แมวมีอาการหายใจลำบากเป็นอะไร


แมวเป็นสัตว์ที่มีความเป็นสัญชาตญาณสัตว์ป่าค่อนข้างสูง แมวมักจะไม่แสดงอาการความผิดปกติใดๆออกมาหากไม่แย่แล้วจริงๆ เรื่องของการหายใจก็เช่นกัน ปกติแล้วแมวมักจะไม่แสดงอาการหายใจลำบากออกมา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นว่าแมวอ้าปากหายใจแล้ว นั่นแสดงว่าแมวมีอาการแย่มากๆแล้วนั่นเอง แต่หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการหายใจลำบากได้ก่อน แล้วนำมาส่งให้สัตวแพทย์ตรวจดูก็จะเป็นเรื่องที่ เพราะจะสมารถวินิจฉัยหาอาการของโรคและจัดการโรคได้อย่างทันท่วงที

การสังเกตอาการหายใจลำบาก

อาการหายใจลำบากในแมวจะแตกต่างจากในสุนัขเล็กน้อย เนื่องจากแมวมักจะไม่แสดงอาการชัดเจนมากนัก ที่สามารถเห็นได้ก็คือดูการหายใจที่ช่องท้องและช่องอก หากเป็นการหายใจที่ดูกระแทกหรือใช้แรงมาก อาจบ่งบอกถึงภาวะการหายใจลำบาก บางครั้งอาจอยู่ในท่านั่งหมอบตลอดเวลาเนื่องจากนอนหงายหรือตะแคงไม่ได้ อันเนื่องมาจากมีปริมาณน้ำหรือของเหลวภายในช่องอกหรือช่องท้องปริมาณมาก เมื่อนอนตะแคงหรือนอนหงายแล้วจะไปเบียดกะบังลมหรือปอดทำให้หายใจรับเอาอากาศเข้ามาไม่ได้นั่นเอง แมวส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ยกเว้นการเกิดโรคหวัดแมวอย่างรุนแรงมากๆ ซึ่งมักจะเห็นอาการชัดเจนในเรื่องของน้ำมูกเขียวและขี้ตาเกรอะกรัง การหายใจลำบากมากๆ อาจทำให้แมวมีระดับของออกซิเจนในเลือดน้อย จะเห็นเยื่อเมือกเปลี่ยนสีเป็นน้ำเงินหรือม่วงได้

เกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของการหายใจลำบากหลักๆแล้วจะแบ่งตามการขัดขวางการหายใจ หากมีการขัดขวางภายในท่อลมของทางเดินหายใจส่วนบน (upper respiratory system) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูกปริมาณมาก ปัญหาเนื้องอก เชื้อรา หรือก้อนเนื้อ ในโพรงจมูกและคอหอย เป็นต้น เหล่านี้ล้วนทำให้แมวมีอาการหายใจเข้าลำบากแบบส่งเสียงดัง และจะใช้แรงพยายามในการหายใจเข้าอย่างมาก หากสาเหตุเกิดจากการขัดขวางทางเดินหายใจส่วนล่าง (lower respiratory system) เช่นปัญหาของหลอดลมตีบจากการแพ้ (feline asthma) จะเห็นแมวแสดงอาการหายใจออกลำบากแบบส่งเสียงดัง ซึ่งมักจะออกแรงในการหายใจออกมากกว่าปกติ หากปัญหาเกิดที่ระบบของปอดและหลอดลมฝอย เช่น น้ำท่วมปอดจากภาวะหัวใจวาย (congestive heart failure) หรือปอดอักเสบ (pneumonia) มักจะพบปัญหาว่าแมวจะแสดงอาการหายใจลำบากทั้งขณะหายใจเข้าและออก หรือหากมีสิ่งผิดปกติในช่องอกไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ก็จะทำให้แมวแสดงอาการหายใจลำบาก แต่ไม่เกิดเสียงดังซึ่งสาเหตุหลักๆได้การเกิดก้อนเนื้อ ภาวะกะบังลมฉีกขาด (diaphragmatic hernia) การมีน้ำในช่องอก (pleural effusion) และการมีก๊าซในช่องอก (pneumothorax) ซึ่งเกิดจากการกัดกันหรือการแตกออกของถุงลม

การวินิจฉัย

ความผิดปกติของทางเดินหายใจสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จากการฟังโดยสัตวแพทย์ หาตำแหน่งที่คาดว่าน่าจะผิดปกติ ซึ่งการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย (X-ray) ถือว่าเป็นการช่วยวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคเพิ่มเติมได้เป็นอย่างดีอีกอย่างหนึ่ง หากเกิดปัญหาในช่องอก อะไรก็แล้วแต่สามารถดูเบื้องต้นหรือวินิจฉัยบางโรคได้ทันที เช่น โรคของทางเดินหายใจ หรือการแพร่กระขายของมะเร็งที่ปอด เป็นต้น นอกจากนี้อาจทำอย่างอื่นเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยยืนยัน ตัวอย่างเช่น การพบก้อนเนื้อที่ต่อมน้ำเหลืองก็อาจสงสัยถึงการติดเชื้อไวรัส feline lymphoma virus ก็จะต้องไปตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อต่อไป หรือหากพบว่ามีน้ำในช่องอก ก็จะทำการเจาะเก็บน้ำออกมาทั้งหมดแล้วนำไปส่งตรวจเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติมถึงสาเหตุของการเกิดน้ำในช่องอกต่อไป

การรักษา

เบื้องต้น อาการหายใจลำบากถือเป็นหนึ่งในอาการฉุกเฉิน สัตวแพทย์จะทำการให้ออกซิเจนกับแมว โดยอาจใช้ตู้ออกซิเจนหรือให้ดมออกซิเจน เมื่อเห็นว่าอาการเริ่มดีขึ้นจึงอาจจะนำไปทำการตรวจวินิจฉัยอื่นๆเช่น X-ray หรืออัลตร้าซาวด์ หรือตรวจเลือด หรือวางยาซึมเพื่อเจาะเอาน้ำหรือแก๊ซในช่องอกออกต่อไป การรักษาจะขึ้นกับอาการหรือสาเหตุของโรคที่เป็นเป็นหลัก หากมีการติดเชื้อก็จะได้รับยาฆ่าปฏิชีวนะไปทาน หากมีการตีบแคบของทางเดินหายใจก็จะได้รับยาขยายหลอดลม หรือหากเป็นเป็นโรคหัวใจก็จะได้รับยาสำหรับโรคหัวใจไปทาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามโรคบางโรคเช่น โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (feline infectious peritonitis; FIP) ถือเป็นโรคติดเชื้อไวรัสอีกชนิดที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และไม่มีทางรักษาให้หายได้ รวมไปถึงมะเร็ง ซึ่งโรคทั้งสองหากถูกตรวจพบ อาจได้รับการรักษาโดยใช้ยากดภูมิคุ้มกันเข้ามาช่วยจัดการ เป็นต้น

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ