Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การจัดการความเครียด

ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว

ไขปัญหายอดฮิตในชีวิตคู่ ว่าทำไมครอบครัวของคุณถึงเกิดความขัดแย้งขึ้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,352,127 คน

ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว

ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว

การมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักใคร่สามัคคี เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันและอยู่ด้วยกันอย่างยืนยาว คือความฝันของใครหลายคน แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีปัจจัยและสาเหตุอีกมากมายหลายประการ ที่อาจทำให้ความฝันนี้ไปไม่ถึงฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพนิสัยดั้งเดิมของแต่ละคน วัฒนธรรมของครอบครัวที่แตกต่างกันไป ภาวะเศรษฐกิจ หน้าที่การงาน การเงินภายในบ้านที่ต้องช่วยกันบริหารจัดการ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้น ยังถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่อาจนำพาไปสู่ความขัดแย้งภายในครอบครัว

โดยความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 

1. นิสัยและความเคยชินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย 

การปลูกฝังของพ่อแม่และวัฒนธรรมการเลี้ยงของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันออกไป ทำให้นิสัยทั้งฝ่ายสามีและภรรยาย่อมไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยากมาก เพราะเป็นนิสัยที่ปลูกฝังติดตัวมานานตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะเปลี่ยนได้แต่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้น คู่สามีภรรยาจะต้องยอมรับซึ่งกันละกันในข้อดีและข้อด้อยของแต่ละฝ่าย มีความอะลุ่มอล่วยและยืดหยุ่นในความแตกต่างซึ่งกันและกัน 

2. ขาดความตระหนักในบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง  

ในอดีต การแบ่งหน้าที่บทบาทของสามีภรรยาจะมีความชัดเจนคือ สามีมีหน้าที่หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว และเป็นผู้นำในการตัดสินใจต่างๆ ส่วนภรรยาจะมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานในบ้าน คอยอบรมสั่งสอนลูกๆ ให้เป็นเด็กดี แต่ในปัจจุบัน ด้วยวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป การแบ่งหน้าที่ของสามีภรรยาก็จะแล้วแต่การตกลงกันในครอบครัว และเริ่มมีคู่สามีภรรยาหลายคู่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทที่ยึดถือกันในอดีต

แต่อย่างไรก็ตาม การตระหนักถึงหน้าที่และบทบาทที่ตนเองต้องทำในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญและไม่ควรละเลย เพราะมีบทบาทหน้าที่หลายอย่างในการใช้ชีวิตคู่ที่ต้องมีการตกลงกัน ว่าฝ่ายใดจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องอะไร แล้วอีกฝ่ายจะคอยสนับสนุนได้อย่างไรบ้าง อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูแลที่อยู่อาศัย การผ่อนหนี้สินต่างๆ ที่ต้องมีการตกลงกันว่าจะบริหารการเงินอย่างไรแล้วใครเป็นผู้รับผิดชอบ การดูแลครอบครัวของอีกฝ่ายเพื่อแบ่งเบาภาระ ปัจจัยเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และผลที่ตามมาคือ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผลอละเลยหน้าที่ที่เคยตกลงกัน ก็จะเกิดความขุ่นเคืองใจกันเองในชีวิตคู่ และนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่โตขึ้น

3. การไม่มีเวลาให้กันและกัน 

หลายครั้งที่คู่สามีภรรยาต่างคนต่างมีหน้าที่ของตนเอง เมื่อไม่มีเวลาให้แก่กันและกันบ้าง ความรู้สึกรักและความผูกพันก็ย่อมจืดจางลงไปได้ ส่งผลให้อาจเกิดเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกกันและกันอย่างเย็นชาขึ้น ต่างคนต่างเริ่มมีความเบื่อหน่ายและไม่ใส่ใจซึ่งกันและกัน คู่สามีภรรยาบางคู่จะไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือมีความสุขในชีวิตคู่อีกต่อไป ปัจจัยนี้อาจนำไปสู่ปัญหาการหย่าร้างได้ หรือปัญหาการนอกใจเพราะต้องการมองหาคนที่ใส่ใจและมีเวลาให้ตนเองมากกว่า

4. การใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาในครอบครัว 

ความคิดที่ขัดแย้งและการทะเลาะกันถือเป็นเรื่องปกติที่คู่สามีภรรยาทุกคู่จะต้องเผชิญ แต่หลายครั้งด้วยอารมณ์โกรธและไม่มีสติ หรืออาจเป็นการเผลอพูดจายั่วยุให้อีกฝ่ายโมโหในระหว่างโต้เถียงกัน ก็อาจนำไปสู่การลงไม้ลงมือตบตี และทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายได้ 

5. การนอกใจกันของสามีหรือภรรยา 

ปัจจัยความขัดแย้งนี้อาจเป็นผลกระทบมาจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างบนได้ เพราะเมื่อต่างฝ่ายต่างหมดรักซึ่งกันและกัน ไม่มีการปรับนิสัยเข้าหากันได้ มีการใช้ความรุนแรงจนหมดความไว้วางใจ ไม่มีการจัดสรรเวลาเพื่อเติมเต็มความรักให้แก่กันบ้าง ปัญหาการนอกใจย่อมเกิดขึ้น เพราะทุกคนย่อมต้องการที่จะเป็นคนสำคัญ และได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้วยกันทั้งนั้น ในเมื่อคู่ชีวิตของตนเองให้ในสิ่งที่ต้องการไม่ได้ การมองหาคนอื่นมาเติมช่องว่างของความรักที่หายไป จึงเป็นทางออกที่หลายคนเลือกที่จะทำ ถึงแม้มันจะเป็นการหักหลังคู่ชีวิตของตนเองก็ตาม

แนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว

ปัญหาภายในครอบครัวเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพูดคุยแก้ไขกันไปตามบริบทความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็มีความแตกต่างกันไปตามปัญหาที่คู่สามีภรรยาแต่ละคู่ต้องเผชิญ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับ และช่วยเหลือในการแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้ เช่น

  • รู้จักการพูดคุยกันบ่อยๆ: การหมั่นคุยแบ่งปันปัญหาที่พบเจอกันในแต่ละวัน จะช่วยให้ชีวิตคู่สามีภรรยาคงความสนิทสนมไว้ได้ และยังทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญที่อีกฝ่ายวางใจพอจะระบายความทุกข์ในใจออกมาอย่างหมดเปลือก และอีกฝ่ายเองก็จะได้รับรู้ว่าคุณกำลังเผชิญปัญหาอะไรในชีวิตบ้าง เพื่อที่จะได้ช่วยกันวางแผนแก้ไขปัญหาด้วยกันต่อไป
  • อย่าให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซงชีวิตคู่: หลายครั้งที่คู่สามีภรรยาปล่อยให้คนอื่น เช่น ญาติๆ พี่น้องคนสนิท หรือพ่อแม่เข้ามามีบทบาทในชีวิตคู่มากเกินไป ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว การแต่งงานกันคือ การที่คนสองคนตกลงใจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันและวางแผงชีวิตต่อไปด้วยกัน ฉะนั้น การตัดสินใจต่างๆ จึงอยู่ที่คู่สามีภรรยา 2 คนเท่านั้น คุณไม่ควรปล่อยให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซงแผนการต่างๆ ในชีวิตครอบครัวจนเกินขอบเขต 
  • ไม่ละเลยเรื่องมีเพศสัมพันธ์: ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องบนเตียงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตความรักมีสีสัน และทำให้คู่สามีภรรยาไม่เบื่อหน่ายซึ่งกันและกันได้ ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์กันจึงเป็นอีกหนึ่งทางแก้ปัญหา แต่จะต้องเป็นการยินยอมพร้อมใจกันทั้ง 2 ฝ่ายด้วย 
  • แบ่งเวลาอย่างเหมาะสม: ถึงจะงานยุ่งแค่ไหน แต่คุณก็ควรแบ่งเวลาในชีวิตเพื่ออยู่กับคู่ชีวิตของคุณบ้าง ไม่ใช่แค่กับสามีหรือภรรยาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลูกๆ และอาจเป็นคนอื่นๆ ในครอบครัวที่สำคัญด้วย เพื่อจะทำให้บรรยากาศความอบอุ่นและความผูกพันในครอบครัวยังคงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ การแบ่งเวลาให้คนในครอบครัวของคุณมีเวลาส่วนตัวเป็นของตนเองบ้าง ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน
  • แสดงความรักให้อีกฝ่ายเห็น: วิธีนี้จะทำให้ทั้งคุณและคนในครอบครัวรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ ทั้งยังไม่สร้างรู้สึกน้อยใจและคิดว่าตนเองกำลังล้มเหลวในชีวิตคู่ ซึ่งวิธีนี้สามารถแสดงออกได้หลายแบบ เช่น การโอบกอด การแสดงความยินดีเมื่ออีกฝ่ายทำงานสำเร็จ การให้กำลังใจกันและกันเมื่อพบเจอปัญหา การไม่ตำหนิอีกฝ่ายให้รู้สึกอับอายต่อหน้าคนอื่น การทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันออกไปรับประทานอาหารข้างนอก ซื้อของให้กัน ออกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าหรือสวนสาธารณะด้วยกัน
  • ไม่จบปัญหาที่ความเงียบ: ความเงียบอาจเป็นการแสดงออกที่ดูสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่วิธีแก้สำหรับปัญหาการทะเลาะกันในครอบครัว เพราะการเงียบใส่กันและตั้งกำแพงไม่หันหน้าคุยกัน จะทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ แล้วมีแผนการจะแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ ความเงียบยังอาจนำไปสู่การไม่ไว้วางใจกันและกันด้วย คนในครอบครัวอาจหวาดระแวงก็ได้ว่าคุณจะนำเรื่องที่ทะเลาะกันไปคุยกับคนอื่นแทน
  • อย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา: เพราะอารมณ์มักนำพาให้การทะเลาะกันลุกลามบานปลายใหญ่โตขึ้น อาจเป็นในรูปของคำพูดที่รุนแรงทิ่มแทงใจ การลงมือทำร้ายร่างกาย คุณคงไม่อยากให้ลูกน้อยเห็นพ่อแม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหากันและกัน เพราะนั่นจะทำให้เขารู้สึกตนเองกำลังเติบโตอยู่ในครอบครัวที่ไม่อบอุ่น บางทีคุณอาจหากติกาสำหรับการทะเลาะกันในครอบครัวไว้สำหรับแก้ปัญหา เช่น เมื่อไรที่รู้สึกโกรธจนทนไม่ไหว ให้หลบไปนั่งเพียงลำพังในห้องจนกว่าอารมณ์จะเย็นลง ไม่โกรธกันนานเกิน 3 วัน - 1 สัปดาห์ หากเกินกว่านั้นต้องมีการขอโทษกันเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม วิธีการแก้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงคำแนะนำที่จะช่วยบรรเทาความขัดแย้งในครอบครัวได้เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณจำเป็นต้องดูปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัวของตนเอง ต้องมีสติ และตระหนักถึงผลดีผลเสียที่จะตามมาในอนาคต เพื่อจะได้รู้วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตคู่ของคุณได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การออกกำลังกาย (Fitness)
การออกกำลังกาย (Fitness)

10 ขั้นตอนในการเป็นผู้ฝึกสอนส่วนตัว

ดูในแอป