สุขภาพเด็ก

ผื่นแพ้ในเด็ก: อาการและการรักษา

ความรู้พื้นฐานความรู้พื้นฐานเรื่องการป้องกันและรักษาผื่นแพ้ในเด็ก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 174852420 m

ผื่นแพ้ (eczema หรือ atopic dermatitis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยและน่าท้อแท้ใจสำหรับทั้งพ่อแม่และลูก นอกจากจะไม่มีทางหายแล้วยังรักษาได้ยาก และพ่อแม่มักได้รับคำแนะนำที่แตกต่างกันไปเกี่ยวกับการรักษา

อาการผื่นแพ้ในเด็ก

อาการหลักของผื่นแพ้ คือ ผื่นคัน ซึ่งอาจมีสีแดง หยาบหนาหรือระคายเคือง ลอกเป็นขุยหรือเยิ้มแฉะก็ได้ ผื่นมักเริ่มเกิดตั้งแต่วัยทารกและเป็นได้จนถึง 5 ปี แม้ว่าจะควบคุมไม่ให้กำเริบและหายไปได้เมื่อทำการรักษา แต่ก็มักจะกลับมาเป็นครั้งคราว

การวินิจฉัยผื่นแพ้

การวินิจฉัยผื่นแพ้ทำได้โดยดูจากลักษณะของผื่นคันที่ตำแหน่งเฉพาะของมัน ได้แก่ ที่หน้าผาก แก้ม แขนและขาในทารก และด้านในบริเวณรอยพับของข้อศอก เข่า และข้อเท้าในเด็กโต บางครั้งผื่นแพ้ก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นคันชนิดอื่น เช่น ผื่นแพ้สัมผัส ผดร้อน seborrheic dermatitis และผื่นโรคสะเก็ดเงิน ระยะเวลาที่เกิดผื่น ตำแหน่งที่มีผื่น และรูปแบบการกระจายของผื่นจะช่วยให้กุมารแพทย์บอกได้ว่าผื่นนี้เป็นผื่นแพ้หรือเป็นผื่นชนิดอื่นๆ

การป้องกันไม่ให้ผื่นแพ้กำเริบ

ความรู้พื้นฐานของการป้องกันผื่นแพ้กำเริบ (ช่วงเวลาที่ผื่นของลูกแย่ลง) ประกอบไปด้วย การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่รู้อยู่แล้ว เช่น สบู่ ฟองสบู่ ไรฝุ่น อาหารที่แพ้ อากาศร้อนและเหงื่อ เสื้อผ้าขนสัตว์และใยสังเคราะห์ เป็นต้น และการรักษาผิวของลูกให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ เนื่องจากการระบุและหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นทำได้ยาก การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการกำเริบของผื่นแพ้

เพื่อช่วยไม่ให้ผิวแห้ง คุณควรอาบน้ำให้ลูกวันละหนด้วยน้ำที่อุ่นน้อยๆ และสบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวและให้ความชุ่มชื้น หรืออะไรก็ตามที่ใช้แทนสารให้ความชุ่มชื้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้

แม้ว่าสารให้ความชุ่มชื้นจะมีหลายชนิด แต่ชนิดที่เป็นขี้ผึ้งเหนียวข้นจะดีที่สุด แต่วาสลีน aquapor หรือครีมก็ใช้ได้เช่นกัน หลีกเลี่ยงโลชั่นและน้ำมัน เมื่อเลือกชนิดของสารให้ความชุ่มชื้น คุณอาจต้องลองใช้หลายๆ ชนิด เพื่อหาว่าสิ่งไหนที่ดีที่สุดสำหรับลูกของคุณและทาให้ลูกสองถึงสามครั้งต่อวัน ครีมยาหรือโลชั่นยาชนิดปราศจากสเตียรอยด์ก็สามารถใช้แทนสารให้ความชุ่มชื้นได้เช่นกัน รวมถึง Julia, Mimyx และ Atopiclair

การรักษาผื่นแพ้ในเด็ก

เมื่ออาการผื่นแพ้ของลูกกำเริบ การรักษาที่ใช้โดยทั่วไป คือ เสตียรอยด์ชนิดทา และยังมียาชนิดใหม่ที่ปราศจากสเตียรอยด์ เช่น Elidel (pimecrolimus) และ protopic (tacrolimus) แต่ระวังไว้ว่ามีคำเตือนเรื่องการใช้ยาสองตัวนี้ในเด็กที่อายุต่ำกว่าสองขวบ หรือการใช้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

สเตียรอยด์ชนิดทา มีตั้งแต่ครีม hydrocortisone ที่ซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งอ่อนมากจนอาจใช้ทาหน้าได้ จนถึงระดับแรงปานกลางและแรงมากที่ต้องให้แพทย์สั่งใช้เท่านั้น โดยทั่วไปแล้วจะหลีกเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์ที่แรงมากในเด็กและมักใช้กลุ่มที่แรงปานกลางมากกว่า เช่น Cutivate (Fluticasone), Dermatop (prednicarbate), Elocon (mometasone), Locoid Lipocream (hydrocortisone butyrate) และ 0.1 % triamcinolone ซึ่งแม้แต่ยาเหล่านี้ก็ยังมีผลข้างเคียงได้ เช่น ผิวบางและรอยแรก หากใช้ที่เดิมเป็นระยะเวลานๆ ยาเหล่านี้ไม่ควรใช้กับใบหน้าของเด็กหรือในที่อับ เช่น ในผ้าอ้อม

ยาทาชนิดปราศจากสเตียรอยด์หรือยาปรับภูมิคุ้มกันตัวใหม่ๆ ก็ใช้รักษาผื่นแพ้ผิวหนังในเด็กได้ รวมถึง Elidel และ Protopic ยาเหล่านี้ใช้สองครั้งต่อวันในเด็กอย่ามากกว่าสองขวบ โดยทาให้ทั่วบริเวณที่มีผื่นแพ้ รวมถึงใบหน้าด้วย ยานี้ยังอาจช่วยป้องกันการกำเริบหากคุเรเริ่มใช้ตั้งแต่เห็นสัญญาณของอาการคันหรือผื่น

Antihistamine มักใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาผื่นแพ้ โดยค่อนข้างมีประโยชน์หากอาการคันรบกวนการนอนของลูก ซึ่งเป็นกรณีที่การใช้ยา antihistamine เพื่อให้หลับ เช่น Benadryl (diphenhydramine hydrochloride) หรือ Atarax (hydroxyzine hydrochloride) อาจได้ผลดี การประคบเย็นก็มีประสิทธิภาพดีในการลดการเกาเมื่อลูกคัน การรักษาอื่นๆ ที่ใช้ได้ในกรณีผื่นแพ้ที่รักษาได้ยากมากมีทั้งการทำแผลและการให้สเตียรอยด์กิน รังสียูวี และยากดภูมิคุ้มกัน เช่น cyclosporin

คุณควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับผื่นแพ้ในเด็ก

  • แม้ว่าจะยังไม่มีการรักษาให้หายขาด แต่ผื่นแพ้จะหายไปได้เมื่อเด็กโตขึ้นหรืออย่างน้อยก็อาการดีขึ้น
  • ผื่นแพ้ไม่ได้เป็นโรคที่ถ่ายทอดกันในครอบครัวและสามารถเกี่ยวข้องกับโรคการแพ้อื่นๆ ได้ เช่น โรคเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic rhinitis) และหอบหืด
  • คุณควรทาสารให้ความชุ่มชื้นทับยาที่ทาไว้อีกชั้นในช่วงที่ผื่นแพ้กำเริบ
  • ขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้เด็กอาบน้ำเป็นเวลา 10 นาที วันละครั้ง เพื่อช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวหนัง เมื่อคุณทาสารให้ความชุ่มชื้นลงบนผิวของลูกภายในสองถึงสามนาทีหลังอาบน้ำก็จะทำให้ผิวมีสุขภาพดีและอุ้มน้ำ
  • เตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่ผื่นแพ้อาจแย่ลง เช่น ในช่วงหน้าหนาวที่อากาศในบ้านแห้ง ช่วงหน้าร้อนที่ลูกอาจไปว่ายน้ำ หรือไปถูกอากาศร้อนเกินไปข้างนอกบ้าน
  • เตือนตัวเองไว้ว่าการติดเชื้อที่ผิวหนังมักทำให้การรักษาผื่นแพ้กำเริบยากมากขึ้นและลูกของคุณอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมไปจากยาสำหรับผื่นแพ้ตามปกติ
  • หากอาการผื่นแพ้ของลูกไม่ดีขึ้นจากการรักษาพื้นฐาน ให้ไปพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังสำหรับความช่วยเหลือและคำแนะนำในการรักษา

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่