โรคตับ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

โรคตับมีหลายชนิด  การมีโภชนาการไม่ดีไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคตับเสมอไป ยกเว้นโรคตับที่มีสาเหตุจากการดื่มสุรามากหรือโรคตับที่เกิดในประชากรที่ขาดอาหาร ถ้าเป็นโรคตับเรื้อรังจะส่งผลให้ร่างกายมีสภาวะโภชนาการเลวลง ในทางตรงกันข้าม โภชนาการที่ดีจะช่วยให้ตับสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงเพิ่มขึ้นได้

กรณีที่เป็นโรคตับจะทำให้ตับทำงานผิดปกติ ส่งผลเสียต่อระบบย่อยและดูดซึม รวมถึงการเก็บสะสมสารอาหารและการเผาผลาญอาหาร โรคตับที่พบมากคือตับแข็ง ซึ่งมีผลมาโรคตับเรื้อรัง และโรคตับเรื้อรังหลายๆ ชนิดทำให้เกิดปัญหาการขาดสารอาหาร ภาวะโภชนาการตกต่ำ

เมื่อเนื้อเยื่อตับถูกทำลาย ตับจะมีการฟื้นตัวและสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ แต่เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่จะมีลักษณะผิดไปจากเดิม เกิดเป็นพังผืด เนื้อตับตะปุ่มตะป่ำ ทำให้การไหลเวียนของเลือดจากกระเพาะและลำไส้ไปสู่ตับไม่คล่องตัว ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ในระยะเริ่มแรกอาจจะไม่แสดงอาการ แต่ต่อๆ ไปตับจะทำงานน้อยลง เนื่องจากเนื้อเยื่อดีๆ มีปริมาณลดลง ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ตัวเหลือง ตาเหลือง สีปัสสาวะสีเหมือนโค้ก บวม มีน้ำในช่องท้อง คันตามมือและเท้าหรือทั่วร่างกาย โลหิตจาง อาการจะรุนแรงขึ้นจนมีอาการทางสมองได้หากไม่ได้รับการรักษา

สาเหตุใหญ่ที่ทำลายตับ

ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่นอกจากสามารถเพิ่มความเครียดให้กับร่างกายได้แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพตับด้วย ได้แก่

  • นอนดึกเกินไปและตื่นสายเกินไป
  • ไม่ปัสสาวะตอนเช้า
  • กินมากไป
  • งดอาหารเช้า
  • กินอาหารที่มีสารกันบูด สารถนอมอาหาร วัตถุที่เจือปนในอาหาร (Food Additive) สารแต่งกลิ่น สี รส และน้ำตาลเทียมมากไป
  • บริโภคอาหารดิบบ่อยๆ ยกเว้นผัก ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น
  • บริโภคน้ำมันชนิดไม่ดี ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์สูง
  • ใช้ยาเกินความจำเป็น ผลิตภัณฑ์ยาต่างๆ รวมทั้งยาคุมกำเนิด
  • แอลกอฮอล์ กาเฟอีน บุหรี่ หรือ ยาเส้น

นอกจากนี้ยังมีสารพิษจากยาฆ่าแมลง วัสดุสิ่งก่อสร้าง ส่วนประกอบเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน เครื่องใช้ในการทำสวน ฯลฯ ที่มีส่วนประกอบของสารเคมี สามารถทำลายเซลล์ตับได้ เมื่อตับทำงานได้ไม่เต็มที่จะมีอาการเหล่านี้ตามมา เช่น ปวดศีรษะ ฟกช้ำง่าย วิตกกังกล หดหู่ ซึมเศร้า สับสน เพลีย ดีซ่าน ปัญหาผิวพรรณ น้ำหนักขึ้น ความรู้สึกทางเพศลดลง และการทำงานของสมองลดลง แพ้อาหาร ไวต่อสารเคมีหลายชนิด บางรายอาจมีอาการอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน หากตับถูกทำลาย ความสามารถในการขจัดสารพิษจะลดลง อาจเกิดการสะสมสารพิษในเลือดและสมองในที่สุด

ดังนั้นหากเราสามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และนิสัยการบริโภคก็จะช่วยให้ร่างกายกำจัดสารเคมีที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกายได้

วิธีการดูแลสุขภาพตับ                                             

1.เลี่ยงอาหารที่สงสัยว่าร่างกายไม่ยอมรับ

อาหารอาจผลิตสารพิษในลำไส้ที่จะป่วนการทำงานของระบบขจัดพิษ เชื้อแบคทีเรีย และไวรัสได้ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟและเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนมากเกินไป บุหรี่ และยา ล้วนแต่มีผลต่อตับ กระเพาะอาหาร และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

2.บริโภคอาหารที่มีสารอาหารดังต่อไปนี้เพิ่มขึ้น

  • โฟเลต
  • ฟลาโอนอยด์
  • สารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยส่งเสริมระบบการขับพิษของร่างกายแมกนีเซียม
  • ธาตุเหล็ก
  • ซีลีเนียม
  • วิตามินบี 2, 3, 6 และ 12

ตับต้องการสารอาหารกลุ่มนี้ในระบบขจัดพิษ หากร่างกายขาดสารอาหารเหล่านี้ตับจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ วิธีที่จะได้รับสารอาหารเหล่านี้คือการบริโภคอาหารสุขภาพให้ครบทุกหมวดหมู่ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ โยเกิร์ต ข้าวซ้อมมือ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา น้ำมันมะกอก เป็นต้น

3.ลดและเลี่ยงสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท

เช่น ชา กาแฟ และสารต้านการซึมเศร้า เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ และน้ำดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2.5 ลิตร

เลี่ยงแอลกอฮอล์ซึ่งจะต้องทำลายเนื้อเยื่อตับ หากเลี่ยงไม่ได้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ดริ๊งสำหรับผู้ชาย และไม่เกินวันละ 1 ดริ๊งสำหรับผู้หญิง ยกเว้นบางคน แม้จะดื่มในปริมาณนี้ก็อาจจะมากเกินไป

ตับเป็นเนื้อเยื่อที่งอกได้ ¾ เมื่อถูกตัดออก และสามารถงอกเป็นปกติได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่คนที่ดื่มหนักเกินไป แอลกอฮอล์จะทำลายเซลล์อย่างถาวร ทำให้เกิดแผลเป็น คือตับแข็งนั่นเอง

ควรเลี่ยงการกินยากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งยาประเภทสมุนไพร เพราะสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของยาอาจเป็นอันตรายต่อเซลล์ตับได้ โดยเฉพาะเมื่อมีแอลกอฮอล์เข้าไปเป็นส่วนประกอบ

ผู้ที่ป่วยจากเชื้อไวรัสหรือโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ ยาอาจทำอันตรายต่อตับได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

4.เลี่ยงมลพิษจากสิ่งแวดล้อม ควัน ไอจากทินเนอร์ สเปรย์พ่นสี

สารพิษจากสิ่งเหล่านี้ผ่านเข้าสู้เส้นเลือดฝอยในปิด และผ่านไปถึงตับได้ โดยร่างกายจะขับพิษและขจัดออกทางน้ำดี ดังนั้น สภาพแวดล้อมที่อยู่ควรมีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี ใช้ผ้าปิดจมูกและปากสวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาวเพื่อปกปิดผิวหนัง ล้างสารเคมีที่ติดอยู่บนผิวหนังด้วยสบู่และน้ำ

5.กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสารที่ช่วยขจัดขยะของร่างกาย ลดฤทธิ์ของสารก่อมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระมีมากในบรอกโคลี กระหล่ำปลี ดอกกระหล่ำ คะน้า แขนงผัก และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง เป็นอาหารซึ่งมีสารช่วยลดฤทธิ์ของสารพิษประเภทสารไนโทรซามีนและแอฟลาท็อกซินในถั่ว และยังมีสารกลูโคซิโนเลตส์ ช่วยตับสร้างเอนไซม์ที่จำเป็นในการขจัดพิษ

อาหารบางชนิดมีฤทธิ์ในการเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามิน ซี อี บี สังกะสี และแมกนีเซียม สารอาหารเหล่านี้นี้ช่วยลดอนุมูลอิสระยับยั้งการทำลายเนื้อเยื่อ และเสริมฤทธิ์การทำงานของเอนไซม์ได้

6.ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด

เพื่อช่วยปลดปล่อยเอนไซม์ที่ช่วยอาหาร

7.เลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาลดกรดโดยไม่จำเป็น

ยาปฏิชีวนะจะทำลายจุลินทรีย์ที่ดีซึ่งช่วยขจัดสารพิษในลำไส้ ยาลดกรดจะลดสภาวะกรดในธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต่อการย่อยอาหาร

8.กินผงถ่าน

โดยปกติทางการแพทย์ใช้ผงถ่าน (Activated Charcoal) สำหรับดูดซับสารพิษในระบบสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ไม่ควรกินร่วมกับอาหารและยา

9.เลี่ยงอาหารเค็มจัด หวานจัด

ใช้สมุนไพร เครื่องเทศ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กะเพรา โหระพา ขมิ้น พริก หรือน้ำมะนาว ในการปรุงรสแทนน้ำปลา น้ำตาล ผงชูรส

10.หัวเราะ พักผ่อน สร้างอารมณ์ขัน

เป็นวิธีที่จะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น การหัวเราะช่วยเพิ่มแอนติบอดี ซึ่งเป็นด่านแรกในการต่อต้านการติดเชื้อ การรักษาอารมณ์ให้ดีและการออกกำลังกายเป็นยาวิเศษสุดสำหรับร่างกาย

11.ออกกำลังกายเบาๆ

ช่วยให้ระบบน้ำเหลืองทำงานดีขึ้น ทำให้เหงื่อออก และผลิตปัสสาวะ ช่วยการทำงานของตับ และกระตุ้นลำไส้ให้ขจัดของเสียทั้งหมดนี้เป็นการช่วยขจัดพิษออกจากร่างกาย ฝึกการหายใจลึกๆ ออกซิเจนจะเข้าไปในเลือดและขจัดของเสียของเลือด โดยเฉพาะก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยเร่งการทำงานของระบบไหลเวียนของเลือด

อาหารบำรุงตับยอดนิยม 8 ชนิด

   1.กระเทียมและหอม  มีสารอัลลิซิน ซึ่งมีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ตับต้องการสารชนิดนี้ในการขจัดพิษ ส่วนกระเทียมจะช่วยตับขจัดสารปรอท วัตถุเจือปนอาหาร และฮอร์โมนเอสโทรเจน

   2.ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เช่น ดอกกระหล่ำ กระหล่ำปลี บรอกโคลี คะน้า มีสารช่วยลดฤทธิ์ของสารพิษ

   3.ดื่มน้ำมะนาวสดผสมน้ำอุ่น ในตอนเช้าหลังจากตื่นนอนจะช่วยฟอกตับ และทำให้ตับทำงานดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีฟอกกระเพาะและลำไส้ และกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

   4.บีตรู้ต ช่วยฟอกเลือดแบะดูดซับโลหะหนัก

   5.ผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น พรุน ลูกเกด บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ ส้ม เกรปฟรุตสีแดง แคนตาลูป แอ๊ปเปิ้ล และแพร์ (เรียงลำดับตามฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ) ช่วยลดอนุมูลอิสระที่ผลิตขึ้นในกระบวนการขับพิษ

   6.แอปเปิ้ล มีสารเพกทินที่จับกับโลหะหนักในร่างกาย โดยเฉพาะในลำไส้ และขจัดออกจากร่างกาย จึงช่วยให้ตับไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

   7.อาร์ติโซ้ก เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ฝรั่งนิยมใช้ในการบำรุงตับและป้องกันอันตรายต่อตับ ช่วยเพิ่มการผลิตน้ำดีที่ช่วยขจัดสารพิษและแบคทีเรียจากลำไส้ ช่วยฟอกเลือด มีข้อมูลการวิจัยพบว่า อาร์ติโซ้กช่วยลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และขยะที่เกิดจากการทำงานของร่างกายได้

   8.ผักสลัดเขียวที่มีรสขม  เช่น ร็อคเก็ต (Rocket) แดนดิไลออน (Dandelion) ชิคอรี (Chicory) เอนไดฟ์ (Endive) รสขมของผักเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดีภายในตับ

จะเห็นได้ว่าอาหารมีความสำคัญในการช่วยส่งเสริมการทำงานของตับอย่างมีประสิทธิภาพ และหากสุขภาพตับดีก็เท่ากับว่าร่างกายมีโรงงานขจัดของเสียที่ดีเยี่ยมนั่นเอง



ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่