Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
addictions

Drugs: What to Know ควรรู้อะไรก่อนการตัดสินใจเสพยา!

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,314,401 คน

Drugs: What to Know ควรรู้อะไรก่อนการตัดสินใจเสพยา!

การหาซื้อยาเสพติดไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป คุณอาจพบว่าแม้เพื่อนของคุณเองก็เสพหรือพวกเขาก็ชักชวนให้คุณลองเสพด้วย แต่การใช้ยาเสพติดนั้นส่งผลกระทบเลวร้ายและเป็นอันตรายมากกว่าที่คุณคิด

ยาเสพติดออกฤทธิ์อย่างไร

ยาเสพติดบางชนิดเป็นสารเคมีหรือมีสารประกอบของสารเคมีที่ส่งผลให้การทำงานของสมองและร่างกายทำงานผิดเพี้ยนไป ยาเสพติดบางชนิดเป็นยารักษาโรคแต่ต้องได้รับการควบคุมการใช้อย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ และบางชนิดไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหาสารเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีนจากปัสสาวะ เริ่มต้นที่ 305 บาท

ตรวจหายาบ้า ยาไอซ์ จากปัสสาวะพร้อมใบรับรองแพทย์

Istock 989108042

เมื่อคุณเสพยา ซึ่งการเสพมีหลายวิธีทั้งการกิน การสูดเข้าทางจมูก หรือการฉีดเข้าทางเส้นเลือด สารเคมีของยาจะถูกส่งไปตามกระแสเลือด จากนั้นขึ้นสู่สมองและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเข้าสู่สมองสารเคมีเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ผู้เสพมีอาการตื่นตระหนกหรืออาจทำให้มีอาการง่วงซึม บางชนิดช่วยบรรเทาอาการปวดได้ และด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ สารเคมีจากยาเสพติดจึงส่งผลกระทบต่อสมรรถนะทางร่างกายและระบบความคิดและการตัดสินใจ แม้แต่การดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถทำให้ผู้ดื่มตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เช่น เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเสี่ยงต่อการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้ยาเสพติดส่งผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายได้

  • ชนิดของยาเสพติด
  • ปริมาณการเสพ
  • ความถี่ในการเสพ
  • ความเร็วการออกฤทธิ์ของสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสมอง
  • การใช้ยาเสพติดอื่นๆ ร่วมด้วย
  • ลักษณะของผู้เสพ เช่น ขนาดตัว รูปร่าง สารเคมีในร่างกายที่มีผลต่อสารเสพติด

แม้สารเคมีจากยาเสพติดอาจทำให้ผู้เสพรู้สึกดีและมีความสุขในช่วงแรกของการเสพ แต่สารเคมีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร่างกายและสมอง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การเสพยา หรือแม้แต่การดมกาว พฤติกรรมเหล่านี้ต่างส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งสิ้น

หลายคนใช้ยาเสพติดเพราะเหตุใด

เนื่องจากยาเสพติดนั้นมีหลายชนิดมาก จึงมีหลากหลายเหตุผลที่คนอยากทดลองเสพ หลายคนเชื่อว่าการเสพยาจะทำให้พวกเขารู้สึกเคลิบเคลิ่มมีความสุข หรือหลายคนใช้ยาเพราะอย่างน้อยช่วงเวลาที่เสพยาทำให้พวกเขารู้สึกดีคลายเครียด และมีอีกหลายคนที่ชักชวนเพื่อนให้เข้าสู่วงจรเนื่องจากพวกเขาไม่อยากเสพยาตามลำพัง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่เสพยาเพื่อให้พวกเขาคิดงานออก เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน และเป็นศิลปินหรือนักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่น และยังมีอีกหลายคนที่ต้องการเพียงอยากลอง หรืออาจได้รับความกดดันจากกลุมเพื่อน บางคนเสพยาเพราะมีอาการซึมเศร้าและเชื่อว่าการเสพยาจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ ทว่ายาจะช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราวและไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง และเมื่อไม่ได้เสพยาพวกเขากลับมีอาการแย่ลงทำให้ต้องใช้ยามากขึ้นเรื่อยๆ และตกอยู่ในวงจรอุบาท

ยาเสพติดให้โทษ มีดังนี้

  • ยาคานิโทน หรือ Bath Salts
  • โคเคน
  • ยาแก้ไอและยาแก้หวัด
  • Crack หรือโคเคนสำหรับสูบ
  • ยากดประสาท
  • จีเอชบี (GHB)
  • เฮโรอีน
  • สารระเหย
  • ยาเค
  • แอลเอสดี (LSD)
  • ยาอี
  • กัญชา
  • เมทแอมเฟตามีน (Meth)
  • เห็ดเมา
  • พีซีพี (PCP)
  • ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
  • โรฮิปนอล
  • แซลเวีย

การเลิกยาและการรักษา

หากคุณคิดว่าเพื่อนของคุณหรือแม้แต่ตัวคุณเองกำลังติดยา แนะนำให้รีบปรึกษาผู้ปกครอง แพทย์ ครูที่ปรึกษา หรือพยาบาล บุคคลเหล่านี้สามารถช่วยคุณได้

เนื่องจากมีการรักษาต่างๆ มากมายที่ถูกกำหนดมาเพื่อการรักษาอาการติดยา โดยการรักษามี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ พฤติกรรมบำบัดคือการบำบัดโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย และเภสัชบำบัดคือการรักษาด้วยยา โดยผู้เชี่ยวชาญหรือนักบำบัดจะมีวิธีการรักษาให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการไม่ต้องเสพยา เช่น การจัดการกับอาการลงแดง การเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงต่อการกลับไปเสพยา และการป้องกันและจัดการกับการกำเริบของอาการ เป็นต้น

อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเลิกเสพยาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการบำบัดรักษา เนื่องจากต้องให้เวลากับตัวเองและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนหรือได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง แน่นอนที่นักบำบัดทั้งหลายถูกฝึกมาเพื่อการช่วยเหลือผู้ติดยา ดังนั้นเมื่อคุณหรือเพื่อนติดยา ควรเข้ารับการรักษากับศูนย์บำบัดในพื้นที่ใกล้เคียงหรืออาจขอคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาจากแพทย์หรือครูที่ปรึกษา


1 การอ้างอิง
HonestDocs มีแนวทางการจัดหาที่เข้มงวดและอาศัยการศึกษาแบบ peer-reviewed สถาบันการศึกษาและสมาคมการแพทย์ เราหลีกเลี่ยงการใช้การอ้างอิงระดับอุดมศึกษา คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เรามั่นใจว่าเนื้อหาของเรานั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยอ่านนโยบายการแก้ไขของเรา

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป