได้ เช่น เนย ครีมเทียม เนยแข็ง ฯลฯ ไขมันสัตว์ ไขมันมะพร้าว ปาล์ม

2. ไขมันทรานส์ (Trans-Fat)

ไขมันทรานส์เป็นไขมันที่ผ่านรูปแบบการเพิ่มไฮโดรเจน (Hydrogenated) จนกลายเป็นไขมันอิ่มตัวเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นหืนที่อาจเกิดขึ้น สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น เนยถั่ว มายองเนส มาการีน และช็อคโกแลต เป็นต้น

3. ไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat)

ไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยวเป็นไขมันประเภทของเหลวในอุณหภูมิปกติ สามารถแข็งตัวได้หากอยู่ในอุณหภูมิต่ำ ได้แก่ น้ำมันมะกอก อโวคาโด คาโนลา น้ำมันเมล็ดองุ่น และน้ำมันถั่วลิสง ส่วนน้ำมันมะกอกนั้นดีต่อสุขภาพมากที่สุด

4. ไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat)

ไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อนได้แก่ น้ำมันทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา แต่ถึงแม้ว่าน้ำมันประเภทนี้จะสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ แต่ก็ยังมีสารอนุมูลอิสระที่เป็นสารทำลายเซลเป็นส่วนประกอบอยู่

หลายๆ คนมักจะเกิดความเข้าใจผิดว่า การลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องเดียวกันกับการกำจัดไขมัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น!

เมื่อเราอดอาหารจนมีน้ำหนักที่ลดลง “ไขมัน” หรือ “เซลล์ไขมัน” ที่มีอยู่ในร่างกายก็เพียงแค่หดเล็กลง แต่ไม่ได้หายไปไหนยังคงมีจำนวนที่เท่าเดิม ในขณะเดียวกัน เมื่อมีไขมันส่วนเกินเพิ่ม มันก็จะเข้าไปสะสมในเซลล์ไขมันอีกครั้ง ทำให้เกิดการขยายตัวเพื่อกักเก็บไขมันเหล่านั้น โดยสามารถขยายตัวได้ถึง 4 เท่าจากเซลล์ไขมันปกติ เมื่อเซลล์ไขมันบรรจุไขมันไว้จนเต็มจนไม่สามารถขยายเพิ่มได้อีก มันก็จะแบ่งตัวออกไปเป็นเซลล์ไขมันใหม่ ทำให้เซลล์ไขมันมีทั้งขนาดและจำนวนที่เพิ่มขึ้นในคนอ้วน

คอเลสเตอรอลในอาหารทะเล

อาหารทะเลและไข่ที่มีปริมาณคอเลสเตอรอลสูง นับว่าเป็นอาหารต้องห้ามหรือไม่ ?

 

หากใครที่ตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดสูง มักจะสันนิษฐานกันไปล่วงหน้าและระมัดระวังในการกินอาหารทะเลและไข่เป็นอันดับแรก ว่ากันว่าอาหารประเภทดังกล่าวมีส่วนประกอบที่เป็นคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งในความเป็นจริงอาหารที่ผลิตมากจากสัตว์ทุกชนิด ทั้งเนื้อ นม ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ล้วนแล้วแต่มีคอเลสเตอรอลทั้งสิ้น แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงกันในบรรดาผู้เชี่ยวชาญว่า คอเลสเตอรอลในอาหารจะมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดมากน้องเพียงใดเมื่อทำการเปรียบเทียบจากปริมาณไขมันทั้งหมด ทั้งไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลที่มีในไข่ กุ้ง และเนื้อสับ

การบริโภคไขมันอย่างถูกวิธี

ลองมาอ่านเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการเลือกบริโภคไขมันกัน ต้องยอมรับเลยว่าไขมัน หรือน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงควรต้องพิถีพิถันกับการเลือกไขมัน หรือน้ำมันที่มีประโยชน์ในการประกอบอาหาร ซึ่งคุณลักษณะที่ดี คือ ควรมีองค์ประกอบของกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ และไขมันไม่อิ่มตัวในตำแหน่งเดียวสูง ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันคาโนลา ที่มีส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยที่ไม่ลดไขมันชนิดดี อีกทั้งยังมีหน้าที่เก็บขยะจำพวกไขมันตามผนังเส้นเลือดไปยังตับและขับออกทางน้ำดี นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันในเลือด ที่เรียกว่า ไตรกลีเซอร์ไรด์ได้

การเลือกน้ำมันและวิธีการปรุงอาหาร

สำหรับการเลือกน้ำมันและวิธีการปรุงอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างในอาหารผัด หรือทอดที่ต้องใช้ความร้อนสูง เราควรใช้น้ำมันเมล็ดชาที่มีคุณสมบัติคล้ายกับน้ำมันมะกอก แต่มีจุดเดือดที่สูงกว่านำมาผัด หรือปรุงอาหาร จะได้ปริมาณไขมันที่ต่ำกว่าและปลอดภัยไร้กังวล สำหรับเนย ครีม ไขมันสัตว์ นับว่าเป็นไขมันที่ทานแล้วทำให้มีแนวโน้มเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคอ้วน และภาวะคอเลสเตอรอลสูง ฉะนั้น จึงควรทดแทนไขมันหนักเหล่านั้นด้วยการใช้ไขมันที่มีลักษณะเป็นของเหลวแทน อาทิ น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณไขมันที่เพียงพอในแต่ละวัน

 

หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานซ์

เราควรหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานซ์ ซึ่งไขมันเหล่านี้มักพบใน เนยเทียม มาร์การีน กะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เนื้อสัตว์ติดมัน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นไขมันที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ยังทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงอีกด้วย อีกทั้งยังทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่อาจนำไปสู่โรคร้ายต่างๆ ขอแนะนำว่า “อย่าลดไขมันตามแฟชั่นด้วยอาหารไขมันต่ำ” เพราะอาหารไขมันต่ำไม่หมายความว่าแคลอรี่จะต่ำลงไปด้วย

มีหลายผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ว่ามีไขมันต่ำ แต่พบว่ามีน้ำตาลและสารเพิ่มความเหนียว รวมถึงสารปรุงแต่งอื่นๆ อีกมากมาย

จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ให้พลังงานสูงกว่าอาหารที่มีไขมันตามธรรมชาติ ดังนั้น จึงต้องอ่านฉลากและพิจารณาคำแนะนำก่อนการรับประทานอย่างถี่ถ้วนก่อนเลือกซื้อมาบริโภค

ภาวะไขมันในเลือดสูง คนผอมก็เสี่ยงได้

อย่าคิดว่าไขมันในเลือดสูง หรือภาวะไขมันเกินตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจะเกิดขึ้นเฉพาะในคนที่มีน้ำหนักเกิน คนอ้วนหรือคนที่มีรูปร่างใหญ่เท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วไขมันในเลือดสูงสามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างผอม เหมือนร่างกายไม่มีไขมัน ซึ่งเราสามารถตรวจพบภาวะอันตรายดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

สาเหตุที่ทำให้คนผอมมีไขมันในเลือดสูง

สาเหตุเราไม่คาดคิดว่าคนผอมจะสามารถมีไขมันในเลือดสูงได้นั้น ก็เพราะหากเราสังเกตรูปร่างตามปกติ ไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะใต้ผิวหนังมีสัดส่วนน้อยมาก จนไม่ทำให้เกิดปัญหาทางด้านรูปร่าง แต่ก็ยังมีไขมันบางส่วนที่มันละลายอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งเป็นไขมันคนละส่วนกับที่สะสมอยู่ตรงผิวหนัง

 

โดยเฉพาะการสะสมไขมันภายในช่องท้องที่เรียกว่า "Visceral Fat" จะเป็นไขมันใต้ชั้นผิวหนังจากคนที่ชอบกินอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันในปริมาณสูง เมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็จะถูกเก็บอยู่ในอวัยวะที่อยู่ภายในช่องท้อง รวมถึงเซลล์และเนื้อเยื่อทั้งหลายในบริเวณดังกล่าว หากปริมาณไขมันมากเกินไป ก็อาจจะสังเกตได้บ้างในลักษณะของคนอ้วนลงพุง แต่ส่วนอื่นของร่างกายกลับยังเป็นสัดส่วนปกติอยู่ บางครั้งเราอาจจะพบว่าคนผอมมีปัญหาเรื่องโรคไขมันในเลือดสูงมากกว่าคนอ้วนอีกด้วย นั่นก็เป็นเพราะตำแหน่งการสะสมของไขมันมีได้หลายจุดในร่างกาย การมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถตัดสินอะไรได้ นอกจากจะใช้วิธีวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ถึงจะให้ผลแม่นยำมากที่สุด

สรุปได้ว่า “ไขมัน” ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายอย่างที่คิด เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายแต่ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายแต่ละคน ให้เลือกบริโภคไขมันชนิดที่ดีเป็นหลักร่วมกับการเลือกบริโภคอาหารอื่นๆ ที่ให้คุณค่า จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างพอเหมาะและสามารถป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ด้วย แล้วหุ่นสวยสุขภาพดีก็จะอยู่คู่กับเราตลอดไป

คำถามจากผู้อ่านเกี่ยวกับไขมัน

โรคไขมันพอกตับมีวิธีไหนบ้างคะที่จะทำให้ไขมันหลุดออกหมดจด

คำตอบ: ผู้ป่วยที่มีไขมันในตับแต่ไม่ได้มีตับอักเสบก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาค่ะ เพียงลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ลดอาหารหวาน อาหารมัน อย่ารับประทานแป้งมาก ไขมันในตับก็จะลดลงไปได้ ส่วนมากผู้ป่วยที่มาพบหมอ และได้รับคำแนะนำให้กลับไปลดน้ำหนักนั้นจะทำไม่ค่อยได้ หมอจึงต้องให้ยาช่วยซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม เช่น ยากลุ่มที่ช่วยเรื่องเบาหวานและลดไขมันในตับร่วมกันซึ่งไม่เหมือนกับยาเบาหวานทั่วไป หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูงก็ต้องได้รับยาที่ช่วยเรื่องความดันโลหิตสูงที่ช่วยลดไขมันในตับด้วย เช่นเดียวกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือด แต่จะให้ดีที่สุดก็คือ ลดอาหารหวาน ลดอาหารมัน และออกกำลังกายค่ะ - ตอบโดย วลีรักษ์ จันทร (พว.)

คำตอบ 2: ไม่มีวิธีไหนทำให้ไขมันหลุดหมดจดได้ค่ะ แต่มีวิธีช่วยลดไขมันได้ควรปฏิบัติตัวดังนี้ ถ้ามีโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดัน ก็ให้ทานยาคุมโรคให้ดีค่ะ นอกจากนั้นให้งดสุรา รับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ ลดอาหารมัน อาหารหวาน พยายามหลีกเลี่ยงการกินยาอื่นๆเสริมหรือวิตามินเสริม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไปตรวจเอนไซม์ค่าตับตามที่แพทย์นัดด้วยค่ะ - ตอบโดย นิชดา พงษ์ธัญญกรณ์ (พญ.) 

ผักผลไม้มีผลช่วยในการย่อยสลายไขมัน LDL ในเส้นเลือดไหมคะ

คำตอบ: การกินอาหาาที่มีกากใยสูงและการออกกำลังกาย จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ดียิ่งขึ้นค่ะเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคเหล่านี้ไม่หายขาด ต้องกินยาหรือควบคุมพฤติกรรมการใช้ชีวิตการกินไปตลอดชีวิต การจะควบคุมโรคได้นั้นต้องเริ่มจากการรับประทานอาหาร งดหวาน มัน เค็ม แอลกอฮอล์ หยุดบุหรี่ ออกกำลังสม่ำเสมอ จะทำให้เส้นเลือดแข็งแรงยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะหากเป็นความดันสูงหนือเบาหวานและคุมไม่ได้ในระยะยาว เส้นเลือดจะแข็ง และมีโอกาสเกิดโรคไต โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบแตกตันได้ในอนาคตค่ะ อาหารการกินนั้นสำคัญมากพอๆกับการออกกำลังกาย โดยไม่จำเป็นต้องลดปริมาณอาหารค่ะ กินให้ได้อย่างน้อย 1800 กิโลแคลเลอรี่ แต่ไม่เกิน 2500 กิโลแคลเลอรี่ต่อวัน ขึ้นกับความมากน้อยของกิจกรรมและงานที่ทำ ควรลดแป้งและของหวานของทอดลงเป็นสิ่งสำคัญ เน้นกินโปรตีน อาหารที่มีกากใยสูง ผักผลไม้ให้มากขึ้น ทั้งนี้ความหวานของอาหารนั้นขึ้นกับปริมาณน้ำตาลนะคะ ไม่ใช้เกิดจากความรู้สึกที่เราชิมแล้วไม่รู้สึกหวาน เช่นผลไม้ คนเป็นเบาหวานจะกินได้แค่ฝรั่ง แอปเปิ้ล สาลี่ แก้วมังกร สตรอเบอรี่ นอกนั้นถือเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงมากค่ะ พวกนมก็ควรกินนมจืดไขมันต่ำ นมเปรี้ยวนมถั่วเหลืองบางยี่ห้อน้ำตาลสูงพอๆกับน้ำอัดลม วิธีเลือกคือคร่าวๆ เครื่องดื่มหรืออาหารต่างที่ปริมาณเท่านมหนึ่งกล่อง 200-300 มิลลิลิตร ไม่ควรมีน้ำตาลเกิน 10 กรัมค่ะ ส่วนอาหารมันอาหารทอดนั้นรวมถึงขนม แกงใส่กะทิต่างๆด้วยค่ะ สามารถเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวน้อยมาทำอาหารได้ พวกน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกคาโนล่า นอกจากนี้การออกกำลังก็จะทำให้หลอดเลือดแข็งแรงมากขึ้นค่ะ หากเป็นเบาหวานและโรคไขมันในเลือดสูง การออกกำลังกายจะช่วยให้น้ำตาลและไขมันในเลือดลดลงได้ค่ะ โดยการออกกำลังแบบคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายนำไขมันทั่วร่างมาใช้ คาร์ดิโอคือการออกกำลังให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นถึงค่าหนึ่งเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 30 นาทีขึ้นไป นอกจาดนี้ควรออกกำลังเวทเทรนนิ่งร่วมด้วยเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อค่ะ การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเป็นเหมือนการเพิ่มเตาเผาให้ร่างกายทำให้สามารถเผาผลาญดึงพลังงานส่วนเกินมาใช้ได้มากขึ้น ทำให้ลดไขมันได้ผลเร็วกว่าออกแบบคาร์ดิโออย่างเดียวค่ะ - ตอบโดย Thitipon (MD)

สาเหตุการเกิดไขมันในเลือด

คำตอบ: การศึกษา​พบว่า ไขมัน​ในเลือด​ที่สูงขึ้น มาจาก​การสร้าง​จากตับ 70-80% มาจากอาหาร​การกิน​ภายนอก 20-30% แต่การจะลด ไขมัน​ใน​เลือด​ ก็ต้อง​ควบคุม​อาหาร​และ ออกกำลังกาย​ เป็น​หลักด้วย เจาะเลือด​ติดตาม​ ถ้ายัง​ไม่ลดลง​ ก็ต้องกินยา ลดไขมัน​ในเลือด (กลุ่ม​สแตติน) เพื่อไม่ให้​เป็น​โรค​หลอดเลือด​สมอง​และ​หัวใจ​ ตามมา​ - ตอบโดย Dr.Chaiwat​ J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

กินอย่างไรให้ไขมันในเลือดลดลง

คำตอบ: การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เป็นรากฐานสำคัญของการป้องกัน และรักษาภาวะไขมันสูงในเลือด 1. หลีกเลี่ยงอาหารพวกเนื้อสัตว์ที่ติดมัน เครื่องในสัตว์ หนังเป็ด หนังไก่ ไข่แดง ไส้กรอก กุนเชียง แฮม เบคอน หมูยอ แคบหมู อาหารทะเลบางชนิด เช่น กุ้งชนิดต่าง ๆ หอยนางรมปลาหมึกสด ปลาหมึกแห้ง ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ครีม เนยแข็ง ขนมหวานที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล และกะทิหรือมะพร้าว ขนมที่มีไขมันแฝงอยู่ เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนมกินเล่น ขนมเบเกอรี่ เช่น โดนัท เค้กหน้าครีม คุกกี้ ไอศกรีม 2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เช่น ไก่ชุปแป้งทอด กล้วยทอด ปาท่องโก๋ อาหารพวกแกงกะทิ หลนกะทิต่าง ๆ 3. หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว และไขมันที่ได้จากสัตว์ เช่น เนย มันหมู มันวัว มันไก่ เพราะน้ำมันเหล่านี้มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ให้เลือกใช้น้ำมันพืชปรุงอาหารแทนน้ำมันสัตว์ 4. พยายามปรุงอาหารโดยใช้ต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนการทอด หรือผัด เลือกอาหารประเภทต้ม ต้มยำ แกงส้ม ยำ (ต้องไม่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ) ใช้ไขมันจากพืชในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันมะกอก น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำ ประกอบอาหาร น้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นน้ำมันที่จะช่วยลดโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ 5. เลือกดื่มนมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนย แทนนมที่มีไขมันเต็มส่วน 6. เลือกรับประทานเนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยแยกเอาไขมันและหนังออกให้หมด ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวที่ไม่ขัดสีมาก ผักสดหลากหลายสีชนิดต่าง ๆ วันละ 4-5 ถ้วยตวง พืชสมุนไพร เครื่องเทศ ธัญพืชไม่ขัดสี วันละ 3 ถ้วยตวง ผลไม้ไม่หวานหลายชนิด วันละ4 ผล (ขนาดกลาง) เช่น ฝรั่ง ส้ม แอบเปิ้ล ชมพู่ กล้วย ฯลฯ 7. บริโภคปลาทะเล สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง (ประมาณ 240 กรัมสุก)เพื่อเป็นการลดเนื้อสัตว์ใหญ่ ซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ปลาทะเลมีน้ำมันปลา หรือกรดโอเมก้า 3 ช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ลดความดันโลหิต และลดไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ ข้อแนะนำในการกินปลาคือ ไม่ควรทอด เพราะจะสูญเสียน้ำมันปลาไปกับการทอด ปลาทะเลที่มีโอเมก้า3สูง เช่น ปลาทู ปลาโอ ปลากะพง ปลาทูน่า ปลาแซลมอน - ตอบโดย สุทธิวรรณ บูรณะพิมพ์ (แพทย์จีน)

เป็นคนผอม แต่อยากรู้ว่าไขมันเท่าไร

คำตอบ: ทำได้โดยการงดน้ำงดอาหารหลัง 20.00น. แล้วไปเจาะเลือดดูไขมันในเลือดได้ที่โรงพยาบาลหรือคลินิคที่บริการเจาะเลือดครับ - ตอบโดย Rattapon Amampai (Dr.)

ไขมันในเส้นเลือดจำเป็นต้องจะเพราะคนอ้วนมั้ยค่ะ

คำตอบ: ระดับไขมันในเส้นเลือด ไม่เป็นเฉพาะคนอ้วนน่ะครับ คนผอมก้อไขมันในเลือดสูงได้ คนผอม หรือ อ้วน มีโอกาสพบไขมันในเส้นเลือดสูงได้เท่าๆกัน จากพฤติกรรมการกินของแต่ละบุคคล ครับ - ตอบโดย เจริญ คำสิงห์ (พญว.)

คำตอบ 2: ไม่จำเป็นเลยค่ะ ผู้ป่วยผอมก็คลอเรสเตอรอลสูงได้ ขึ้นกับอาหารที่รับประทาน อาหารคลอเรสเตอรอลสูงได้แก่ อาหารทะเลกลุ่มกุ้ง ปู หอย ปลาหมึก ยกเว้นปลา, เนื้อสัตว์ติดมัน ขนมหวาน วิธีการปรุงอาหารโดยเฉพาะของทอดที่มาจากไขมันอิ่มตัว เช่นไก่ทอด ทอดมัน ปาท่องโก๋ กล้วยทอด พฤติกรรมการออกกำลังกายก็มีผลช่วยลดระดับไขมันคือคลอเรสเตอรอลตัวร้าย(ความหนาแน่นต่ำ) ลดลง และทำให้คลอเรสเตอรอลตัวดี (ความหนาแน่นสูง) เพิ่มขึ้น ไขมันตัวดีนี้ช่วยลดไขมันอุดตันหลอดเลือดตัวใจค่ะ ส่วนพันธุกรรมก็มีผลเช่นกัน ในครอบครัวที่มีคนผอมแต่ไขมันสูงก็อาจทำให้เป็นเหมือนกันกับญาติสายตรงได้ การรับประทานยาไขมันชนิดต่างๆ สามารถช่วยควบคุมระดับไขมันได้ แต่แนะนำให้เริ่มหลังจากปรับพฤติกรรมต่างๆ และระดับไขมันที่ควรควบคุมได้ของผู้ป่วยแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นกับความเสี่ยงของระบบหัวใจและหลอดเลือด ต้องพิจารณาอาการข้างเคียงของยาต่อร่างกาย และประสิทธิภาพในการในการร่วมมือปรับพฤติกรรมด้วยค่ะ - ตอบโดย เพชรรัตน์ แซ่ว่อง (พญ.)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ