พันธุ์หมา

สุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 269,759 คน

Istock 824564924

อิงลิช บูลด็อกเป็นสุนัขที่เตี้ยและมีขนาดปานกลาง และเดิมทีนั้นถูกขยายพันธุ์เพื่อทำงานร่วมกับกระทิง ต่อมาได้มีการฝึกและขยายพันธุ์เพื่อการกีฬาโดยเฉพาะกีฬาสู้วัวกระทิง โดยเริ่มต้นในประเทศอังกฤษตั้งแต่ ค.ศ.1200 และแพร่หลายไปทั่วยุโรปจนกระทั่งช่วงกลางศตวรรษที่ 19

อย่างไรก็ตาม กว่าจะเป็นบูลด็อกที่เราชื่นชอบในทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสุนัขต้องผ่านการต่อสู้ และมีเพียงผู้รอดชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะได้สืบพันธุ์ต่อไป เมื่อสุนัขที่ดุร้ายและแข็งแรงได้ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้มันกลายเป็นสุนัขที่เชื่องและชอบแสดงความรัก จึงไม่แปลกว่าทำไมสุนัขพันธุ์นี้ถึงได้รับความนิยมมากขึ้น

ข้อมูลที่สำคัญ

ประเภทสายพันธุ์: เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่น

ส่วนสูง: 12-15 นิ้ว

น้ำหนัก: 40-50 ปอนด์

อายุขัย: 8-12 ปี

ลักษณะภายนอก

ด้วยความที่อิงลิช บูลด็อกมีลำตัวที่เตี้ย มีน้ำหนักมาก ตัวหนา และมีไหล่กว้าง ทำให้ลำตัวของมันอยู่ใกล้กับพื้น ซึ่งเดิมทีแล้วมีประโยชน์ในแง่ที่มันช่วยให้สุนัขอยู่ห่างจากเขาของกระทิง ความสามารถดังกล่าวทำให้ชีวิตของสุนัขอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย ผู้คุมสุนัขจะให้อิงลิช บูลด็อกมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อขยายพันธุ์ และส่งต่อลักษณะนิสัยจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้เส้นรอบวงของศีรษะที่มีขนาดใหญ่นั้นมีค่าเท่ากับความสูงของสุนัขในระดับไหล่ ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับการพัฒนากล้ามเนื้อที่แข็งแรงในกรามที่กว้างของสุนัข

พลังกัดของอิงลิช บูลด็อกนั้นมีความโดดเด่นมาก มันสามารถงับกระทิงชนิดที่ว่าไม่ยอมปล่อยแม้ว่ากระทิงจะสะบัดอย่างรุนแรงหรือวิ่ง ส่วนจมูกที่บี้แบนช่วยให้สุนัขสามารถหายใจได้ในขณะที่ใบหน้าเข้าใกล้ลำตัวของกระทิง ในขณะที่ขนของอิงลิช บูลด็อกนั้นมีความเงาวาวและละเอียด ซึ่งมีสีมาตรฐานที่ประกอบไปด้วยสีแดง สีขาว สีเหลือง หรือมีการผสมผสานของสีเหล่านี้

นิสัยและอารมณ์

แม้ว่าอิงลิช บูลด็อกถูกฝึกฝนมาอย่างสาหัสในช่วงแรกๆ ที่มีการขยายพันธุ์ แต่มันก็ยังคงรักษามารยาทได้สมกับที่มีถิ่นกำเนิดจากเมืองผู้ดี นอกจากนี้มันยังเป็นสุนัขที่ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ การเชื่อฟังเจ้าของ และความอดทน อีกทั้งยังพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเจ้าของ แต่ก็ยังคงมีนิสัยดื้อรั้น

ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขพันธุ์นี้ยังได้รับคำชมในเรื่องของความอดทนและการแสดงความรักต่อเด็ก ทำให้มันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสำหรับครอบครัว และสุนัขส่วนมากยังเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าเช่นกัน แต่ก็อาจมีบางตัวที่เพิกเฉย นอกจากนี้อิงลิช บูลด็อกยังเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่สามารถเข้ากับสัตว์เลี้ยงในบ้านส่วนมากได้

การดูแล

สุนัขบูลด็อกหลายตัวมีแนวโน้มที่จะหายใจฟืดฟาดและกรน ในขณะที่สุนัขบางตัวอาจมีน้ำลายไหลยืด เพราะมันมีจมูกและปากที่สั้น และมีกรามยื่นต่ำออกมาด้านนอก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงของสายพันธุ์ อย่างไรก็ดี เจ้าของจำเป็นต้องรักษาความสะอาดฟันโดยแปรงฟันให้สุนัขทุกวัน

เจ้าของไม่จำเป็นต้องดูแลขนให้สุนัขพันธุ์นี้มากสักเท่าไร แต่ควรทำความสะอาดรอยพับรอบๆ หาง และรอยย่นที่ใบหน้าทุกวันเพื่อป้องกันการก่อตัวของสิ่งสกปรกและขยะ หากไม่ทำเช่นนี้เป็นประจำ มันก็สามารถนำไปสู่การติดเชื้อที่ผิว

ในส่วนของการออกกำลังกาย บูลด็อกชอบออกไปนอกบ้านทุกวัน แต่ก็อย่าคาดหวังว่ามันจะวิ่งหรือเดินระยะไกล หรือกระโดดจากที่สูง ขนและจมูกกับปากของบูลด็อกทำให้มันไวต่อสภาพอากาศที่ร้อนและชื้นเป็นอย่างมาก สุนัขส่วนมากไม่เพลิดเพลินกับการว่ายน้ำ

สุขภาพ

อายุขัยโดยเฉลี่ยของอิงลิช บูลด็อกคือ ประมาณ 8-12 ปี การมีจมูกและปากที่สั้นสามารถนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยปัญหาที่เกี่ยวกับจมูก ดวงตา ฟัน และระบบหายใจ รูจมูกของสุนัขพันธุ์นี้มีลักษณะแคบ และมีเพดานอ่อนยาวกว่าสุนัขพันธุ์อื่นๆ ส่งผลให้ผิวของเพดานอ่อนไปขัดขวางทางเดินหายใจบางส่วน ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจที่ร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อร่างกายของสุนัขร้อนเกินไปหรือเมื่อสุนัขตื่นเต้นมากเกินไป

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องหายใจหนักมากเป็นพิเศษ มันก็สามารถนำไปสู่การระคายเคืองและทำให้คอบวม อย่างไรก็ดี โรคฮีทสโตรกเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในสุนัขพันธุ์นี้ สำหรับปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงที่อาจพบได้ เช่น เยื่อตาขาวอักเสบจากภาวะตาแห้ง โรคผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว โรคสะโพกเสื่อม ข้อไหล่เลื่อนหลุด หางม้วน รูจมูกผิดรูป และผนังเพดานอ่อนขวางหลอดลม

นอกจากนี้บูลด็อกอาจประสบภาวะท่อปัสสาวะหย่อน ช่องคลอดหนาผิดปกติ หนังตาม้วนเข้าใน โรคเชอร์รีอาย โรคข้อศอกเสื่อม โรคสะบ้าเคลื่อน ขนตางอกผิดปกติ ตาปลิ้น โรคขี้เรื้อนเปียก ฯลฯ

ความเป็นมาและภูมิหลัง

ภูมิหลังของสุนัขพันธุ์นี้มีความเป็นเอกลักษณ์พอๆ กับใบหน้าที่โดดเด่นของมัน การเพาะพันธุ์เริ่มแรกนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยเกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์ปั๊กและมาสทีฟ ซึ่งหน้าที่หลักของสุนัขพันธุ์นี้ก็คือ การเป็นสุนัขที่ช่วยสร้างความบันเทิงใน Bull-Baiting ซึ่งเป็นเกมที่โด่งดังในระหว่างยุคกลางตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ไปจนถึงกลางศตวรรษที่ 19 จุดประสงค์ของเกมกีฬานี้ก็คือ การให้สุนัขโจมตีและกัดกระทิงโดยไม่ปล่อยจนกว่ากระทิงจะพ่ายแพ้ แต่หลังจากที่กีฬาดังกล่าวถูกสั่งห้ามในปี ค.ศ.1835 บูลด็อกก็ได้รับความนิยมน้อยลง แต่ก็มีบางคนที่ชื่นชอบความซื่อสัตย์และความแข็งแกร่ง  โดยทำการเพาะพันธุ์สุนัขเพื่อไม่ให้มันสูญพันธุ์ ซึ่งบูลด็อกที่เกิดขึ้นใหม่นั้นมีความดุร้ายน้อยลง และมีนิสัยที่อ่อนโยนและเชื่อฟัง แต่มันก็พร้อมที่จะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องคนในครอบครัว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้บูลด็อกเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมและเป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตร

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม