Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

มะเขือม่วง (Eggplant)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,671,781 คน

มะเขือม่วง (Eggplant)

ทำความรู้จักมะเขือม่วง

ชื่อสามัญ Eggplant

ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum melongena L. จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (Solanaceae)

เป็นมะเขือชนิดหนึ่งมีสีม่วง เป็นพืชล้มลุก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มะเขือม่วงมีถิ่นกำเนิดในทวีปอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกกระจายอยู่ทั่วโลก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูง ผลมะเขือม่วงจะมีรูปร่างหลากหลายตามสายพันธุ์ เช่น ผลกลม รูปไข่ รูปรี เมื่อผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนหรือสีขาวเป็นมัน ส่วนผลแก่จะมีสีม่วงหรือม่วงดำ สามารถนำมารับประทานได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่ มะเขือม่วง เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหาร เนื่องจากมีรสชาติหวานปนขื่นเฉพาะตัว และหารับประทานได้ง่ายตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพอีกมากมาย 

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของมะเขือม่วง

สารสำคัญที่พบในมะเขือม่วง ได้แก่ Flavonoid, กรดฟีโนลิก, ไฟโทสเทอรอล, ไกลโคแอลคาลอยด์ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าการดื่มน้ำมะเขือทุกวัน สามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดและเสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือดได้

ประโยชน์ของแอนโทไซยานิน

  • สีม่วงที่เห็นในผลมะเขือม่วง เกิดจากสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายเท่า
  • ลดการอักเสบและช่วยสมานแผลได้ดี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีการวิจัยพบว่าแอนโทไซยานินมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและอีถึง 2 เท่า
  • ช่วยปกป้องหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดได้
  • ลดคอเลสเตอรอลในเลือด สารแอนโทไซยานินในมะเขือม่วงมีฤทธิ์ขยายเส้นเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและอัมพาตได้ด้วย 

คุณค่าทางอาหารของมะเขือม่วง

มะเขือม่วง 100 กรัม ให้พลังงาน 25 แคลอรี่ มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

  • โปรตีน 0.98 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต5.88 กรัม
  • น้ำตาล 3.53 กรัม
  • ไขมัน 0.18 กรัม
  • ใยอาหาร 3 กรัม
  • โพแทสเซียม 229 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 9 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.23 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 24 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 2.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 3.5 มิลลิกรัม
  • โฟเลต 22 ไมโครกรัม

ประโยชน์ของมะเขือม่วง

  1. ในด้านการนำมาประกอบอาหาร ส่วนใหญ่แล้วจะนำผลดิบมาเผารับประทานร่วมกับน้ำพริก หรือฝานเป็นชิ้นชุบแป้งทอดกรอบก็อร่อยดี ส่วนอาหารญี่ปุ่นก็จะมีมะเขือม่วงเป็นส่วนประกอบเกือบทุกเมนู
  2. มะเขือม่วงอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด
  3. มะเขือม่วงเป็นพืชผักเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตดี เก็บเกี่ยวได้นาน และปัจจุบันสามารถส่งออกได้

สรรพคุณของมะเขือม่วง

ด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย จึงทำให้มะเขือม่วงมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้สูงอายุที่ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ อัมพาต ความดัน เบาหวาน เป็นต้น เราก็ได้รวบรวมประโยชน์ของมะเขือม่วงมาให้คุณได้ศึกษาและทำความเข้าใจกันดังนี้

  1. ช่วยบำรุงหัวใจ มะเขือม่วงมี ใยอาหาร โพแทสเซียม วิตามินซี วิตามิน B6 และสารอาหารสำคัญที่จะช่วยบำรุงหัวใจมากมาย โดยเฉพาะสารฟลาโวนอยด์และแอนโธไซยานิน จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้อย่างดี
  2. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด จากผลการวิจัยในกระต่ายแสดงให้เห็นว่า เมื่อกระต่ายที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงดื่มน้ำมะเขือม่วง จะทำให้น้ำหนักและระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่เป็นเช่นนี้เพราะกรดคลอโรนิกในมะเขือม่วงสามารถลดระดับความหนาแน่นของไขมันชนิด LDL ได้
  3. ช่วยต้านมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่พบในมะเขือม่วง เช่น สารโพลีฟีนอล สารแอนโธไซยานิน และกรดคลอโรจินิค ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระและช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และช่วยปิดกั้นเอนไซม์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายได้
  4. ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า สารแอนโธไซยานินในผิวมะเขือม่วง สามารถปกป้องเยื่อหุ้มสมองจากความเสียหายของอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการขนส่งสารอาหารเข้าไปในเซลล์และเคลื่อนย้ายของเสียออก ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบของระบบประสาทและทำให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองได้ดีขึ้น
  5. ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด การศึกษาทางคลินิกแสดงให้เห็นว่า ปริมาณแอนโธไซยานินในมะเขือม่วงช่วยลดระดับของความดันโลหิตได้ ซึ่งเมื่อความดันลดลงก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจวายและภาวะหลอดเลือดอุดตันได้เช่นกัน
  6. ช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ในมะเขือม่วงมีสารประกอบฟีนอล ที่ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงและเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก จึงป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในอนาคตได้
  7. ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง นอกจากธาตุเหล็ก มะเขือม่วงยังอุดมไปด้วยทองแดงซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และยังมีวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนในการช่วยรักษาและป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย

เมนูสุขภาพจากมะเขือม่วง

มะเขือม่วง สามารถนำมาประกอบอาหารเพื่อสุขภาพได้หลากหลายเมนู ยกตัวอย่างเช่น

  1. ผัดมะเขือม่วงใบโหระพา ปอกเปลือกมะเขือม่วงและหั่นให้พอดีคำ นำเกลือมาโรยให้ทั่ว คลุกให้เข้ากันและพักเอาไว้ 30 นาที หลังจากหมักเกลือให้ล้างก่อนนำไปผัด ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช กระเทียมสับ มะเขือม่วงลงไป เติมน้ำเปล่า ¼ ถ้วย และปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เติมเต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ใบโหระพา และน้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ ตามด้วยใส่พริกชี้ฟ้าที่หั่นไว้และผัดให้เข้ากัน
  2. มะเขือม่วงราดซอสมิโซะ ผ่ามะเขือม่วงตามยาว จากนั้นใช้มีดปลายแหลมกรีดเนื้อให้มีความลึกประมาณ 1/2 เซนติเมตร กรีดตามแนวยาวและแนวขวางให้มีลักษณะคล้ายตาราง จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเกลือเพื่อป้องกันไม่ให้มะเขือม่วงมีสีคล้ำและทำให้เนื้อมีความนุ่ม ทำซอสโดยใส่มิโซะ 100 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม น้ำส้มสายชู 35 กรัม น้ำมันงา 10 กรัม เกลือ 3 กรัม น้ำ ½ ถ้วย และขิงขูดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน แล้วนำไปตั้งบนไฟปานกลาง เคี่ยวจนซอสข้น จากนั้นจึงตักใส่ถ้วยพักไว้ ตั้งกระทะไฟกลาง ใช้แปรงทาน้ำมันทาลงไปบนผิวกระทะที่ร้อน และทาผิวเปลือกของมะเขือม่วง นำด้านที่มีเปลือกไปย่างในกระทะ ปิดฝาและย่างประมาณ 15 นาที จึงกลับด้านที่กรีดเนื้อเป็นตารางย่างต่อประมาณ 5 นาที ทำการกลับด้านอีกครั้งแล้วใช้แปรงจุ่มซอสทาเคลือบ ปิดฝา และย่างอีก 5 นาที จากนั้นจึงตักใส่จาน โรยด้วยงาขาวและงาดำคั่วบด เสิร์ฟพร้อมไควาเระและซอสมิโซะ

ข้อควรระวัง

มะเขือม่วงมีสารออกซาเลตที่อาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในไตและภาวะไตวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่พึ่งหายจากการรักษานิ่วในไต ไม่ควรรับประทานมะเขือม่วง เพื่อป้องกันอาการกำเริบ

แม้มะเขือม่วงเป็นแหล่งโภชนาการที่สำคัญของสารอาหารต่าง ๆ แต่ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่มีการรับรองคุณสมบัติเพื่อการรักษาโรคแต่อย่างใด มีเพียงหลักฐานบางส่วนที่แสดงถึงประสิทธิผลที่มีผลดีต่อสุขภาพเบื้องต้นเท่านั้น


ที่มาของข้อมูล

Rachael Link, 7 Surprising Health Benefits of Eggplants (https://www.healthline.com/nutrition/eggplant-benefits), 30 June 2017

United States Department of Agriculture, Basic Report: 11209, Eggplant, raw (https://ndb.nal.usda.gov/ndb/foods/show/11209)

ภญ.ดร.นิศารัตน์ ศิริวัฒนเมธานนท์, อาหารหลากสี มีประโยชน์หลากหลาย (ตอนที่ 3) : สารเคมีที่มีประโยชน์จากผักผลไม้ที่มีสีม่วงและสีน้ำเงิน (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/152)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป