Doctor men
เขียนโดย
ภกญ. กันยรัตน์ ภัยชำนาญ
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ยาขับเสมหะ (Expectorants) และ ยาละลายเสมหะ (Mucolytics)

แนะนำทุกเรื่องของยาขับเสมหะ และ ยาขับเสมหะ ตั้งแต่กลไกการออกฤทธิ์ ตัวอย่างยาขับเสมหะที่จำหน่ายในประเทศไทย ข้อดี-ข้อเสีย และข้อควรระวังในการใช้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,290,982 คน

ยาขับเสมหะ (Expectorants) และ ยาละลายเสมหะ (Mucolytics)

ยาขับเสมหะ (Expectorants) เป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากหาซื้อได้ด้วยตนเองในร้านยา ยาขับเสมหะโดยมากจะผสมอยู่ในยาแก้ไอชนิดน้ำ นอกจากนี้ยังมียาขับเสมหะโดยเฉพาะในรูปแบบยาน้ำหรือยาเม็ด ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ยาขับเสมหะมักนำมาใช้รักษาอาการมีเสมหะคั่ง เนื่องจากโรคหวัด โรคภูมิแพ้ และภาวะติดเชื้อ หรืออาจนำมาใช้รักษาโรคอื่นๆ ในระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

กลไกการออกฤทธิ์ของยาขับเสมหะ

ยาขับเสมหะ (Expectorants) เป็นกลุ่มยาที่ช่วยให้มูกหรือเสมหะภายในระบบทางเดินหายใจที่มีมากเกินนั้นออกมาได้ง่ายขึ้น โดยปกติ กลไกตามธรรมชาติของร่างกายจะใช้การกระแอม หรือการไอ เพื่อขยับหลอดลมและหลอดอาหารให้เสมหะหรือมูกออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น กลุ่มยาขับเสมหะนี้จะไปช่วยกระตุ้นให้มีการพัดโบกของขน (celia) ในทางเดินหายใจ เพื่อช่วยให้ไอและขับเอามูกออกมาได้มากขึ้น นอกจากนี้ยายังออกฤทธิ์ไประคายเคืองเยื่อบุทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายมีกลไกตอบสนอง คือกระตุ้นให้เยื่อบุส่วนนั้นหลั่งสารคัดหลั่งมากขึ้นเพื่อให้เสมหะลื่น ไม่ข้นเหนียว และขับออกมาได้ง่ายกว่าเดิม

ยาขับเสมหะในประเทศไทย

ยาขับเสมหะทุกตัวมีกลไกการออกฤทธิ์ที่เหมือนกัน ทำให้ทุกตัวมีประสิทธิภาพในการขับเสมหะที่เท่าเทียมกัน แต่แตกต่างกันที่ผลข้างเคียงและราคา ตัวยาขับเสมหะที่มีใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

  • แอมโมเนียม คลอไรด์ (Ammonium Chloride) เป็นยาที่มีฤทธิ์ขับเสมหะ และยังมีฤทธิ์อื่นอีกด้วย จึงจัดเป็นตัวยาที่มีหลากหลายข้อบ่งใช้ ดังเช่น ขับปัสสาวะ ปรับความเป็นกรดด่างของปัสสาวะ และขับเสมหะ ทั้งยังเป็นยาที่มีผลข้างเคียงสูงกว่าชนิดอื่น คือระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย จึงไม่นิยมนำมาใช้เป็นยาขับเสมหะเป็นหลัก แต่อาจจะนำไปใช้ผสมกับยาขับเสมหะกัวฟีนีซีน หรือยาแก้ไอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเสมหะ ยาตัวนี้จะเน้นใช้ในการขับปัสสาวะ และปรับกรดด่างในปัสสาวะของผู้ที่เป็นโรคไต หรือในผู้ที่มีระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติมากกว่า
  • กัวฟีนีซีน (Guafenesin หรือ Glycerol Guaicolate) เป็นยาขับเสมหะชนิดหลักที่มีใช้มานาน และได้รับความนิยมสูง พบได้ในร้านขายยาทั่วไป มีทั้งรูปแบบยาเม็ดและยาน้ำ ทั้งตำรับยาเดี่ยวและชนิดยาผสม โดยอาจจะผสมกับยาขับเสมหะชนิดอื่น ยาแก้แพ้ หรือยาแก้ไอ ตัวอย่างชื่อการค้าที่พบได้เช่น Icolid, Terco-D, D-Coat, ยาแก้ไอน้ำดำ ตราเสือดาว เป็นต้น ยาชนิดนี้จะมีราคาไม่แพง และผลข้างเคียงต่ำ อาจจะมีคลื่นไส้ หรือระคายเคืองทางเดินอาหารได้บ้างในบางราย แต่พบได้น้อย
  • เทอร์พีน ไฮเดรต (Terpin hydrate) ตัวยาชนิดนี้สกัดได้จากน้ำมันหอมระเหยของพืช เช่น น้ำมันสน น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันออริกาโน่ เป็นต้นทำให้มีต้นทุนสูง มีประสิทธิภาพในการขับเสมหะดีพอกับชนิดอื่น แต่ราคาแพงกว่าชนิดอื่น นิยมใช้ในประเทศอเมริกา ในประเทศไทยจะนิยมนำยาตัวไปผสมกับยาแก้ไอหรือยาขับเสมหะชนิดอื่น เช่น กัวฟีนีซีน โดยมีทั้งในรูปแบบเม็ดและรูปแบบน้ำ ผลข้างเคียงมีน้อย แต่อาจจะกดการหายใจ และปัสสาวะคั่งได้เมื่อใช้ในปริมาณมาก

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของยาขับเสมหะ

ยาขับเสมหะเป็นยาที่สามารถซื้อเองได้จากร้านยาทั่วไป มีผลข้างเคียงน้อยและไม่รุนแรงเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้บ้างในบางราย เช่น

  • เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ง่วงนอน
  • มีผื่นขึ้น หายใจไม่ออก หน้าบวม ปากบวม ในผู้ที่มีอาการแพ้ยากลุ่มนี้
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง
  • เด็กที่อายุมากกว่า 4 ปีสามารถใช้ยากลุ่มนี้ได้ ทั้งนี้แล้วแต่แพทย์หรือเภสัชกรจะเป็นผู้กำหนดขนาดหรือปริมาณการใช้ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละราย
  • หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้ยาขับเสมหะได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณตามที่ระบุในฉลากยาเท่านั้น และต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ

ยาละลายเสมหะ

ยาละลายเสมหะ (Mucolytics) เป็นยาที่ใช้อย่างแพร่หลาย และหาซื้อได้ในร้านยาเช่นกัน มีทั้งแบบที่เป็นสูตรตำรับเดี่ยวๆ และแบบที่เป็นสูตรรวมระหว่างยาละลายเสมหะหลายตัว ยาขับเสมหะ หรือ ยากดอาการไอ แล้วแต่สูตรตำรับของแต่ละบริษัท มีทั้งรูปแบบยาน้ำและยาเม็ด 

ยาละลายเสมหะมักนำมาใช้เพื่อทำให้ความข้นเหนียวของเสมหะลดลง และกำจัดออกมาได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) คาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) แอมบรอกซอล (Ambroxol) และ บรอมเฮกซีน (Bromhexine) เป็นต้น

กลไกการออกฤทธิ์ของยาละลายเสมหะ

ยาละลายเสมหะ (Mucolytics) แต่ละตัวมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน แต่ต่างก็มีผลทำให้เสมหะมีความข้นเหนียวลดลง ดังนี้

  • อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) และ คาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) มีกลไกการออกฤทธิ์คือ การไปทำให้การเกาะกันของพันธะไดซัลไฟด์ของเสมหะลดลง เสมหะจึงมีความข้นเหนียวลดลง
  • แอมบรอกซอล (Ambroxol) และ บรอมเฮกซีน (Bromhexine) กระตุ้นให้ทางเดินหายใจหลั่งสารที่ทำให้เสมหะมีความข้นเหนียวน้อยลง พร้อมกับกระตุ้นการพัดโบกของขนเล็กๆ (Celia) บริเวณทางเดินหายใจ ทำให้ขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของยาละลายเสมหะ

  • ปวด หรือ เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • ควรระวังการใช้เป็นพิเศษในผู้ที่มีประวัติมีแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้ และผู้ป่วยโรคหอบหืด
  • ควรระวังการใช้ในเด็กสำหรับยาทุกตัวในกลุ่มนี้
  • ควรระวังการใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี สำหรับยาแอมบรอกซอล
  • ควรระวังการใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี สำหรับยาบรอมเฮกซีน
  • ควรระวังการใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี สำหรับยาคาร์โบซิสเทอีน อีกทั้งไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าใช้ได้ผลในการรักษา
  • ควรระมัดระวังการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่กำลังให้นมบุตร

ที่มาของข้อมูล

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป