Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคไวรัสอีโบลา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,161,984 คน

โรคไวรัสอีโบลา

โรคไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease) เป็นโรคร้ายแรงที่มีต้นกำเนิดมาจากแอฟริกา เคยระบาดอย่างหนักในช่วงปี 2014 ถึง 2015 และทางการได้ประกาศยุติการระบาดของโรคนี้เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปี 2016 ที่ผ่านมา

การระบาดของเชื้ออีโบลาในช่วง 2014 ถึง 2015 นั้นมักเกิดในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกอย่างประเทศกินี ไลบิเรีย และเซียร์ราลีโอน บ้างก็มีรายงานพบผู้ป่วยอีโบลาที่ศูนย์กลางของแอฟริกาด้วย

ทางองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้รายงานว่ามีผู้ป่วยที่เป็นทางการประมาณ 28,000 คน โดยมี 11,000 คนที่เสียชีวิต ซึ่งนั่นนับเป็นการระบาดของเชื้ออีโบลาที่ใหญ่หลวงที่สุด

ยังมีความเสี่ยงต่อโรคไวรัสอีโบลาหรือไม่?

ยังมีรายงานพบเห็นผู้ป่วยโรคอีโบลาอยู่เล็กน้อยที่แอฟริกาเนื่องจากไวรัสยังคงมีอยู่ในประเทศแถบนั้นอยู่ แต่ความเสี่ยงที่เกิดกับผู้ที่เดินทางเข้าแอฟริกาน้อยมาก ๆ

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไวรัสอีโบลาคือผู้ที่ทำการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่ต้องสัมผัสกับเลือดหรือของเหลวจากผู้ติดเชื้อ อย่างบุคลากรในโรงพยาบาล คนงานห้องปฏิบัติการณ์ และสมาชิกในครอบครัวผู้ติดเชื้อ

อาการของโรคไวรัสอีโบลา

ผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีอาการ:

อาการข้างต้นจะเริ่มขึ้นอย่างกะทันหันระหว่างช่วง 2 ถึง 21 วันหลังติดเชื้อ

อาการท้องร่วง อาเจียน ผื่น ปวดท้อง และการทำงานของตับและไตลดลงอาจจะตามมาหลังจากนั้น ผู้ป่วยอาจมีภาวะเลือดออกภายใน และอาจมีเลือดออกจากหู ตา จมูก หรือปากได้

คุณควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อป่วย?

ให้คุณไปพบแพทย์ทันทีที่คุณเริ่มเจ็บป่วยระหว่างที่เดินทางไปยังต่างประเทศ

ความเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคไวรัสอีโบลานั้นมีน้อยมาก ๆ แต่อาการต่าง ๆ ที่คุณประสบอาจเป็นภาวะสุขภาพร้ายแรงอื่น ๆ อย่างโรคมาลาเรีย หรืออหิวาตกโรค ดังนั้นคุณควรต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและดำเนินการรักษาให้ถูกต้อง

คุณต้องแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการเดินทางของคุณที่ผ่านมาเพื่อให้แพทย์ชี้ชัดถึงปัญหาได้แม่นยำขึ้น

บางครั้งแพทย์อาจต้องทำการเจาะตรวจเลือด ปัสสาวะ หรืออุจจาระเพื่อหาร่องรอยการติดเชื้อต่าง ๆ ด้วย

เชื้ออีโบลาแพร่กระจายได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสอีโบลาแพร่กระจายในเลือด ของเหลวจากร่างกายหรืออวัยวะของมนุษย์หรือสัตว์ที่ติดเชื้อ ยกตัวอย่างการแพร่กระจายเช่น:

การสัมผัสร่างกายของผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการหรือผู้เสียชีวิตจากโรคนี้: ไวรัสสามารถมีชีวิตรอดภายนอกร่างกายได้นานหลายวัน

การทำความสะอาดของเหลวจากร่างกายผู้ติดเชื้อ (เช่นเลือด อุจจาระ ปัสสาวะ หรือกองอาเจียน)

การใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กับผู้ติดเชื้อและไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อมาก่อน

การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย: การศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าเชื้ออีโบลาสามารถอยู่ในน้ำเชื้อของผู้ชายได้นานหลายเดือนแม้ว่าผู้ป่วยคนนั้นจะหายจากโรคแล้วก็ตาม

การหยิบจับหรือรับประทานเนื้อที่ไม่สุก

อีโบลาไม่สามารถติดได้จากการสัมผัสร่างกายของผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอย่างการจับมือ

การรักษาโรคไวรัสอีโบลา

ณ ตอนนี้ยังไม่มีวิธีรักษาหรือวัคซีนป้องกันโรคอีโบลา แต่ก็มีวัคซีนและยาบำบัดหลายตัวที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและทดลองอยู่

พื้นที่ที่มีการระบาดของโรคต้องถูกกักกันในทันที และผู้ที่ถูกยืนยันว่าติดเชื้อควรได้รับการรักษาแยกออกจากกลุ่มผู้ป่วยอื่น ๆ ตามสถานพยาบาล

โรคไวรัสอีโบลาจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ จึงต้องมีการให้ของเหลวเข้าเส้นเลือดโดยตรง อีกทั้งต้องมีการคงระดับออกซิเจนในเลือดและระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ กับการช่วยเหลืออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงานต่อสู้กับการติดเชื้อตลอดเวลา

บุคลากรด้านสุขภาพทุกคนต้องเลี่ยงการสัมผัสกับของเหลวจากร่างกายผู้ติดเชื้ออย่างที่สุดด้วยการสวมใส่อุปกรณ์ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด

เชื้อไวรัสอีโบลาสามารถส่งผลเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นหากผู้ป่วยตรวจพบโรคและรับการรักษาเร็วเท่าไรจะยิ่งมีโอกาสรอดจากโรคมากขึ้นเท่านั้น

การป้องกันโรคไวรัสอีโบลา

แม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกาจะยุติลงแล้ว ณ ประเทศที่เคยมีการระบาดก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อตัวนี้อยู่เล็กน้อย

หากคุณต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำป้องกันไว้ก่อนดังนี้เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้ออีโบลา:

  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ : หากไม่มีสบู่ก็ควรเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์แทน
  • ล้างและปอกเปลือกผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน
  • เลี่ยงการสัมผัสร่างกายผู้อื่น
  • ไม่หยิบจับสัตว์ที่ตายหรือเนื้อดิบ
  • ไม่รับประทานเนื้อที่ปรุงไม่สุก

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป