Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
โรคเบาหวาน

กินป้องกันเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,495,611 คน

กินป้องกันเบาหวาน

นักระบาดวิทยาที่ศึกษาวิจัยถึงสาเหตุของการเกิดโรคได้ส่งสัญญาณเตือนการระบาดของโรคเบาหวานไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองของประเทศกำลังพัฒนา ขณะนี้มีคนเป็นโรคเบาหวานประมาณ 200 ล้านคน  และหากยังไม่มีมาตรการในการยับยั้งภายในปี 2025 จะมีคนเป็นเบาหวานถึง 330 ล้านคน

องค์การอนามัยโลกประมาณว่า ในปี 2030 จะมีคนไทยเป็นเบาหวาน 2,739,000 คน และทั่วโลกจะมีจำนวนคนเป็นเบาหวานสูงถึง 366 ล้านคน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ประเทศที่มีสถิติโรคเบาหวานสูงสุด 10 อันดับแรก คือ อินเดีย จีน สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ปากีสถาน รัสเซีย บราซิล อิตาลี และ บังกลาเทศ

ล่าสุดในปี 2014 สหพันธ์เบาหวานนานาชาติประเมินไว้ว่า มีผู้ที่เป็นเบาหวาน 382 ล้านคน และภายในปี 2035 จะมีคนเป็นเบาหวานถึง 592 ล้านคน หรือทุกๆ 1 ใน 10 คนเป็นเบาหวาน ในปัจจุบันมีคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ถึง 316 ล้านคน

การระบาดของโรคเบาหวานนั้นคล้ายกับโรคติดต่อที่มีปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงของพันธุกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากยีนประหยัด (Thrifty Gene) ทำให้คนอ้วนขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินตามมา ทำให้โรคเบาหวานก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ มีการคาดการณ์ว่า การรวมตัวของโรคอ้วนและเบาหวาน (Diabesity = Diabetes + Obesity) จะพุ่งเป็น 2 เท่าในปี 2035

เบาหวานเกี่ยวข้องกับอาหารอย่างไร

ทุกวันนี้การที่เรามีเรี่ยวแรงเคลื่อนไหวร่างกายและทำงานต่างๆ ได้ต้องอาศัยพลังงานซึ่งมาจากอาหารที่กินเข้าไป อาหารที่กินถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคส  ซึ่งจะอาศัยฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตจากตับอ่อนพาเข้าไปในเซลล์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานออกมา  พลังงานบางส่วนจะถูกเก็บสะสมไว้ในเนื้อเยื่อในตับ

เมื่อร่างกายผลิตอินซูลินไม่พอหรืออินซูลินทำงานได้ไม่ดี น้ำตาลจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานไม่ได้มากพอ ระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อยๆ สูงขึ้น จนตับอ่อนหมดแรงผลิตอินซูลิน อาการเบาหวานจึงปรากฎออกมาให้เห็น และเมื่อไรที่พบว่าเป็นเบาหวาน นั่นหมายความว่าเซลล์เบต้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินเสื่อมสมรรถภาพไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ชนิดของเบาหวาน

เบาหวานแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ เบาหวานชนิดที่ 1, 2 และเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ต่างก็มีสาเหตุจากพันธุกรรมเป็นปัจจัยร่วม และยังมีปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นการเกิดเบาหวาน การมียีนเบาหวานอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนคนนั้นเป็นเบาหวาน 100 เปอร์เซ็นต์ ข้อพิสูจน์คือ ฝาแฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกันมียีนที่เหมือนกัน ถ้าแฝดคนหนึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 แฝดอีกคนจะมีโอกาสเป็นเบาหวานเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าฝาแฝดอีกคนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 คู่ของแฝดคนนั้นจะมีความเสี่ยงถึง 75 เปอร์เซ็นต์

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เกิดจากความผิดปกติของระดับภูมิคุ้มกันที่จำเซลล์ตัวเองไม่ได้ และไปทำลายเซลล์ชนิดเบต้าที่ผลิตอินซูลินของตับอ่อน ทำให้ผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรือไม่สามารถผลิตอินซูลินเลย การรักษาต้องอาศัยการฉีดอินซูลินทดแทน มิฉะนั้นจะเสียชีวิตได้ เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบในวัยเด็ก แต่ก็สามารถเกิดได้ทุกวัย เบาหวานชนิดนี้จะมีพันธุกรรมมาจากทั้งพ่อและแม่ ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มคนผิวขาว แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่มีความเสี่ยงเบาหวานไม่จำเป็นต้องเป็นเบาหวานทุกคน นักวิจัยจึงเชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุจากสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นการเกิดเบาหวานร่วมด้วย

เนื่องจากเบาหวานชนิดนี้พบบ่อยในคนที่อยู่เมืองหนาว และพบในหน้าหนาวมากกว่าหน้าร้อน ปัจจัยกระตุ้นอีกประการหนึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัสบางชนิด แต่มีผลน้อย นอกจากนี้อาหารในวัยเด็กอาจมีความสำคัญ เพราะพบเบาหวานชนิดที่ 1 น้อยในคนที่กินนมแม่ในวัยเด็ก และเริ่มอาหารแข็งในเวลาที่เหมาะสม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เป็นชนิดที่พบมาก สาเหตุมาจากยีนและไลฟ์สไตล์ เบาหวานชนิดนี้เกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน และตับอ่อนหลั่งอินซูลินได้น้อยลง ไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องใช้

ความเสี่ยงของเบาหวานชนิดนี้จึงมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือจากความอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เบาหวานชนิดที่ 2 มักเกิดกับคนที่มีพฤติกรรมการกินเลียนแบบชาวตะวันตก คือกินในปริมาณมากและเป็นอาหารไร้คุณภาพ คือมีไขมัน แป้ง และน้ำตาลมากเกินไป กินใยอาหารน้อย และขาดการออกกำลังกาย ทำให้อ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการดื้ออินซูลินจึงเริ่มก่อตัวขึ้น

กว่าจะเป็นเบาหวานเต็มตัวอาจใช้เวลานานถึง 10 ปี โดยก่อนหน้านั้นจะไม่มีอาการของเบาหวานเลย การก่อตัวจะเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ พร้อมๆ กับความผิดปกติของระบบเผาผลาญและการทำงานของร่างกายอย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไป ระดับน้ำตาลที่สูงขึ้นจะนำไปสู่อาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย ซึ่งเป็นการเริ่มแสดงตัวของโรคเบาหวาน หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน ได้แก่ เบาหวานขึ้นตาจนตาบอด โรคหัวใจ ปลายประสาทเสื่อม จนต้องถูกตัดเท้า มีแผลเรื้อรังรักษาไม่หาย และไตวายในที่สุด

ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่มีความเสี่ยงจากพันธุกรรมสูง แต่มีพฤติกรรมการกินที่ดีและออกกำลังกายสม่ำเสมอมักจะไม่เป็นเบาหวาน

ก่อนหน้านี้มักพบว่าเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดในผู้ใหญ่ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่าเกิดได้ทั้งในเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กที่อ้วนและหนุ่มสาวที่อ้วนมาเป็นเวลานาน แต่ทั้งหมดนี้ป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ โดยเน้นที่การกินและออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังพบในผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

มักมีประวัติในครอบครัวเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะทางฝั่งของแม่ แต่ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ก็มีความสำคัญ แม่ที่อายุมากและอ้วนมีโอกาสเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์สูงขึ้น

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ทั่วโลกพบ 1 ใน 25 รายที่ตั้งครรภ์ และทำให้เกิดโรคแทรกซ้นได้ทั้งแม่และลูก เบาหวานชนิดนี้จะหายไปหลังจากคลอด ทำให้แม่เข้าใจว่าหายจากเบาหวานแล้ว แต่แท้ที่จริงแล้วทั้งแม่และลูกต่างก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในภายหน้า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่มีเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ภายใน 5-10 ปีหลังจากคลอด หากไม่มีมาตรการในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันเบาหวาน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป