การคุมกำเนิด

รู้จักยาคุมฉุกเฉิน วิธีใช้ ผลข้างเคียง และประสิทธิภาพการคุมกำเนิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 883946710

 ยาคุมฉุกเฉินที่จำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2561) มีอยู่ 2 รูปแบบค่ะ คือแบบดั้งเดิมที่มี 2 เม็ด ได้แก่ ยี่ห้อ Postinor (โพสตินอร์), Madonna (มาดอนนา), Marry pink (แมรี่ พิงค์), Norpak (นอร์แพก), Ladynore (เลดี้นอร์) และแบบใหม่ที่มีเม็ดเดียว ได้แก่ ยี่ห้อ Maple forte (เมเปิ้ล ฟอร์ท)

ในบางประเทศ ยาคุมฉุกเฉินที่มีเม็ดเดียว จะมี 2 ชนิดนะคะ ได้แก่ชนิดที่มีตัวยา Ulipristal acetate 30 มิลลิกรัม และ ชนิดที่มีตัวยา Levonorgestrel 1.5 มิลลิกรัม แต่สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มียาคุมฉุกเฉินที่มีตัวยา Ulipristal acetate วางจำหน่าย มีเพียงชนิดที่มีตัวยา Levonorgestrel เท่านั้นค่ะ

ยาคุมยี่ห้อ เมเปิ้ล ฟอร์ท นั้น ใน 1 กล่อง จะมียาอยู่ 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยา Levonorgestrel 1.5 มิลลิกรัม

วิธีใช้ คือ รับประทาน 1 เม็ดครั้งเดียว ภายใน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีค่ะ โดยพบว่า หากรับประทานภายใน 0 – 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ จะมีอัตราการตั้งครรภ์ต่ำกว่าการรับประทานในช่วง 72 – 120 ชั่วโมง

แนะนำให้ใช้เมเปิ้ล ฟอร์ท หรือยาคุมฉุกเฉินยี่ห้ออื่น ๆ เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้นนะคะ เช่น ถูกข่มขืน, ถุงยางรั่วซึมหรือฉีกขาด หรือ ลืมรับประทานยาคุมแบบรายเดือน (ระยะเวลาที่ยาคุมจะไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์หากลืมใช้ จะขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของตัวยาคุมกำเนิดค่ะ ดังนั้น แต่ละยี่ห้ออาจมีระยะเวลาที่ต่างกัน)

ไม่ควรนำยาคุมฉุกเฉินมาใช้แทนการคุมกำเนิดตามปกติ เพียงเพราะไม่อยากใช้ถุงยาง หรือไม่อยากรับประทานยาคุมแบบรายเดือนนะคะ เพราะการที่ยาคุมฉุกเฉินใช้ง่ายกว่า แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็ต่ำกว่าค่ะ

นั่นคือ ถ้าใช้ยาคุมแบบรายเดือนได้ถูกต้อง จะมีโอกาสตั้งครรภ์ไม่ถึง 1%, ส่วนการใช้ถุงยาง ถ้าใช้ถูกวิธี และไม่มีปัญหารั่วซึมหรือฉีกขาด จะมีโอกาสตั้งครรภ์ 2% แต่สำหรับยาคุมฉุกเฉิน ต่อให้รับประทานทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ 15% นะคะ เห็นมั้ยว่าประสิทธิภาพต่างกันเยอะเลย

เมื่อใช้ยาแล้ว อาจพบผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย ซึ่งเคยมีความกังวลว่า การรับประทานแบบครั้งเดียวครบขนาด อาจทำให้ผู้ใช้เกิดอาการดังกล่าวได้มากกว่า แต่มีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพและอาการไม่พึงประสงค์ของการใช้ Levonorgestrel แบบ 1.5 มิลลิกรัมครั้งเดียว และ 0.75 มิลลิกรัม แยกรับประทาน 2 ครั้ง พบว่า ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียงไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงแนะนำให้ใช้แบบครบขนาดในครั้งเดียว เพื่อลดปัญหาการลืมรับประทานยารอบที่สองนั่นเอง

นอกจากผลข้างเคียงที่กล่าวไปแล้ว ยังอาจมีเลือดกะปริบกะปรอยภายใน 7 วันหลังใช้ยา และประจำเดือนในรอบนี้ก็อาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจากวันที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลหากใช้ยาแล้วเกิดหรือไม่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวนะคะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่