10 เรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่จริงเกี่ยวกับไวรัสอีโบลา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที

จากข่าวของวัคซีนที่ได้รับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ประสิทธิภาพ นักสุขภาพยังคงมีความพยายามที่จะควบคุมเชื้อไวรัสอีโบลา

การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ นี่เป็นการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีมา ทำให้มีผู้คนล้มตายนับพัน และแสดงให้เห็นว่าโรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตนี้ สามารถติดต่อได้ง่ายจากคนสู่คนในระยะท้ายๆ ในตอนนี้ ข่าวของความสำเร็จของวัคซีนทดลองได้ช่วยให้ความหวังสำหรับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสอีโบลา

ที่ได้รับการยืนยันแรกๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกัน 2 คนมีอาการป่วยหลังจากกลับจากอเมริกาตะวันตกและได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในมหาวิทยาลัย Emory ที่เมืองแอตแลนตา พวกเขาได้รับการรักษาและได้รับการปล่อยตัวโดยปราศจากไวรัสอีโบลาในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 2014

รายงานการติดเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการวินิจฉัยในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2014 ผู้ป่วยเสียชีวิตในวันที่ 8 ตุลาคม ที่โรงพยาบาล Texas Health Presbyterian ในเมืองแดลลัส จากรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC)

ในวันที่ 11 ตุลาคม รายงานการติดเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งที่สองในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการวินิจฉัยในพยาบาลที่ให้การดูแลผู้ป่วยรายแรกในโรงพยาบาลเดิม เธอได้รับการปล่อยตัวโดยปราศจากไวรัสอีโบลาในวันที่ 24 ตุลาคม รายงานการติดเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งที่ 3 ได้รับการวินิจฉัยในที่เดียวกันในพยาบาลอีกรายที่ดูแลผู้ป่วยรายเดิม เธอได้รับการวินิจฉัยในวันที่ 15 ตุลาคม และได้รับการปล่อยตัวโดยปราศจากไวรัสอีโบลาในวันที่ 28 ตุลาคม

อาสาสมัครนักการแพทย์ที่กลับมาประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากไปประเทศกินีในแอฟริกาตะวันตก ตรวจแล้วเป็นผลบวกสำหรับเชื้อไวรัสอีโบลาที่โรงพยาบาล Bellevue Hospital ในมหานครนิวยอร์กในวันที่ 24 ตุลาคม เขาได้รับการดูแลโดยการให้แยกกักตัวรักษาและได้รับการปล่อยตัวโดยปราศจากไวรัสอีโบลาในวันที่ 11 พฤศจิกายน

แต่ในวันที่ 17 พฤศจิกายน ศัลยแพทย์ชาวอเมริกันเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลาที่ศูนย์การแพทย์ Nebraska ในเมือง Omaha ที่เขาได้รับการส่งตัวจากประเทศ Sierra Leone ซึ่งอยู่ในระยะท้ายๆ ของโรคแล้ว ล่าสุด นักสุขภาพชาวอเมริกันที่ได้รับเชื้อไวรัสอิโบลาได้รับการส่งตัวไปที่เมือง Bethesda รัฐแมริแลนด์ในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2015 และเข้ารักษาตัวเพื่อรับการรักษาที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ซึ่งมีการยับยั้งกรณีติดเชื้อของโรคติดต่อที่มีความปลอดภัยสูง

การควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา

ในแกลลัพโพลของชาวอเมริกันมากกว่า 1,000 คน มี 20% กังวลว่าจะติดเชื้อไวรัสอีโบลา แต่ถึงกระนั้น โอกาสที่คุณจะได้รับเชื้ออีโบลาในประเทศสหรัฐอเมริกายังค่อนข้างต่ำเพราะมีการควบคุมโรคที่รัดกุมจากผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพในประเทศนี้ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกำลังหาวิธีเพื่อระบุผู้ที่อาจสัมผัสกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศสหรัฐอเมริกาและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพกำลังหาวิธีในการควบคุมเชื้อ ซึ่งรวมถึงการแยกผู้ป่วยที่ติดโรคหรืออาจป่วยจากโรคนี้

จากหนึ่งในสองของรายงานการติดเชื้อในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยได้ถูกกักตัวในแผนกของโรงพยาบาล Emory ซึ่งมีความปลอดภัยสูงสำหรับควบคุมโรคติดเชื้อ นายแพทย์  Amar Safdar รองศาสตร์จารย์ของแผนกโรคติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ศูนย์การแพทย์ Langone ในมหาวิทยาลัยนิวยอร์กกล่าวว่า มีเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตให้พบกับผู้ป่วยเท่านั้นที่สามารถสัมผัสกับเชื้อไวรัสอีโบลาได้ ผู้คนเหล่านี้ใช้อุปกรณ์และขั้นตอนป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันไม่ให้มีข้อผิดพลาด

Tom Frieden แพทย์และผู้อำนวยการของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเน้นในการกล่าวในที่สาธารณะว่า สถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบบสุขภาพนั้นแข็งแร็งจะแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในแอฟริกาตะวันตก เขากล่าวว่า เขาไม่เป็นห่วงเกี่ยวกับความสามารถในการควบคุมเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขกำลังทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถในแอฟริกาตะวันตกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอีโบลา นักวิจัยทั่วโลกกำลังมองหาวิธีเพื่อป้องกันและรักษาเชื้อไวรัสอีโบลาโดยการค้นหาวัคซีนและการรักษาให้หายขาด และการทดสอบในมนุษย์ครั้งแรกของการทดสอบวัคซีนตัวใหม่กำลังดำเนินต่อไป

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเชื้อไวรัสอีโบลา

นี่คือ 10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเชื้ไวรัสอีโบลาที่อาจจะช่วยลดอาการกลัวของคุณ

1. การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในปัจจุบันนั้นแพร่หลายและรุนแรงที่สุดในแอฟริกาตะวันตก

มีรายงานของการติดเชื้อมากที่สุดในประเทศกินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย พร้อมรายงานการติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 20 ราย ในประเทศไนจีเรีย 1 รายในประเทศเซเนกัล สหราชอาณาจักร และสเปน 4 รายในสหรัฐอเมริกา และ 8 รายในประเทศมาลี จากรายงานล่าสุด มีการระบาดในปัจจุบันของ 24,282 รายงานการติดเชื้อไวรัสอีโบลาในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 9,976 ราย จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO)

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุด คือ ผู้ที่มีการสัมผัสทางกายอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ เช่น คนในครอบครัวและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ ซึ่งดูแลผู้ป่วย

2. มีประกาศของคำเตือนในการท่องเที่ยวไปยังประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน

เพราะกรณีการติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกมีจำนวนเพิ่มขึ้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแนะนำไม่ให้เดินทางไปยังประเทศเหล่านี้หาก "ไม่จำเป็น" ในขณะที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา นอกเหนือจากนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยังกล่าวว่า ผู้ที่ได้เดินทางไปยังประเทศกินี ไลบีเรีย หรือเซียร์ราลีโอน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือของเหลวในร่างกายจากผู้ที่ป่วยเพราะพวกเขาอาจติดเชื้อไวรัสอีโบลา

3. มีการคัดกรองคนจากแอฟริกันตะวันตกจากจุดเข้าเมืองหลักของสหรัฐอมเริกาเพื่อหารายงานการติดเชื้อไวรัสอีโบลา

สนามบินนานาชาติ 5 แห่งหลักๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่มาจากประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน เพื่อหาอาการไข้หวัดและการติดเชื้อไวรัสอีโบลา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิประกาศในวันที่ 8 ตุลาคม การตรวจคัดกรองเริ่มที่สนามบินนานาชาติ JFK ในนิวยอร์กและตามด้วย Washington-Dulles, Newark, Chicago-O'Hare และ Atlanta

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคประกาศว่า หลังการมาถึง เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขจะดูแลผู้โดยสารเหล่านี้ทุกวันเป็นเวลา 21 วันเพื่อดูอาการไข้หรืออาการแสดงอื่นๆ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินทาง

TWEET รายงานว่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลามีรายงานการติดเชื้อ 24,282 ราย และผู้เสียชีวิต 9,976 ราย 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรครายงานว่า การติดเชื้อไวรัสอีโบลารายแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้เห็นชัดระหว่างการเดินทาง เพราะผู้ป่วยไม่ได้แสดงอาการจนกว่ามาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาจากการเดินทางไปแอฟริกาตะวันตกในหลายวันต่อมา

นายแพทย์ David C. Pigott ศาสตร์จารย์ของสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่ University of Alabama ในเมือง Birmingham กล่าวว่า การคัดกรองสามารถจัดเตรียมโดยการวัดไข้ผู้โดยสารเมื่อไปถึงสนามบินเมื่อพวกเขามีเที่ยวบินไปแอฟริกาตะวันตก และนายแพทย์ Pigott ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางคลินิก a 2005 review of the virus in Critical Care

มีการกำหนดกักตัวในหมู่นักข่าวที่รายงานเรื่องวิฤตของเชื้อไวรัสอีโบลาและในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2015 แพทย์หญิง Nancy Snyderman หัวหน้าบรรณาธิการด้านการแพทย์ของ NBC News ลาออกจากตำแหน่งหลังจากที่ไม่สามารถควบคุมได้ สำนักข่าว AP รายงาน

4. เชื้อไวรัสอีโบลาเกิดจากเชื้อไวรัส RNA

อันตรายทางสุขภาพที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้เป็นผลจากเชื้อไวรัส RNA (กรดไรโบนิวคลีอิก) ที่ติดเชื้อในสัตว์ป่า เช่น ค้างคาวผลไม้ ลิง กอริลล่า ชิมแปนซี และแม้แต่ในมนุษย์ ไวรัสชนิดนี้แทบไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หมาและแมว การสัมผัสเลือดหรือของเหลวในร่างกายของสัตว์ที่ติดเชื้อน่าเป็นแหล่งต้นกำเนิดของโรคติดเชื้อ การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1976 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในแม่น้ำอีโบลา และในประเทศซูดาน และมีการระบาดครั้งหลังในประเทศอูกันดาและประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกา จากรายงานของข้อมูลขององค์การอนามัยโลก

"เชื้อไวรัสอีโบลาไม่ใช่การติดเชื้อที่เกิดจากการสัมผัสโดยทั่วไป" Safdar แจกแจง ในระยะท้ายๆ เชื้อไวรัสอีโบลาแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านของเหลวในร่างกาย "ไม่มีการแพร่เชื้อของเชื้อไวรัสอีโบลาผ่านการไอหรือจามเหมือนในไข้หวัดใหญ่หรือวัณโรค" เขากล่าว เชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวของที่มีเลือดหรือของเหลวจากร่างกาย แต่อุปกรณ์ที่ได้รับการฆ่าเชื้อด้วยการน้ำยาฟอกฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลนั้นสามารถฆ่าเชื้อไวรัสอีโบลาได้

5. อาการแสดงระยะเริ่มตอนของเชื้อไวรัสอีโบลานั้นเป็นอาการแสดงของการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ

อาการแสดงระยะเริ่มต้นของเชื้อไวรัสอีโบลา รวมถึง ไข้ ปวดหัว ปวดตัว ไอ ปวดท้อง อาเจียน และท้องเสีย เพราะอาการแสดงเหล่านี้สามารถเป็นอาการแสดงของโรคอื่นๆ จึงเป็นเรื่องยากในการวินิจฉัยเชื้อวัยรัสอีโบลาในระยะเริ่มต้น เวลาในการเจอเชื้อไวรัสอีโบลา คือ เมื่อคุณป่วย ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรคประมาณ 2-21 วัน ดร. Pigott กล่าว ผู้คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีอาการแสดงแรกเริ่ม 8-9 วันหลังจากถูกเชื้อไวรัส จากรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค การทดสอบแบบจำเพาะเพื่อหาแอนติบอดีในการต้านเชื้อไวรัสอีโบลาและไวรัส DNA จะช่วยให้แพทย์หาข้อสรุปในการวินิจฉัย

6. เลือดออกเป็นเรื่องปกติในระยะท้ายๆ ของเชื้อไวรัสอีโบลา

อาการแสดงท้ายๆ ของไวรัสอีโบลาจะปรากฏอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันหลังจากระยะฟักตัวของอาการแสดงระยะเริ่มต้น เนื่องจากอาการเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ดวงตาของผู้ป่วยอาจเปลี่ยนเป็นสีแดงและอาจมีการอาเจียนเป็นเลือด ท้องเสียเป็นมูกเลือด และทุกข์ทรมานจากการล้มเหลวของระบบไหลเวียนโลหิตและเสียชีวิต การรักษาที่แพทย์สามารถทำได้ คือ การดูแลตามอาการโดยการให้ของเหลวและออกซิเจนแก่ผู้ป่วยและพยายามให้ความดันโลหิตของผู้ป่วยนั้นคงที่

7. เชื้อไวรัสอีโบลานั้นมักร้ายแรงถึงตายได้

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก เกือบครึ่งหนึ่งของกรณีการติดเชื้อของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกมีจุดจบของการเสียชีวิต จากกรณีการติดเชื้อทั้งหมด 24,282 รายในการระบาดครั้งปัจจุบัน มีรายงานการเสียชีวิต 9,976 รายในวันที่ 11 มีนาคม จากรายงานสถิติขององค์การอนามัยโลก

ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพนั้นเสียชีวิตจากโรคร้ายนี้เพราะพวกเขามีการสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับผู้ป่วย จากผู้ที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลา หนึ่งในนั้น คือ นายแพทย์ Sheik Umar Khan อดีตหัวหน้าแผนกรักษาเชื้อไวรัสอีโบลาในเซียร์ราลีโอน เขาเสียชีวิตจากโรคนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 และหัวหน้าแพทย์ที่ทำการรักษาเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไลบีเรีย นายแพทย์ Samuel Brisbane เสียชีวิตจากโรคนี้เพียงสามวันก่อนหน้านี้

8. ยารักษาเชื้อไวรัสอีโบลาตัวใหม่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา

องค์การอาหารและยาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่ได้รับรองการรักษาใดๆ สำหรับเชื้อไวรัสอีโบลา Pigott แจกแจง แต่นักปฏิบัติงานด้านสุขภาพที่เป็วชาวอเมริกันสองคน Kent Brantly (แพทย์) และ Nancy Writebol ติดเชื้อในประเทศไลบีเรียและได้รับการรักษาด้วยยา ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ยาตัวนี้มีชื่อว่า ZMapp ถูกผลิตโดยบริษัท Mapp Biopharmacuetical Inc. "ตัวยานี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง ยาตัวนี้เป็นยาที่สร้างขึ้นโดยใช้แอนติบอดี้เป็นตัวตั้งต้น" Pigott อธิบาย แต่ยาตัวนี้ยังไม่เคยทดสอบในมนุษย์เพื่อวัดประสิทธิภาพยาตัวนี้ได้รับการพัฒนาในต้นปี ค.ศ. 2014 ยา ZMapp ได้รับการทดสอบในพืชแต่ยังไม่พบรายงานว่ามีความปลอดภัยในมนุษย์จากรายงานของผู้ผลิต

9. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลายังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา

วัคซีนทดลองมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสอีโบลาในงานวิจัยขนาดเล็กของผู้ใหญ่ที่สัมผัสกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศกินี เป็นเรื่องยากที่จะทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนทดลองในมนุษย์ เพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีใครให้คุณฉีดวัคซีนตัวนี้ที่มีเชื้อไวรัสอีโบลาและเฝ้าดูอาการว่าคุณจะติดเชื้อในอนาคตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วผู้คนจะติดเชื้อไวรัสอีโบลาในพื้นที่เกิดการระบาดและการทดลองวัคซีนใหม่ๆ ในมนุษย์ ซึ่งเมื่อมีการติดเชื้อ ผลนั้นจะเชื่อถือได้ จากรายงานในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2015 ใน The Lancet การวิจัยในสัตว์ยังได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ป้องกันได้

นักวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) รายงานแต่งานวิจัยในลิงไม่มีหางยังมีข้อโต้แย้ง เพราะประชากรของลิงไม่มีหางนั้นลดน้อยลงและอยู่ในอันตรายที่จะสูญพันธุ์

10. เชื้อไวรัสอีโบลาไม่ใช่ความเสี่ยงสำหรับสาธารณะชนในประเทศสหรัฐอเมริกา

คุณไม่ได้มีความเสี่ยงสำหรับเชื้อไวรัสอีโบลา ยกเว้นคุณมีสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือของเหลวของผู้ที่เชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อพวกเขาเหล่านั้นมีอาการแสดง เช่น ไข้ อาเจียน และไอ "ถ้าคุณไม่มีอาการแสดงระยะต้นๆ คุณไม่น่าจะติดเชื้อ" Pigott กล่าว การติดเชื้อใหม่ๆ มาจากของเชื้อไวรัสจากการสัมผัสที่ใกล้ชิดกันผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะผ่านเลือด ของเหลวในร่างกาย หรือเข็มที่ติดเชื้อ ในระยะท้ายๆ ของโรคเมื่อระดับการเชื้อไวรัสนั้นสูง

ในการที่จะป้องกันสาธารณะสุขของประเทศสหรัฐอเมริกาศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกำลังสร้างพิสัยสำหรับการทดสอบและควบคุมดูแลโรค รวมถึงการหาข้อมูลการควมคุมการติดเชื้อให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พวกเขากำลังฝึกคนที่ตอบสนองทางการแพทย์ ลูกเรือและพนักงานในสนามบินสำหรับวิธีการรายงานผู้โดยสารที่ป่วยให้กับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการกักตัว

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่