การกินเพื่อสุขภาพ

มะเขือม่วง (Eggplant)

เผยแพร่ครั้งแรก 15 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 26 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
มะเขือม่วง (Eggplant)

ทำความรู้จักมะเขือม่วง

ชื่อสามัญ Eggplant

ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum melongena L. จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (Solanaceae)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 27

เป็นมะเขือชนิดหนึ่งมีสีม่วง เป็นพืชล้มลุก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มะเขือม่วงมีถิ่นกำเนิดในทวีปอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกกระจายอยู่ทั่วโลก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูง ผลมะเขือม่วงจะมีรูปร่างหลากหลายตามสายพันธุ์ เช่น ผลกลม รูปไข่ รูปรี เมื่อผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนหรือสีขาวเป็นมัน ส่วนผลแก่จะมีสีม่วงหรือม่วงดำ สามารถนำมารับประทานได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่ มะเขือม่วง เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหาร เนื่องจากมีรสชาติหวานปนขื่นเฉพาะตัว และหารับประทานได้ง่ายตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพอีกมากมาย 

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของมะเขือม่วง

สารสำคัญที่พบในมะเขือม่วง ได้แก่ Flavonoid, กรดฟีโนลิก, ไฟโทสเทอรอล, ไกลโคแอลคาลอยด์ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าการดื่มน้ำมะเขือทุกวัน สามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดและเสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือดได้

ประโยชน์ของแอนโทไซยานิน

  • สีม่วงที่เห็นในผลมะเขือม่วง เกิดจากสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายเท่า
  • ลดการอักเสบและช่วยสมานแผลได้ดี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีการวิจัยพบว่าแอนโทไซยานินมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและอีถึง 2 เท่า
  • ช่วยปกป้องหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดได้
  • ลดคอเลสเตอรอลในเลือด สารแอนโทไซยานินในมะเขือม่วงมีฤทธิ์ขยายเส้นเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและอัมพาตได้ด้วย 

คุณค่าทางอาหารของมะเขือม่วง

มะเขือม่วง 100 กรัม ให้พลังงาน 25 แคลอรี่ มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

ประโยชน์ของมะเขือม่วง

  1. ในด้านการนำมาประกอบอาหาร ส่วนใหญ่แล้วจะนำผลดิบมาเผารับประทานร่วมกับน้ำพริก หรือฝานเป็นชิ้นชุบแป้งทอดกรอบก็อร่อยดี ส่วนอาหารญี่ปุ่นก็จะมีมะเขือม่วงเป็นส่วนประกอบเกือบทุกเมนู
  2. มะเขือม่วงอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด
  3. มะเขือม่วงเป็นพืชผักเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตดี เก็บเกี่ยวได้นาน และปัจจุบันสามารถส่งออกได้

สรรพคุณของมะเขือม่วง

ด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย จึงทำให้มะเขือม่วงมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้สูงอายุที่ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ อัมพาต ความดัน เบาหวาน เป็นต้น เราก็ได้รวบรวมประโยชน์ของมะเขือม่วงมาให้คุณได้ศึกษาและทำความเข้าใจกันดังนี้

  1. ช่วยบำรุงหัวใจ มะเขือม่วงมี ใยอาหาร โพแทสเซียม วิตามินซี วิตามิน B6 และสารอาหารสำคัญที่จะช่วยบำรุงหัวใจมากมาย โดยเฉพาะสารฟลาโวนอยด์และแอนโธไซยานิน จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้อย่างดี
  2. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด จากผลการวิจัยในกระต่ายแสดงให้เห็นว่า เมื่อกระต่ายที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงดื่มน้ำมะเขือม่วง จะทำให้น้ำหนักและระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่เป็นเช่นนี้เพราะกรดคลอโรนิกในมะเขือม่วงสามารถลดระดับความหนาแน่นของไขมันชนิด LDL ได้
  3. ช่วยต้านมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่พบในมะเขือม่วง เช่น สารโพลีฟีนอล สารแอนโธไซยานิน และกรดคลอโรจินิค ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระและช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และช่วยปิดกั้นเอนไซม์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายได้
  4. ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า สารแอนโธไซยานินในผิวมะเขือม่วง สามารถปกป้องเยื่อหุ้มสมองจากความเสียหายของอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการขนส่งสารอาหารเข้าไปในเซลล์และเคลื่อนย้ายของเสียออก ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบของระบบประสาทและทำให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองได้ดีขึ้น
  5. ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด การศึกษาทางคลินิกแสดงให้เห็นว่า ปริมาณแอนโธไซยานินในมะเขือม่วงช่วยลดระดับของความดันโลหิตได้ ซึ่งเมื่อความดันลดลงก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจวายและภาวะหลอดเลือดอุดตันได้เช่นกัน
  6. ช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ในมะเขือม่วงมีสารประกอบฟีนอล ที่ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงและเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก จึงป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในอนาคตได้
  7. ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง นอกจากธาตุเหล็ก มะเขือม่วงยังอุดมไปด้วยทองแดงซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และยังมีวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนในการช่วยรักษาและป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย

เมนูสุขภาพจากมะเขือม่วง

มะเขือม่วง สามารถนำมาประกอบอาหารเพื่อสุขภาพได้หลากหลายเมนู ยกตัวอย่างเช่น

  1. ผัดมะเขือม่วงใบโหระพา ปอกเปลือกมะเขือม่วงและหั่นให้พอดีคำ นำเกลือมาโรยให้ทั่ว คลุกให้เข้ากันและพักเอาไว้ 30 นาที หลังจากหมักเกลือให้ล้างก่อนนำไปผัด ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช กระเทียมสับ มะเขือม่วงลงไป เติมน้ำเปล่า ¼ ถ้วย และปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เติมเต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ใบโหระพา และน้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ ตามด้วยใส่พริกชี้ฟ้าที่หั่นไว้และผัดให้เข้ากัน
  2. มะเขือม่วงราดซอสมิโซะ ผ่ามะเขือม่วงตามยาว จากนั้นใช้มีดปลายแหลมกรีดเนื้อให้มีความลึกประมาณ 1/2 เซนติเมตร กรีดตามแนวยาวและแนวขวางให้มีลักษณะคล้ายตาราง จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเกลือเพื่อป้องกันไม่ให้มะเขือม่วงมีสีคล้ำและทำให้เนื้อมีความนุ่ม ทำซอสโดยใส่มิโซะ 100 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม น้ำส้มสายชู 35 กรัม น้ำมันงา 10 กรัม เกลือ 3 กรัม น้ำ ½ ถ้วย และขิงขูดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน แล้วนำไปตั้งบนไฟปานกลาง เคี่ยวจนซอสข้น จากนั้นจึงตักใส่ถ้วยพักไว้ ตั้งกระทะไฟกลาง ใช้แปรงทาน้ำมันทาลงไปบนผิวกระทะที่ร้อน และทาผิวเปลือกของมะเขือม่วง นำด้านที่มีเปลือกไปย่างในกระทะ ปิดฝาและย่างประมาณ 15 นาที จึงกลับด้านที่กรีดเนื้อเป็นตารางย่างต่อประมาณ 5 นาที ทำการกลับด้านอีกครั้งแล้วใช้แปรงจุ่มซอสทาเคลือบ ปิดฝา และย่างอีก 5 นาที จากนั้นจึงตักใส่จาน โรยด้วยงาขาวและงาดำคั่วบด เสิร์ฟพร้อมไควาเระและซอสมิโซะ

ข้อควรระวัง

มะเขือม่วงมีสารออกซาเลตที่อาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในไตและภาวะไตวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่พึ่งหายจากการรักษานิ่วในไต ไม่ควรรับประทานมะเขือม่วง เพื่อป้องกันอาการกำเริบ

แม้มะเขือม่วงเป็นแหล่งโภชนาการที่สำคัญของสารอาหารต่าง ๆ แต่ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่มีการรับรองคุณสมบัติเพื่อการรักษาโรคแต่อย่างใด มีเพียงหลักฐานบางส่วนที่แสดงถึงประสิทธิผลที่มีผลดีต่อสุขภาพเบื้องต้นเท่านั้น


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ภญ.ดร.นิศารัตน์ ศิริวัฒนเมธานนท์, อาหารหลากสี มีประโยชน์หลากหลาย (ตอนที่ 3) : สารเคมีที่มีประโยชน์จากผักผลไม้ที่มีสีม่วงและสีน้ำเงิน (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/152)
United States Department of Agriculture, Basic Report: 11209, Eggplant, raw (https://ndb.nal.usda.gov/ndb/foods/show/11209)
Rachael Link, 7 Surprising Health Benefits of Eggplants (https://www.healthline.com/nutrition/eggplant-benefits), 30 June 2017

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป