การกินเพื่อสุขภาพ

รับประทาน “เกลือ” มากเกินไป อาจส่งผลอันตรายกว่าที่คิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
รับประทาน “เกลือ” มากเกินไป อาจส่งผลอันตรายกว่าที่คิด

เกลือคือส่วนประกอบที่นิยมนำมาปรุงอาหาร เพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความกลมกล่อม เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ปกติแล้วหากเรารับประทานเกลือในปริมาณที่มากเกินไป จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ แต่หากมีปริมาณน้อยจะถูกดูดซึมเข้าไปสู่กระแสเลือดภายในร่างกาย แต่หากร่างกายได้รับปริมาณเกลือเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจนเกินกำลังที่ไตจะขับออกมาจากร่างกายได้ ทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ รวมถึงหัวใจจะมีการทำงานหนักและ นำไปสู่อาการหัวใจวายในที่สุด

          ร่างกายต้องการเกลือในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ

          ในหนึ่งวันเราควรรับประทานเกลือไม่เกินปริมาณ 6 กรัมต่อวัน หรือ 1 ช้อนช้า จึงจะถือว่ามีความพอเหมาะ หากรับประทานมากกว่านี้ ถือว่าเป็นผลเสียต่อร่างกาย ทำให้ไตทำงานหนัก

          ประโยชน์ของเกลือเมื่อรับประทานอย่างพอเหมาะ

          หากเรารับประทานเกลือในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้เหมือนกัน คือ ช่วยให้เกิดความอยากอาหารได้มากขึ้น สำหรับผู้ที่มีอาการเบื่ออาหาร ช่วยปรับสมดุลของความเค็มในร่างกายอย่างสมดุล รวมถึงการปรับความดันโลหิตสูงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

          เทคนิคการลดปริมาณเกลือในชีวิตประจำวัน               

          เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วการประกอบอาหารในทุกวันมักจะต้องนำเกลือมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีรสจัดจ้านต่างๆ เช่น แกง ยำ ต้มยำ เป็นต้น เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนักจนเกินไป เรามีเทคนิคการลดปริมาณเกลือในการประกอบอาหารมาแนะนำกันค่ะ

          1.งดรับประทานอาหารรสจัด เพราะอาหารรสจัดมักจะมีส่วนผสมของเครื่องปรุงที่มากกว่าปกติ เลือกทานอาหารที่ใช้เครื่องปรุงน้อยๆ โดยเฉพาะเกลือที่ช่วยให้รสชาติเข้มข้น ปรับเมนูอาหารไม่ให้จัดมาก เพื่อให้ไตมีการทำงานที่สมดุลและไม่ทำงานหนักจนเกินไป

          2.ลดใช้เครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของเกลือ ปัจจุบันเกลือจะนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องปรุงต่างๆ ในรูปแบบสำเร็จรูป เช่น กะปิ ซอสถั่วเหลือง น้ำปลา ควรเติมให้ปริมาณน้อยๆ ที่พอเหมาะในการรับประทานต่อวัน

          3.งดทานขนม ขบเคี้ยวที่มีส่วนผสมของเกลือ ซึ่งขนมหรือของว่างที่เรารับประทานเป็นประจำ จะมีส่วนผสมของเกลือผสมอยู่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย หากชื่นชอบการทานขนมขบเคี้ยว ลองเปลี่ยนประเภทขนมที่มีส่วนผสมของเกลือที่น้อยลง เช่น ผลไม้อบแห้ง เป็นต้น

          4.ปรับรสชาติอาหารในแต่ละวันให้เกิดความเคยชิน ลองปรับการทานอาหารที่มีรสชาติอาหารที่ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงมาก หรือเลือกทานอาหารที่ได้รสชาติของธรรมชาติมากกว่าการปรุงรส

          5.เลือกทานน้ำเปล่ามากกว่าน้ำแร่ หลายคนมักคิดว่าการดื่มน้ำแร่ร่างกายจะได้ประโยชน์มากกว่าการดื่มน้ำธรรมดา ซึ่งจริงๆ แล้ว น้ำแร่คือน้ำที่อยู่ชั้นใต้ดิน มีส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆ มากกว่าน้ำธรรมดา โดยเฉพาะผู้ที่มีเป็นโรคไต ความดันสูง ไม่ดื่มน้ำแร่ เพราะในน้ำแร่มีแร่ธาตุโซเดียมมาก ทำให้เกิดความดันสูง รวมถึงการตกตะกอนของน้ำแร่บริเวณทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดโรคนิ่วในปัสสาวะได้ รวมถึงผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคหัวใจ เพราะในน้ำแร่มีโพแท็สเซียมทำให้หัวใจมีการเต้นที่ผิดจังหวะ

          6.หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มีรสเค็ม เช่น ผลไม้ดอง หอยดอง ปูดอง เพราะอาหารประเภทนี้จะมีส่วนผสมของเกลือมากกว่าปกติ หากรับประทานเป็นประจำยิ่งทำให้ไตทำงานหนัก รวมถึงไม่มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายใดใดเลย ทำให้ท้องเสีย หากอาหารไม่สะอาด เป็นต้น

          ตรวจสุขภาพทุกครั้งอย่างลืมเช็คสุขภาพไตปีละครั้ง

          นอกจากการเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม หรือเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของเกลือแล้ว ควรตรวจสุขภาพไตในทุกๆ ปี เพื่อจะได้ทราบว่าสุขภาพไตของเรายังแข็ง ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ซึ่งปกติในการตรวจหาโรคไต จะมีการตรวจหาโปรตีนไข่ขาวในปัสสาวะ เพราะปกติโรคไตในอาการเริ่มแรกจะไม่แสดงออก จนกว่าจะมีอาการในระยะที่ 4 ซึ่งอาการของโรคไตส่วนใหญ่จะมีอาการ บวม ซีด คันตามตัว เบื่ออาหาร ความดันสูง แม้จะทานอาหารได้น้อย แต่จะมีอาการบวมเพิ่มขึ้น รวมถึงอาการชามือชาเท้า ตามัว ซึ่งอาการเหล่านี้จะแสดงออกในระยะสุดท้าย

          จะเห็นได้ว่าเกลือที่เรารับประทานในทุกวัน หากทานในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย และนำไปสู่ความผิดปกติต่างๆ ได้ แต่ถ้ารับประทานในอัตราที่พอเหมาะ ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์ดีๆ เช่นกัน เพราะในเกลือโดยเฉพาะเกลือทะเลนั้น มีสาร ไอโอดีน ที่ร่างกายของเราต้องการและสามารถช่วยป้องกันโรคคอพอกได้ 

          นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมหมั่นเช็คสุขภาพไตของเราอยู่เสมอกันด้วยนะคะ เพราะอวัยวะในส่วนนี้ค่อนข้างทำงานหนัก ในทุกวัน เพราะต้องคอยขับถ่ายของเสีย แร่ธาตุส่วนเกินต่างๆ ออกจากร่างกายอยู่ตลอด แถมการทานอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือที่มากเกินไป ยังไม่ได้ส่งผลเฉพาะกันไตของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก เกิดโรคความดันสูง ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน

          ดังนั้น อย่าลืมลองสังเกตพฤติกรรมการกินของเราในทุกวันนี้ กันดูนะคะ ว่าเสี่ยงไหม ทานอาหารที่มีรสเค็มจัดในปริมาณที่มากเกินไปหรือเปล่า เพราะหากมีโรคประจำตัวเป็นความดัน หัวใจ หรือโรคไต กันอยู่แล้วล่ะก็ ยิ่งต้องบอกลาอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือกันไปเลยค่ะ เน้นไปที่เมนูรสจืดบ้าง ในปริมาณที่เหมาะสมและปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอแนะนำ แค่นี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงกันแล้วล่ะค่ะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่