ภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,089,009 คน

ภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ (Endometrial Hyperplasia) เป็นภาวะที่เยื่อบุด้านในมดลูกเกิดการหนาตัวขึ้นกว่าปกติ และเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ภาวะนี้ไม่ใช่มะเร็ง แต่อาจทำให้เกิดมะเร็งมดลูกได้

ประเภทของภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ

ภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบ่งประเภทตามลักษณะของเซลล์ที่ผิดปกติได้ดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck
  • เยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบบไม่ซับซ้อนและไม่มีเซลล์ผิดปกติ (Simple hyperplasia) ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่อันตรายที่สุด
  • เยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบบซับซ้อน แต่ไม่มีเซลล์ผิดปกติ (Complex hyperplasia)
  • เยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบบไม่ซับซ้อนและมีเซลล์ผิดปกติ (Simplex atypical hyperplasia)
  • เยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบบซับซ้อนและมีเซลล์ผิดปกติ (Complex atypical hyperplasia)

อาการของภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือการมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ หรือมีเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติระหว่างรอบเดือน หากคุณมีรอบเดือนสั้นกว่า 21 วัน ควรไปพบแพทย์ และควรนับรอบเดือนจากวันแรกที่มีประจำเดือน จนถึงวันแรกของการมีประจำเดือนในเดือนถัดไป หากคุณไม่มีประจำเดือนแล้วแต่มีอาการดังกล่าว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงความผิดปกตินี้ด้วย

สาเหตุของภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ

ภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติอาจเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณมาก แต่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนไม่เพียงพอ

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากรังไข่ในช่วงต้นของรอบเดือน ซึ่งฮอร์โมนนี้จะส่งผลให้มีการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์ เมื่อมีการตกไข่เกิดขึ้นก็จะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนไข่ที่มีการปฏิสนธิแล้ว แต่หากไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ระดับของฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดก็จะลดลง และการลดลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะกระตุ้นให้เยื่อบุมดลูกลอกตัวออกมากลายเป็นประจำเดือน

ดังนั้นการทำงานที่สัมพันธ์กันของทั้งสองฮอร์โมนนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เยื่อบุมดลูกหนาตัวขึ้นและลอกตัวออกเมื่อไม่มีการตั้งครรภ์ตามที่ควรจะเป็น แต่หากคุณมีฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจนทำให้เกิดการไม่สมดุลกัน ก็อาจทำให้เกิดภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวกว่าปกติได้

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน มีดังนี้ 

  • เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง ทำให้รังไข่ไม่มีการผลิตไข่ และร่างกายไม่ผลิตโปรเจสเตอโรนอีกต่อไป
  • อยู่ในช่วงก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ทำให้เริ่มเกิดความผิดปกติในการผลิตไข่
  • อยู่ในช่วงวัยทองและได้รับฮอรโมนเอสโตรเจนในการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัด
  • มีรอบเดือนไม่ปกติ มีภาวะมีบุตรยาก หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ
  • ได้รับยาที่มีการทำงานเลียนแบบฮอรโมนเอสโตรเจน
  • มีโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินจนจัดอยู่ในภาวะอ้วน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติได้ เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck
  • อายุมากกว่า 35 ปี
  • เริ่มมีประจำเดือนเร็วหรือหมดประจำเดือนช้า
  • สูบบุหรี่
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งรังไข่
  • ตนเองหรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ถุงน้ำในรังไข่ โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี หรือโรคต่อมไทรอยด์

การวินิจฉัยภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ

แพทย์จะสอบถามอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้น รวมถึงประวัติสุขภาพของผู้ป่วยและคนในครอบครัวผู้ป่วย และส่วนใหญ่เมื่อมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ แพทย์อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • การตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด
  • การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ และการขูดมดลูก เพื่อนำตัวอย่างไปวิเคราะห์ผลในห้องปฏิบัติการ
  • การส่องกล้องดูความผิดปกติในมดลูก

การรักษาภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ

การรักษาภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติมักทำโดยการให้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ มีทั้งชนิดรับประทานและครีมทาที่ช่องคลอด การฉีด หรือในห่วงคุมกำเนิด

ในกรณีที่วินิจฉัยว่าเป็นภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบบมีเซลล์ผิดปกติร่วมด้วย และไม่ต้องการที่จะมีบุตรอีกในอนาคต แพทย์อาจแนะนำให้คุณตัดมดลูกออก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นมะเร็งได้มาก

โดยผู้ป่วยที่เป็นเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติแบบไม่ซับซ้อนและไม่มีเซลล์ผิดปกติ ซึ่งเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นมะเร็งจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างน้อย

แต่หากเป็นเยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติที่มีเซลล์ผิดปกติก็จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจะสูงกว่า โดยกลุ่มที่มีเซลล์ผิดปกติแบบไม่ซับซ้อน (Simple atypical) นั้นจะมีโอกาสในการกลายเป็นมะเร็งได้ประมาณ 8% หากไม่ได้รับการรักษา ส่วนในกลุ่มที่มีเซลล์ผิดปกติแบบซับซ้อน (Complex atypical) สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ถึง 29% หากไม่ได้รักษา

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ไปพบคุณหมอมาค่ะ ตรวจภายใน คุณหมอแจ้งว่า เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกโตผิดที่ คำถามคือ มีทางรักษา มั้ยคะ หรือมีวิธีรักษายังไงบ้าง อันตรายถึงชีวิตมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ดิฉันเคยผ่าตัดเดอมอยซีสมาแล้วค่ะ ก่อนผ่าตัดคุณหมอเคยบอกว่ามีอาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หากดิฉันอยากจะมีบุตร จะเป็นปัญหามั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป