ความรู้สุขภาพ

ปวดหู (Earache)

อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษาอาการปวดหู
เผยแพร่ครั้งแรก 18 ก.พ. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 27 ก.พ. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ปวดหู (Earache)

อาการปวดหูเป็นปัญหาทั่วไปที่พบได้ในทุกคน โดยเฉพาะเด็ก มักเกิดจากการติดเชื้อเล็กๆ น้อยๆ สามารถดีขึ้นได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษา อาการปวดหูอาจเป็นแบบเจ็บแปล๊บ ปวดทื่อ หรือแสบร้อน และเป็นได้ทั้งเป็นๆ หายๆ หรือเกิดขึ้นตลอดเวลา เป็นกับหูทั้งสองข้าง หรือเป็นเพียงข้างเดียวก็ได้

สาเหตุของอาการปวดหู

สาเหตุของอาการปวดหูที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195
  • ภาวะติดเชื้อในหู ลักษณะอาการคือ มีหนองหรือของเหลวไหลออกจากหู ภาวะติดเชื้อในหูยังสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก ได้แก่
    • ภาวะติดเชื้อในหูชั้นนอก (Outer ear infections) คือ ภาวะติดเชื้อที่ท่อเชื่อมหูชั้นนอกกับแก้วหู
    • ภาวะติดเชื้อในหูชั้นกลาง (Middle ear infections) คือ ภาวะติดเชื้อในส่วนที่อยู่หลังแก้วหู มักจะเป็นสาเหตุทั่วไปของอาการปวดหู
  • ภาวะมูกข้นในหู คือภาวะมีของเหลวข้นในช่องหู (Glue ear) หรือเรียกกันว่า ภาวะน้ำในหูชั้นกลาง (Otitis media with effusion หรือ OME) เกิดจากการสะสมของของเหลวที่อยู่ลึกภายในหู ซึ่งทำให้เกิดภาวะสูญเสียการได้ยินชั่วคราว โดยทั่วไปภาวะนี้มักไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ แต่บางครั้งแรงดันของน้ำภายในหูอาจทำให้มีอาการปวดหูขึ้นมาได้
  • ความเสียหายที่หู บางครั้งอาการปวดหูก็เป็นผลมาจากการบาดเจ็บภายในหู เช่น การบาดเจ็บจากการแคะขี้หูด้วยก้านสำลี หรือการแยงก้านสำลีเข้าไปลึกเกินจนกดโดนแก้วหู เป็นต้น
    อย่างไรก็ตาม แม้โพรงหูจะเป็นช่องที่มีความอ่อนไหวและเสียหายได้ง่ายมาก แต่ความเสียหายนั้นควรจะหายเองในเวลาไม่นานแม้จะไม่ได้รับการรักษา นอกเสียจากบาดเจ็บถึงขั้นแก้วหูฉีกขาด อาจต้องใช้เวลานานถึง 2 เดือน ระหว่างที่แก้วหูของคุณฉีก ไม่ควรใช้ยาหยอดกับหูข้างนั้น
  • มีสิ่งของหรือขี้หูติดในหู การมีขี้หู (Earwax) สะสมหรือมีสิ่งแปลกปลอมติดในหูสามารถทำให้เกิดอาการปวดหูขึ้นได้ หากหูของคุณหรือในเด็กเล็กมีบางสิ่งเข้าไปติดและสร้างความเจ็บปวด อย่าพยายามแคะออกด้วยตนเอง เพราะยิ่งทำให้สิ่งนั้นเข้าไปลึกกว่าเดิมจนสร้างความเสียหายกับแก้วหู ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้นำออกให้จะดีที่สุด ทั้งนี้ หากคุณมีขี้หูสะสม เภสัชกรจะแนะนำยาหยอดหูที่มีฤทธิ์ทำให้ขี้หูอ่อนตัวลงจนหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ หรือบางกรณีแพทย์อาจทำการกำจัดขี้หู (ที่ถูกทำให้อ่อนนุ่มลงด้วยยาหยอดหูแล้ว) ด้วยการชะล้างออกด้วยน้ำ (Ear irrigation)
  • การติดเชื้อที่คอ หากคุณมีอาการเจ็บปวดขณะกลืนและมีอาการเจ็บคอ อาการปวดหูที่เกิดขึ้นอาจเป็นอาการแสดงของการติดเชื้อที่คอ เช่น ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) หรือฝีรอบทอนซิล (Quinsy) ก็ได้ ทั้งนี้ภาวะทอนซิลอักเสบบางประเภทหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่วันโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่หากคุณมีภาวะฝีรอบทอนซิล คุณควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้เร็วที่สุด
  • ปัญหาที่กราม บางครั้งอาการปวดหูอาจเกิดจากปัญหาที่ข้อต่อของกราม (ตำแหน่งที่กรามบรรจบกับกะโหลก) ภาวะนี้เรียกว่าอาการปวดที่ข้อต่อขากรรไกรล่าง (Temporomandibular joint pain) อาจเกิดจากโรคข้ออักเสบ (Arthritis) หรือการเสียดสีของฟันก็ได้ ซึ่งการปวดกรามมักรักษาได้ด้วยยาแก้ปวด การประคบร้อนหรือเย็น และการดูแลตนเองให้ไม่กัดหรือทำให้ฟันเสียดสีกัน
  • ฝีในปาก (Dental abscess) คือตุ่มหนองที่เกิดขึ้นในฟันหรือบนเหงือกที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อาการหลักของฝีในปากคือเจ็บปวด ณ ตำแหน่งที่เกิดฝี ซึ่งหากรุนแรงมากอาจปวดลามไปถึงหูได้ หากคุณคาดว่าตนเองมีภาวะฝีในปาก ควรเข้าไปพบทันตแพทย์ให้เร็วที่สุด ทันตแพทย์สามารถกำจัดฝีออกได้ด้วยการเจาะดูดหนอง

ปวดหูแบบไหนถึงควรไปพบแพทย์

คุณควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง อาเจียน เจ็บคอรุนแรง สูญเสียการได้ยิน รอบใบหูบวม หรือมีสารคัดหลั่งถูกขับออกจากหู
  • มีบางอย่างเข้าไปติดในหู
  • อาการปวดหูไม่ดีขึ้นหลังผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

การรักษาอาการปวดหู

ปกติแล้วอาการปวดหูสามารถหายเองได้ ระหว่างนั้นอาจบรรเทาอาการปวดหูไปก่อน หากปวดหูจากภาวะติดเชื้อ ส่วนใหญ่อาการจะหายไปได้เองโดยไม่ต้องรับการรักษาภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ แต่ในบางกรณีแพทย์อาจรักษาด้วยการจ่ายยาหยอดหูหรือยาปฏิชีวนะให้ โดยการบรรเทาอาการปวดหูสามารถทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • รับประทานยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตตามอล (Paracetamol) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ข้อควรระวังคือ เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีไม่ควรรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin)
  • ผ้าขนหนูอุ่นๆ ประคบหูข้างที่มีอาการ
  • ปรึกษาเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกซื้อยาหยอดหูสำหรับบรรเทาอาการปวดหู โดยบอกอาการที่เป็นทั้งหมดอย่างละเอียด การใช้ยาหยอดหูในโรคหูชั้นกลางที่มีเยื่อแก้วหูทะลุ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะในยาบางชนิด (Ototoxicity) อาจส่งผลต่อเซลล์ประสาทหูชั้นในได้
  • หากพบว่ามีภาวะติดเชื้อในหู ควรเลี่ยงการแยงสิ่งของ เช่น ก้านสำลี เข้าไปในหู และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้หูข้างที่มีอาการเปียกน้ำ
  • ไม่ควรใช้ยาหยอดหูหรือน้ำมันมะกอกแบบหยด เพราะหากแก้วหูของคุณทะลุ การรักษาเหล่านี้ไม่ช่วยบรรเทาภาวะติดเชื้อในหู

2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ปารยะ อาศนะเสน, หูชั้นนอกอักเสบ...ปวดหูจัง ทำไงดี (https://www.si.mahidol.ac.th/s...), ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, 23 ธันวาคม 2559.
ปารยะ อาศนะเสน, ยาหยอดหู (http://www.rcot.org/2016/People/Detail/17), ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย, 16 เมษายน 2552.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป