เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 725,934 คน

หากคุณมีอาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล หรือรู้สึกแสบตาบ่อย ๆ นั่นอาจเป็นอาการของภูมิแพ้ขึ้นตา หรือที่เรียกอีกอย่างว่า เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อย ทั้งยังน่ารำคาญและทรมานไม่น้อย มาดูกันว่าภูมิแพ้ขึ้นตาเกิดจากอะไร และเราจะดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการของโรคนี้ได้อย่างไรบ้าง

ภูมิแพ้ขึ้นตา คืออะไร?

ภูมิแพ้ขึ้นตาเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีความไวและตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่างในสิ่งแวดล้อมมากกว่าปกติ ทั้งที่ปกติแล้วสิ่งกระตุ้นนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใดกับร่างกาย โดยปฏิกิริยาภูมิแพ้จะเกิดขึ้นเมื่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) สัมผัสกับแอนติบอดี้ที่เกาะอยู่บนแมสต์เซลล์ (mast cells) ที่ดวงตา หลังจากนั้นแมสต์เซลล์จะหลั่งสารชื่อว่า ฮีสตามีน (Histamine) และสารอื่นๆ ทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กที่ตาขยายตัวและเกิดการรั่วขึ้น ส่งผลให้มีอาการตาแดง คันตา และน้ำตาไหลตามมา

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

อาการของภูมิแพ้ขึ้นตา

อาการของภูมิแพ้ขึ้นตาอาจเกิดขึ้นเฉพาะที่ดวงตา เช่น คันตา ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล หรือเกิดร่วมกับอาการภูมิแพ้ที่จมูกอย่างจาม คัดจมูก หรือคันจมูก ด้วยก็ได้ แบ่งได้หลายชนิด ดังนี้ 

  • Seasonal และ perennial allergic conjunctivitis 
  • Vernal keratoconjunctivitis 
  • Atopic keratoconjunctivitis
  • Contact allergic conjunctivitis 
  • Giant papillary conjunctivitis 

ภูมิแพ้ขึ้นตาแบบ Seasonal และ perennial allergic conjunctivitis

โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล (Seasonal allergic conjunctivitis) ผู้ป่วยจะมีอาการในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเกิดจากละอองเกสรดอกไม้ที่ปลิวอยู่ในอากาศ เนื่องจากแพ้ละอองเกสรดอกไม้ตามฤดูกาล อาการของผู้ป่วยที่พบได้ ได้แก่

นอกจากนั้นผู้ป่วยที่มีโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาลยังอาจมีผิวใต้ดวงตาดำคล้ำ และมีเปลือกตาบวม รวมถึงมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก โรคนี้มีความสัมพันธ์กับโรคไข้ละอองฟาง ที่เกิดจากการแพ้ละอองฟาง หญ้า ดอกหญ้า หรือหญ้าแห้ง และโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาลอื่นๆ โดยอาการคันที่เกิดขึ้นจะสร้างความรำคาญ ทำให้ผู้ป่วยขยี้ตาบ่อยครั้ง ทำให้อาการยิ่งแย่ลงและอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ตาตามมา

ส่วนโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้แบบมีอาการตลอดปี (Perennial allergic conjunctivitis) ผู้ป่วยจะมีอาการตลอดทั้งปี อาการคล้ายกับโรคภูมิแพ้แบบมีอาการตามฤดูกาล แต่มีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า สาเหตุมักมาจากการแพ้ตัวไรฝุ่น เชื้อรา รังแคสัตว์เลี้ยง หรือสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านอื่นๆ มากกว่าการแพ้เกสรดอกไม้

ภูมิแพ้ขึ้นตาแบบ Vernal keratoconjunctivitis

เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงมากกว่าโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาลและโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้แบบมีอาการตลอดปี โดยอาการของโรคนี้สามารถเป็นได้ตลอดทั้งปี แต่มักมีอาการแย่ลงตามฤดูกาล คือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน มักพบได้ในเด็กและวัยหนุ่มสาว จากสถิติผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง และประมาณ 75% ของผู้ป่วยจะมีอาการของผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือหอบหืดร่วมด้วย อาการของผู้ป่วยจะมีดังนี้

  • คันตา
  • มีน้ำตาไหล มีขี้ตาเหนียวข้น
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ที่ตา
  • ตาสู้แสงไม่ได้

โรคนี้สามารถส่งผลต่อการมองเห็นได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา 

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ภูมิแพ้ขึ้นตาแบบ Atopic keratoconjunctivitis

พบบ่อยในผู้ที่มีอายุมาก และพบได้มากในผู้ชายที่มีประวัติผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ อาการของผู้ป่วยมีได้ตลอดทั้งปีและมีลักษณะคล้ายกับโรค Vernal keratoconjunctivitis สังเกตอาการได้ดังนี้

  • คันตามาก
  • เจ็บตา
  • ตาแดง
  • มีขี้ตาเหนียวข้นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังตื่นนอน และอาจทำให้เปลือกตาเหนียวจนติดกันไปด้วย

หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงอย่างแผลเป็นที่กระจกตาจนส่งผลต่อการมองเห็นของผู้ป่วยได้

ภูมิแพ้ขึ้นตาแบบ Contact allergic conjunctivitis

เป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้สัมผัส โรคนี้เกิดจากการที่เยื่อบุตาสัมผัสกับยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เกิดการระคายเคืองจากการสวมคอนแทคเลนส์ หรืออาจเกิดจากโปรตีนในน้ำตาที่เกาะอยู่บนพื้นผิวของเลนส์ก็ได้ อาการที่สังเกตได้มีดังนี้

  • ตาแดง
  • คันตา
  • มีขี้ตา
  • รู้สึกไม่สบายดวงตาเวลาสวมคอนแทคเลนส์

ภูมิแพ้ขึ้นตาแบบ Giant papillary conjunctivitis

มักพบในผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ โรคนี้คือโรค Contact allergic conjunctivitis ที่มีอาการรุนแรง โดยจะทำให้เกิดถุงน้ำหรือตุ่มขึ้นที่เยื่อบุใต้เปลือกตาบน อาการของโรคมีดังนี้

  • คันตา
  • ตาบวม
  • น้ำตาไหล
  • มีขี้ตา
  • ตามัว มองภาพไม่ชัด
  • ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ต่อไปได้
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา

การวินิจฉัยภูมิแพ้ขึ้นตา

เนื่องจากภูมิแพ้ขึ้นตามีอาการคล้ายกับโรคที่ดวงตาชนิดอื่นๆ ด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวินิจฉัยโรคให้แม่นยำ เพื่อที่จะรักษาได้อย่างถูกต้อง ภูมิแพ้ขึ้นตามีตั้งแต่อาการไม่รุนแรง คือมีเพียงตาแดง ไปจนถึงอาการอักเสบรุนแรงที่ส่งผลต่อการมองเห็น หากมีอาการเป็นเวลานานและใช้ยาที่มีขายตามร้านยาแล้วไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ โดยแพทย์จะทำการซักประวัติทางการแพทย์ และสอบถามอาการ รวมถึงอาจส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ เช่น การตรวจด้วยกล้องขยาย ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นว่าเส้นเลือดที่ผิวของดวงตาบวม และอาจมีการตรวจหาเม็ดเลือดขาว ซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณที่ดวงตามีอาการภูมิแพ้ โดยทำการขูดเบาๆ ที่เยื่อบุตา และนำไปตรวจดูว่ามีเซลล์เม็ดเลือดขาวในนั้นหรือไม่

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นภูมิแพ้ขึ้นตา

วิธีแรกในการจัดการกับ โรคภูมิแพ้ขึ้นตาที่เกิดตามฤดูกาล (Seasonal) หรือเกิดตลอดทั้งปี (Perennial) คือ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้เกิดอาการของคุณ

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ภายนอกอาคาร

  • แนะนำให้อยู่ภายในอาคารให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในช่วงที่มีเกสรดอกไม้ปริมาณมาก โดยทั่วไปมักเป็นช่วงสายและช่วงเย็น และเมื่อมีลมพัดเกสรดอกไม้ในบริเวณนั้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้พัดลมที่หน้าต่างเพราะสามารถดูดเอาเกสรดอกไม้และเชื้อราเข้ามาในบ้านได้
  • สวมแว่นหรือแว่นกันแดดเมื่อต้องออกนอกอาคาร เพื่อลดการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ที่ตา
  • พยายามไม่ขยี้ตา เพราะจะทำให้ระคายเคืองและทำให้อาการแย่ลงได้

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ภายในอาคาร

  • พยายามปิดหน้าต่าง และใช้เครื่องปรับอากาศในรถยนต์และในบ้านแทน และควรทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ
  • ลดการสัมผัสกับตัวไรฝุ่นโดยเฉพาะในที่นอน ด้วยการใช้ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้านวม ที่นอน ผ้าปูที่นอน ที่เป็นชนิดกันไรฝุ่น และทำความสะอาดเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิอย่างน้อย 54.4 องศาเซลเซียสเป็นประจำ
  • จำกัดการสัมผัสกับเชื้อรา โดยการควบคุมความชื้นภายในบ้านให้อยู่ในระดับต่ำ (ระหว่าง 30-50%) ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องครัว และในชั้นใต้ดินเป็นประจำ รวมถึงอาจใช้เครื่องกำจัดความชื้น โดยเฉพาะในชั้นใต้ดินและในสถานที่อับชื้นอื่นๆ สถานที่เปียกชื้น และพยายามทำความสะอาดเป็นประจำ หากพบเห็นเชื้อราขึ้น ให้ทำความสะอาดด้วยสารทำความสะอาดและน้ำยาซักฟอกขาว 5%
  • ทำความสะอาดพื้นด้วยผ้าเปียกบิดหมาดแทนการกวาดแห้งหรือปัดฝุ่น เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง

  • ล้างมือทันทีหลังจากสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง และซักเสื้อผ้าหลังจากไปพบเพื่อนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง
  • หากแพ้สัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ให้นำสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าสัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในบ้านจริงๆ ก็ให้อยู่นอกห้องนอนของคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์ขณะนอนหลับ
  • หากในบ้านมีเครื่องปรับอากาศกลางในลักษณะของท่อ ให้ทำเป็นท่อปิดต่อตรงมาที่ห้องนอนของคุณโดยตรง และเปลี่ยนพรมปูพื้นเป็นพื้นไม้ กระเบื้อง หรือเสื่อน้ำมันแทน วิธีดังกล่าวนี้จะช่วยป้องกันสิ่งสกปรกภายในห้องนอนได้

ทั้งนี้ สารก่อภูมิแพ้หลายชนิดที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ขึ้นตาเป็นสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งยากจะหลีกเลี่ยงได้ตลอดเวลา ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เกี่ยวกับวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองด้วย

การรักษาภูมิแพ้ขึ้นตา

อาการภูมิแพ้ขึ้นตาอาจบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาหยอดตาและการรับประทานยาที่มีขายตามร้านยา ซึ่งเป็นยาที่ใช้ทั่วไปในระยะสั้น สำหรับบรรเทาอาการภูมิแพ้ขึ้นตา แต่ไม่สามารถบรรเทาได้ทุกอาการ และการใช้ยาที่ซื้อเองบางชนิดเป็นเวลานานอาจทำให้อาการกลับยิ่งแย่ลงได้

หากไปพบแพทย์ ผู้ป่วยอาจได้รับยาหยอดตาและยารับประทานที่ใช้ในการรักษาภูมิแพ้ขึ้นตาเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งยาที่ใช้ในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะเป็นผู้พิจารณาว่าการรักษาแบบใดเหมาะสมที่สุด

ส่วนภูมิแพ้ขึ้นตาในเด็กนั้นสามารถรักษาได้โดยใช้ทั้งยาหยอดยาหรือยารับประทานที่ซื้อได้เองที่ร้านยาและยาที่แพทย์สั่ง โดยน้ำตาเทียมมีความปลอดภัยและสามารถใช้ได้กับทุกช่วงอายุ แต่ยาหยอดตาบางชนิด เช่น ยาหยอดตาแก้แพ้ หรือยาหยอดตาที่ยับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์ (Mast cell stabilizers) สามารถใช้ในเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปเท่านั้น สำหรับการรักษาอื่นๆ ให้ปรึกษากุมารแพทย์ (แพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก)

ยาหยอดยาและยารับประทานที่มีขายตามร้านยา

  • น้ำตาเทียม มีคุณสมบัติช่วยล้างเอาสารก่อภูมิแพ้ออกจากดวงตาได้ชั่วคราว และให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตาที่แห้งจากอาการตาแดงและระคายเคืองตา สามารถนำไปแช่เย็นได้เพื่อให้รู้สึกสบายตามากขึ้นเวลาหยอดตา เป็นยาที่มีความปลอดภัย สามารถหยดได้วันละหลายครั้งตามต้องการ
  • ยาหยอดตาที่มีฤทธิ์หดหลอดเลือด (Decongestants) ยาหยอดตาชนิดนี้จะช่วยลดอาการตาแดงที่สัมพันธ์กับภูมิแพ้ โดยการหดหลอดเลือดขนาดเล็กภายในดวงตา โดยอาจเป็นยาหยอดตาที่มีฤทธิ์หดหลอดเลือดตัวเดี่ยวๆ หรือผสมอยู่กับยาแก้แพ้ก็ได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการคันตาได้ด้วย อย่างไรก็ตามยาชนิดนี้ออกฤทธิ์ไม่แรงมาก จึงต้องใช้ยานี้วันละประมาณ 4-6 ครั้งต่อวัน แต่ยานี้ไม่ควรใช้ในผู้ที่เป็นโรคต้อหิน และไม่ควรใช้นานเกินว่า 2-3 วัน เพราะการใช้ยานี้เป็นเวลานานเกินไปจะทำให้กลับมาเป็นซ้ำและมีอาการหนักกว่าเดิม (Rebound effect) โดยจะทำให้บวมและแดงมากกว่าเดิม และอาจยังมีอาการอยู่แม้ว่าจะหยุดใช้ยาหยอดตาไปแล้ว คุณอาจคุ้นเคยกับอาการนี้เป็นอย่างดี หากคุณเคยใช้ยาบรรเทาอาการคัดจมูกชนิดพ่นมากกว่า 3 วัน และทำให้จมูกของคุณมีอาการคัดแน่นมากกว่าเดิม แทนที่จะบรรเทาอาการให้ทุเลาลง
  • ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน (Oral antihistamines) มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคันที่ตาได้น้อย และยาอาจทำให้ตาแห้ง หรือทำให้อาการภูมิแพ้ทตาแย่ลงได้ ซึ่งยาแก้แพ้ที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน จะทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ ง่วงนอน

ยาหยอดตาและยารับประทานที่แพทย์สั่ง

  • ยาหยอดตาแก้แพ้ (Antihistamine eyedrops): ยานี้จะช่วยลดอาการคันตา ตาแดง และบวม ถึงแม้ว่ายานี้จะบรรเทาอาการได้รวดเร็ว แต่ฤทธิ์ของยาจะคงอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง จึงอาจต้องหยอดวันละ 4 ครั้ง
  • ยาหยอดตาที่ยับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์ (mast cell stabilizer): เป็นยาที่จะช่วยป้องกันการหลั่งสารฮีสตามีนและสารอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ใช้หยอดตาก่อนสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เพื่อป้องกันอาการคัน 
  • ยาหยอดตาแก้แพ้ผสมกับยายับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์: ยานี้เป็นยาหยอดตาชนิดใหม่ที่ผสมระหว่างยาแก้แพ้และยายับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์ มีฤทธิ์รักษาและป้องกันอาการภูมิแพ้ขึ้นตา เป็นยาที่ใช้วันละ 2 ครั้ง ออกฤทธิ์เร็ว และมีฤทธิ์บรรเทาอาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตาได้นาน
  • ยาหยอดตาชนิดยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID eyedrops): ใช้บรรเทาอาการคัน แต่อาจทำให้รู้สึกแสบตาขณะหยอดตาได้ และอาจจำเป็นต้องหยอดวันละ 4 ครั้ง
  • ยาหยอดตาที่เป็นสเตียรอยด์ (Corticosteroid eyedrops): ยานี้ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้ขึ้นตาเรื้อรังและรุนแรง ได้แก่ คันตา ตาแดง และบวม การใช้ยานี้เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำและการดูแลจากจักษุแพทย์เท่านั้น เพราะหากใช้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ตา การเกิดต้อหิน และต้อกระจก
  • ยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง (Nonsedating oral antihistamines): ถือเป็นยาที่มีประสิทธิภาพไม่มากในการบรรเทาอาการคันที่ตา แต่จะไม่ทำให้ง่วงนอนเหมือนยาแก้แพ้สามัญประจำบ้าน
  • การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy): คือการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกาย โดยเริ่มจากปริมาณน้อยๆ เพื่อให้ร่างกายทนต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ได้ การรักษาด้วยวิธีนี้ต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะได้ผลการรักษาสูงสุด และอาจยังจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการไปด้วย  


ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่