อาการและการวินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 468,019 คน

อาการปวดท้องน้อย เป็นอาการแสดงของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ผู้หญิงบางคนอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นภาวะที่มีเนื้อเยื่อที่เจริญในโพรงมดลูกออกมาเจริญด้านนอกมดลูก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุ 30-40 ปี

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

อาการและอาการแสดง

ผู้หญิงบางคนที่เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจไม่มีอาการใดๆ เลย แต่ในกลุ่มที่มีอาการ จะพบว่าอาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือการปวดท้องน้อยและภาวะมีบุตรยาก

สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (The National Institutes of Health – NIH) ประมาณการว่า 75% ของผู้หญิงที่มีอาการปวดท้องน้อยเกิดจากโรคนี้และผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 50% มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก

อาการแสดงอื่น ๆ ของโรคนี้ประกอบด้วย

  • ปวดประจำเดือน (อาการปวดพบได้ตั้งแต่ระดับไม่รุนแรง จนถึงปวดมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป)
  • มีอาการปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการปวดที่ลำไส้หรือท้องน้อย
  • มีอาการปวดเมื่อลำไส้เคลื่อนที่หรือขณะปัสสาวะ (โดยเฉพาะเมื่อมีประจำเดือน)
  • มีประจำเดือนมาก
  • มีเลือดออกกระปริบกระปรอยระหว่างรอบประจำเดือน
  • อ่อนเพลียหรือเหนื่อยมาก

ดังนั้น หากมีอาการเหล่านี้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะแพทย์สามารถสั่งการรักษาที่อาจช่วยลดอาการปวดและอาการอื่น ๆ ได้ ผู้ป่วยบางคนอาการของโรคนี้อาจหายไปได้เองเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

การวินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ทางเดียวที่จะทราบว่าเป็นโรคนี้อย่างชัดเจนก็คือ การผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะทำการลงแผลขนาดเล็กที่ท้องเพื่อค้นหาเนื้อเยื่อที่เจริญผิดปกติ และแพทย์มักจะทำการตรวจหลายขั้นตอนเพื่อแยกโรคอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้ ก่อนที่จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่

การส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

การตรวจท้องน้อย: แพทย์ทำการตรวจหาถุงน้ำขนาดใหญ่ หรือก้อนพังผืดบริเวณรอบมดลูก

การตรวจภาพวินิจฉัย: แพทย์อาจส่งตรวจอัลตราซาวน์เพื่อตรวจหาถุงน้ำรังไข่หรือเนื้อเยื่อที่เจริญผิดที่ ในการทำอัลตร้าซาวน์ แพทย์หรือนักเทคนิคการแพทย์จะทำการสอดอุปกรณ์เข้าไปทางช่องคลอดหรือใช้อุปกรณ์ตรวจทางหน้าท้อง

การตรวจ MRI: เป็นการตรวจทางภาพวินิจฉัยที่แพทย์อาจส่งเพื่อตรวจหาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การใช้ยา: แพทย์อาจสั่งจ่ายยาฮอร์โมนบางชนิดเช่นยาคุมกำเนิดเพื่อช่วยลดอาการปวด ส่วนยาอื่นๆ ที่อาจใช้ได้คือยากลุ่ม gonadotropin-releasing hormone (GnRH) agonists ซึ่งช่วยลดอาการปวดในท้องน้อยโดยการยับยั้งการมีประจำเดือนและลดปริมาณฮอร์โมน estrogen ในร่างกาย

การผ่าตัด: การผ่าตัดที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เรียกว่า laparoscopy  โดยการผ่าตัดนี้แพทย์จะทำการเปิดหน้้าท้องและท้องน้อยให้เป็นแผลขนาดเล็กหลายแผลก่อนจะใส่เครื่องมือ (เรียกว่า laparoscope) ที่มีกล้องและไฟขนาดเล็กอยู่ภายใน เครื่องมือนี้จะทำให้แพทย์สามารถมองเห็นผนังลำไส้และอวัยวะต่างๆ และสามารถมองหาเนื้อเยื่อที่จะเจริญผิดที่ได้ ในบางกรณีแพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่สงสัยจากการส่องกล้องเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เพื่อนำไปตรวจโดยกล้องจุลทรรศน์

การตัดชิ้นเนื้ออาจทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ที่อาจช่วยในการเลือกวิธีการรักษาได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
เยื่อบุโพรงมดลูก
เยื่อบุโพรงมดลูก
บทความต่อไป
การรักษา
การรักษา

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่