กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การตั้งครรภ์

คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

เผยแพร่ครั้งแรก 10 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 30 มิ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

การเลือกรับประทานอาหารเป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากอาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ตามปกติคนเราไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารแบบพิเศษ ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้หลากหลายในทุกๆ วัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้ว คุณอาจต้องรับประทานอาหารเสริม เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารเพียงพอ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฝากครรภ์ คลอดบุตรวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 275 บาท ลดสูงสุด 4250 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

184

คุณแม่ตั้งครรภ์อาจพบว่าตัวเองมักจะหิวกว่าปกติ แต่อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเผื่อลูก แม้ว่าจะตั้งครรภ์แฝดสองหรือแฝดสาม ข้อปฏิบัติหลักๆ คือคุณแม่ควรรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ และหากมีภาวะเสี่ยงบางอย่าง เช่น เบาหวาน ก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับแผนการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

อาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทาน

  • ผักและผลไม้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ เพราะอาหารเหล่านี้มีวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเรื่องการย่อย และสามารถช่วยป้องกันอาการท้องผูก ทั้งนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานผักผลไม้ต่างชนิดกันอย่างน้อย 5 หน่วยบริโภคทุกวัน โดยอาจเป็นแบบสด แช่แข็ง บรรจุกระป๋อง แบบแห้ง หรือแบบแช่น้ำก็ได้ แต่ก่อนรับประทานต้องไม่ลืมล้างให้สะอาดก่อนเสมอ
  • อาหารประเภทแป้ง เช่น ขนมปัง มันฝรั่ง ซีเรียล ข้าว พาสต้า ก๋วยเตี๋ยว ข้าวโพด มัน ฯลฯ เป็นแหล่งพลังงาน วิตามิน และไฟเบอร์ที่สำคัญ อีกทั้งยังช่วยทำให้คุณแม่รู้สึกอิ่มโดยไม่ต้องได้แคลอรีมากเกินไป

    คุณควรรับประทานอาหารประเภทแป้งให้ได้มากกว่า 1 ใน 3 ของอาหารทั้งหมด และควรเลือกแป้งชนิดไม่ขัดสี หรือมันฝรั่งที่ยังคงมีเปลือกติดอยู่ เพราะจะได้ไฟเบอร์มากกว่า
  • อาหารประเภทโปรตีน คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนทุกวัน เช่น ถั่ว ปลา ไข่ เนื้อวัว ไก่ ฯลฯ อย่างไรก็ดี ควรเลือกทานส่วนที่เป็นเนื้อปลอดมัน และพยายามไม่ใส่น้ำมันเมื่อปรุงอาหาร

    นอกจากนี้ คุณจำเป็นต้องทำให้ไข่และเนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแกะ เนื้อวัว และเนื้อหมู สุกจนทั่วทั้งชิ้น โดยตรวจสอบได้จากเนื้อเหล่านั้นต้องไม่เป็นสีชมพูแล้ว และน้ำที่ไหลออกมาไม่เป็นสีชมพูหรือแดง

    ส่วนพวกปลา ควรรับประทานให้ได้ 2 หน่วยบริโภคต่อสัปดาห์ ซึ่งครึ่งหนึ่งควรเป็นปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล หากเลือกได้ควรเลือกปลาจากแหล่งปลอดภัย ไม่มีสารปรอท เนื่องจากแม้ปรอทที่ได้รับจากอาหารไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อคนส่วนใหญ่ แต่สามารถส่งผลต่อพัฒนาการของระบบประสาทของเด็กในท้องได้
  • ผลิตภัณฑ์นม นม หรืออาหารที่มีส่วนผสมของนม เช่น ชีส โยเกิร์ต นั้นมีแคลเซียมและสารอาหารอื่นๆ ที่ลูกของคุณต้องการ อย่างไรก็ดี หากเป็นไปได้คุณแม่ควรเลือกชนิดไขมันต่ำ และรับประทานให้ได้วันละ 2-3 หน่วยบริโภค อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ที่เป็นสูตรเพิ่มความหวาน

ของว่างดีต่อสุขภาพที่คุณแม่ตั้งครรภ์กินได้

หากคุณรู้สึกหิวในระหว่างมื้ออาหาร ให้พยายามเลี่ยงการรับประทานขนมที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน บิสกิต มันฝรั่งทอดกรอบ หรือช็อกโกแลต ให้เลือกรับประทานเมนูอื่นๆ ที่ดีต่อสุขภาพแทน ได้แก่

  • แชนด์วิชไส้ปลา เช่น ปลาทูนา แซลมอน ซาร์ดีน
  • สลัดผักชนิดต่างๆ เช่น แคร์รอต แตงกวา ซาลารี
  • ลูกพรุนแบบพร้อมรับประทาน
  • ซีเรียลแบบไม่เติมสารเพิ่มความหวาน
  • ซุปผักและถั่ว
  • โยเกิร์ตสูตรไขมันและน้ำตาลต่ำ
  • ข้าวโอ๊ตกับนม
  • เครื่องดื่มที่มีนมเป็นส่วนผสม
  • ผลไม้สด
  • ถั่วอบกับขนมปัง
  • มันฝรั่งอบ

วิธีการเตรียมอาหารให้ปลอดภัยสำหรับคุณแม่และลูกน้อย

การทำอาหารรับประทานเองทำให้รู้ที่มาของส่วนประกอบแต่ละอย่าง และสามารถเลือกแหล่งวัตถุดิบปลอดภัยได้ การเตรียมอาหารก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน โดยควรปฏิบัติดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฝากครรภ์ คลอดบุตรวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 275 บาท ลดสูงสุด 4250 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

184
  • ล้างผักและผลไม้ก่อนรับประทานเพื่อกำจัดดินที่ติดมาด้วย เพราะในดินอาจมีปรสิตที่มีชื่อว่า “ท็อกโซพลาสมา (Toxoplasma)” ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคท็อกโซพลาสโมซิส และสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กในครรภ์
  • ทำความสะอาดบริเวณเตรียมอาหาร อุปกรณ์ และล้างมือให้สะอาดเสมอ หลังจากที่เตรียมเนื้อดิบ เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียกระจายตัว
  • แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมรับประทาน และใช้เขียงแยกสำหรับเนื้อสด มิเช่นนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อน การทำเช่นนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอาหารเป็นพิษ ซึ่งเกิดจากเชื้อซาลโมเนลลา แคมไพโรแบคเตอร์ และอีโคไล (E.Coli)
  • เวลาอุ่นอาหารสำเร็จรูป ดูให้แน่ใจว่าอาหารร้อนจนทั่วแล้ว รวมถึงเวลาปรุงอาหารจำพวกไข่ สัตว์ปีก เบอร์เกอร์ ไส้กรอก เนื้อแกะ เนื้อวัว และเนื้อหมู จนกระทั่งสุกทั่วทั้งชิ้น เพื่อป้องกันเชื้อโรค

อาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลี่ยง

  • อาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูง อาหารที่ว่านี้รวมไปถึงพวกไขมัน น้ำสลัด ครีม ช็อกโกแลต มันฝรั่งกรอบ บิสกิต พาสทรี ไอศกรีม เค้ก พุดดิ้ง น้ำอัดลม ฯลฯ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว หรืออย่างน้อยๆ ก็ลดความถี่ในการรับประทานลง เนื่องจากอาหารเหล่านี้แคลอรีสูง มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และทำให้ฟันผุ
  • ชีสนุ่ม (Soft Cheese) เนื่องจากซอฟต์ชีสที่อ่อนนุ่มและมีส่วนผสมของน้ำมาก ทำให้แบคทีเรียมีแนวโน้มจะเติบโตภายในชีสได้ หากต้องการรับประทานจริงๆ ควรปรุงชีสให้สุกทั่วทั้งชิ้น หรือเลือกซอฟต์ชีสที่ผลิตจากนมพาสเจอร์ไรซ์ ส่วนชีสแข็ง (Hard Cheese) นั้นสามารถรับประทานได้ทั้งหมด
  • เนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก รวมถึงสเต๊กระดับแรร์ (Rare) เพราะจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคท็อกโซพลาสโมซิสได้ ซึ่งทำให้เด็กในครรภ์เป็นอันตรายได้ ส่วนเนื้อตัดเย็น (Cold Cured Meats) ซึ่งผ่านกระบวนการถนอมอาหารหรือหมักดองมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ปรุงสุก ก็อาจมีปรสิตที่ทำให้เกิดโรคท็อกโซพลาสโมซิสได้เช่นกัน ปรสิตชนิดนี้สามารถฆ่าได้ด้วยการนำเนื้อตัดเย็นดังกล่าวไปแช่แข็งเป็นเวลา 4 วันก่อนรับประทาน

คำถามที่พบบ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์

  1. ขณะตั้งครรภ์สามารถกินพวกกุ้ง หอย ปู หรือสัตว์น้ำเปลือกแข็งได้หรือไม่?
    ในขณะที่ตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถรับประทานสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็งได้ แต่ให้รับประทานแบบที่ปรุงสุกแล้วเสมอ เพราะก่อนปรุงสุก ในกุ้ง หอย ปู เหล่านั้นมักพบแบคทีเรียและไวรัสที่เป็นอันตราย ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษได้
  2. ตั้งครรภ์แล้วกินซูชิ ปลาดิบ ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่?
    ผู้หญิงตั้งครรภ์ยังสามารถรับประทานปลาดิบหรือปลาที่ไม่ค่อยสุกอย่างซูชิได้ ตราบใดที่ปลาเหล่านั้นจับมาจากธรรมชาติ และถูกแช่แข็งมาก่อนจะนำมาทำซูชิ เนื่องจากปลาจากธรรมชาติมีหนอนปรสิตตัวเล็กๆ ที่สามารถทำให้ป่วยได้ การนำไปแช่แข็งสามารถฆ่าหนอนเหล่านั้น และทำให้ปลาดิบปลอดภัยมากขึ้น

    แหล่งปลาที่น่าจะปลอดภัยไร้ปรสิตคือ ฟาร์ม ซึ่งจะมีการควบคุมความสะอาดและการปนเปื้อนของเชื้อ ปลาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานไม่จำเป็นต้องถูกแช่แข็งมาก่อน แต่หากคุณแม่ไม่แน่ใจ ก็อาจเลี่ยงด้วยการรับประทานซูชิหน้าที่ทำจากอาหารปรุงสุก เช่น ปลาไหลย่าง กุ้งย่าง ฯลฯ

    หรือหากทำซูชิหรือปลาดิบรับประทานเองที่บ้าน ควรนำปลาไปแช่แข็งก่อน อย่างน้อย 4 วัน แล้วจึงนำมาประกอบอาหาร
  3. ตั้งครรภ์แล้วควรเลี่ยงถั่วลิสงหรือไม่?
    หากคุณแม่ไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถรับประทานถั่วลิสงได้ตามปกติ แต่หากมีอาการแพ้อยู่ก่อนก็ควรหลีกเลี่ยง
  4. เรื่องการกินนมและโยเกิร์ต มีอะไรต้องระวังหรือไม่?
    นมที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วเป็นนมที่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือหากไม่แน่ใจว่านมที่จะดื่มนั้นผ่านการฆ่าเชื้อหรือยัง ก็ควรนำนมไปต้มเสียก่อน ส่วนโยเกิร์ตสามารถรับประทานได้หมด ทั้งไบโอ ไลฟ์ หรือโลว์แฟต
  5. มีข้อควรระวังเกี่ยวกับการกินไอศกรีมขณะตั้งครรภ์หรือไม่?
    ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานซอฟต์ไอศกรีมได้ เพราะมันผลิตจากนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วกับไข่ จึงไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษ แต่ในกรณีทำไอศกรีมโฮมเมดรับประทานเอง ให้เลือกใช้ไข่ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเท่านั้น หรือทำไอศกรีมสูตรปลอดไข่เสียเลย
  6. ตั้งครรภ์แล้ว ยังดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนได้อยู่ไหม?
    การที่คุณแม่รับคาเฟอีนเข้าไปในร่างกายปริมาณมาก สามารถส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ ซึ่งจะยังความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพภายหลัง และยังสามารถทำให้เกิดภาวะแท้งได้อีกด้วย

    อย่างไรก็ดี คาเฟอีนนั้นมีอยู่ในเครื่องดื่มหลายชนิด เช่น กาแฟ ชา ชาเขียว ช็อกโกแลต ซอฟต์ดริงก์ เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ นอกจากนี้ในยารักษาโรคหวัดหรือโรคไข้หวัดใหญ่ก็ยังมีคาเฟอีนเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรให้แน่ใจก่อนที่จะรับประทานยาเหล่านี้

    อย่างไรก็ตาม โดยปกติคุณแม่ไม่ถึงกับจำเป็นต้องหยุดรับคาเฟอีนอย่างสมบูรณ์ เพียงจำกัดปริมาณให้ร่างกายได้รับไม่มากกว่า 200 มิลลิกรัม/วัน ก็เพียงพอแล้ว ปริมาณของคาเฟอีนโดยประมาณที่พบในอาหารและเครื่องดื่มมีดังนี้
    • กาแฟแบบชงสำเร็จรูป 1 แก้ว = 100 มิลลิกรัม
    • กาแฟฟิลเตอร์ 1 แก้ว = 140 มิลลิกรัม
    • ชา 1 แก้ว = 75 มิลลิกรัม
    • โคล่า 1 กระป๋อง = 40 มิลลิกรัม
    • เครื่องดื่มชูกำลัง 1 กระป๋อง 250 มิลลิลิตร = 80 มิลลิกรัม (เครื่องดื่มชูกำลังแบบกระป๋องขนาดใหญ่อาจมีคาเฟอีนมากถึง 160 มิลลิกรัม)
  7. สมุนไพรและชาเขียว สามารถดื่มได้หรือไม่?
    เนื่องจากมีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความปลอดภัยของการดื่มชาสมุนไพรและชาเขียว ดังนั้นคุณแม่จึงควรดื่มเครื่องดื่มดังกล่าวในปริมาณไม่สูงเกินไป เช่น ใน 1 วัน ควรดื่มเพียงไม่เกิน 4 แก้ว และจะดีขึ้นไปอีกหากปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนดื่มหรือรับประทานผลิตภัณฑ์สมุนไพรใดๆ ขณะตั้งครรภ์
  8. ถ้ากินมังสวิรัต งดเว้นอาหารบางอย่างเนื่องจากความเชื่อ หรือแพ้อาหารบางประเภท ช่วงตั้งครรภ์ควรทำอย่างไร?

สำหรับผู้รับประทานมังสวิรัต การรับประทานผักที่หลากหลายและสมดุลจะช่วยให้คุณและลูกได้รับสารอาหารเพียงพอในระหว่างตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม คุณอาจได้รับธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรลองปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสารอาหาร

หากคุณต้องจำกัดการทานอาหารบางชนิดเนื่องจากเป็นภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance) หรือเหตุผลทางศาสนา ให้คุณลองปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับหนทางที่คุณจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อคุณและลูก

หลักการรับประทานวิตามินและอาหารเสริม

การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและหลากหลายในขณะตั้งครรภ์จะช่วยให้คุณแม่ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม มีวิตามินบางชนิดที่หากรับเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปก็จะเกิดผลเสีย

ผลดี ผลเสีย และแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุแต่ละชนิด มีดังนี้

  • วิตามินเอ แม้ว่าตามปกติวิตามินเอถือว่ามีประโยชน์ต่อพัฒนาการการมองเห็นและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของทารกในครรภ์ แต่วิตามินเอปริมาณมากเกินไปก็สามารถส่งผลเสียต่อตับ และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้ทารกพิการได้ ดังนั้นคุณแม่รับวิตามินชนิดนี้จากอาหารทั่วไปก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องรับในรูปแบบวิตามินเสริม
  • ธาตุเหล็ก หากร่างกายไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ คุณอาจรู้สึกเหนื่อยและเป็นโรคโลหิตจาง ทั้งนี้เราสามารถพบธาตุเหล็กได้ในเนื้อปลอดมัน ผักใบเขียว ผลไม้แห้ง ถั่ว รวมถึงซีเรียลบางยี่ห้อ และหากคุณแม่คนใดมีธาตุเหล็กในเลือดต่ำ แพทย์จะแนะนำให้รับประทานธาตุเหล็กเสริม
  • วิตามินซี วิตามินซีจะช่วยปกป้องเซลล์และช่วยให้เซลล์มีสุขภาพดี คุณสามารถพบวิตามินซีได้ในผักและผลไม้ เช่น บรอกโคลี ผลไม้ตระกูลซิตรัส มะเขือเทศ พริกหยวก แบล็กเคอเรนต์ ฯลฯ
  • การแคลเซียม แคลเซียมเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการสร้างกระดูกและฟันของทารก มีอาหารหลายชนิดที่มีแคลเซียม เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาที่สามารถกินได้ทั้งกระดูก ซีเรียล ผลไม้แห้งจำพวกมะเดื่อและแอปริคอต อัลมอนด์ เต้าหู้ ผักใบเขียว เช่น วอเตอร์เครส บร็อกโคลี คะน้า
  • วิตามินดี วิตามินดีเป็นสารอาหารที่ควบคุมปริมาณของแคลเซียมและฟอสเฟตในร่างกาย ซึ่งจำเป็นสำหรับการรักษากระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ผู้ใหญ่ทุกคนซึ่งหมายความรวมถึงคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้หญิงที่ให้นมบุตรจำเป็นต้องได้รับวิตามินดี 10 ไมโครกรัมทุกวัน โดยอาจรับจากอาหารปกติ เช่น ปลาแมคเคอเรล ไข่ เนื้อแดง หรืออาหารเสริม
  • กรดโฟลิก เมื่อตั้งครรภ์ คุณจำเป็นต้องรับกรดโฟลิคให้ได้ 400 ไมโครกรัมต่อวัน โดยสามารถรับประทานได้เลยตั้งแต่ช่วงวางแผนตั้งครรภ์ ไปจนกระทั่งมีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์

    กรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับคนท้อง เพราะมันสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ทารกพิการ หรือที่เรียกว่า ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural Tube Defects) ซึ่งหมายความรวมถึงความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (Spina Bifida)

    นอกจากนี้คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีโฟเลต (กรดโฟลิคในรูปแบบธรรมชาติ) เช่น ผักใบเขียว ข้าวกล้อง ฯลฯ


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Have a healthy diet in pregnancy. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/pregnancy-and-baby/healthy-pregnancy-diet/)
Pregnancy diet: What to eat and what to avoid. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/246404)
13 Foods to Eat When You're Pregnant. Healthline. (https://www.healthline.com/nutrition/13-foods-to-eat-when-pregnant)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่

เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่ทุกคนต้องใส่ใจเพราะอัตราการเต้นของหัวใจสัมพันธ์กับความปลอดภัยของลูกน้อย

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี