Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ยา

ยา Carvedilol

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,425,182 คน

ยา Carvedilol

ตัวอย่างยี่ห้อของยา Carvedilol ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

Caraten, Tocarlol, Dilatrend

รูปแบบและส่วนประกอบของยา Carvedilol

คาร์วีไดลอล (carvedilol) เป็นยากลุ่มบีต้า-บล็อกเกอร์ (beta-blocker) ยาสำหรับรับประทาน ยาเม็ดประกอบด้วยคาร์วีไดลอล ขนาด 6.25 12.5 และ 25 มิลลิกรัม

กลไกการออกฤทธิ์ของยา Carvedilol

กลไกการออกฤทธิ์ของยาคือ คาร์วีไดลอล เป็นยาบีต้า-บล็อกเกอร์ที่ยับยั้งตัวรับบีต้า-อะดรีเนอร์จิก (beta-adrenergic receptor) ซึ่งทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด โดยการยับยั้งการทำงานของตัวรับอัลฟ่า-1 (alpha-1 receptor) มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตโดยลดแรงต้านของหลอดเลือดและทำให้หลอดเลือดขยายตัว

ข้อบ่งใช้ของยา Carvedilol

ยาคาร์วีไดลอล ชนิดรับประทาน มีข้อบ่งใช้ คือ รักษาโรคหัวใจห้องล่างซ้ายทำงานผิดปกติหลังจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 6.25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เพิ่มขนาดยาเป็น 12.5 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง หลังจากใช้ยาได้ 3-10 วัน หากสามารถทนต่อการใช้ยาได้ และเพิ่มขนาดยาจนถึงระดับเป้าหมายคือ 25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 12.5 มิลลิกรัม วันละครั้ง เพิ่มขนาดยาเป็น 25 มิลลิกรัม วันละครั้ง หลังจากใช้ยาได้ 2 วัน หรือให้ขนาดยาเริ่มต้น 6.25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เพิ่มขนาดยาเป็น 12.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังจากใช้ยาได้ 1-2 สัปดาห์ และเพิ่มขนาดไปจนถึง 50 มิลลิกรัมวันละครั้งหรือแบ่งให้ยา เมื่อใช้ขนาดยาเดิมได้อย่างน้อยอีก 2 สัปดาห์

ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคหัวใจล้มเหลว ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 3.125 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า คือ 6.25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังจากใช้ยาได้ 2 สัปดาห์ หากสามารถทนต่อการใช้ยาได้ หลังจากนั้น ค่อยๆเพิ่มขนาดยาไปจนถึงขนาดสูงสุดที่ผู้ป่วยสามารถทนต่อการใช้ยาได้ โดยระยะห่างระหว่างการเพิ่มขนาดยาแต่ละครั้งต้องไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ขนาดยาสูงสุดต่อวัน สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 85 กิโลกรัม คือ 25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 85 กิโลกรัม คือ 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาอาการเจ็บเค้นหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (angina pectoris) ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 12.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เพิ่มขนาดยาเป็น 25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังจากใช้ยาได้ 2 วัน

ข้อปฏิบัติเมื่อลืมรับประทานยา Carvedilol

หากลืมรับประทานยาตามเวลาปกติที่รับประทาน ถ้าปกติรับประทาน 1 เม็ด ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้จำนวน 1 เม็ดโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เม็ดแทนเม็ดที่ลืมรับประทาน ในกรณีลืมรับประทานยาใกล้กับเวลารับประทานถัดไป ให้รับประทานยาในมื้อถัดไปในขนาด 1 เม็ด โดยข้ามยาในมื้อที่ลืมไปและไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เม็ด

ข้อควรระวังของการใช้ยา Carvedilol

  • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วย AV block ระยะที่ 2 และ 3 หรือ Sick sinus syndrome
  • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วยที่เป็นหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
  • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวคลาส IV ตามการจำแนกของ NYHA
  • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วย metabolic acidosis
  • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วยโรคตับรุนแรง
  • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการรบกวนของการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดแดงในอวัยวะส่วนปลาย
  • ไม่ควรหยุดใช้ยาในทันที
  • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วย Prinzmetal’s angina ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วย pheochromocytoma ที่ไม่ได้รับการรักษา
  • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่มีอาการแย่ลง และมีอาการบวมน้ำ
  • ระวังการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร

ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา Carvedilol

อาจก่อให้เกิดหัวใจเต้นช้าผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ บวมที่อวัยวะส่วนปลาย น้ำหนักตัวเพิ่ม น้ำตาลในเลือดสูง ท้องเสีย มึนงง ปัญหาเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย อ่อนเพลีย ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง ได้แก่ การเกิด AV Block ผื่นแพ้ Steven-Johnson syndrome โลหิตจาง กลุ่มอาการ Intraoperative floppy iris syndrome

ข้อมูลการใช้ยา Carvedilol ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร

สำหรับการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ ตัวยาจัดอยู่ในกลุ่ม category C คือ ควรระมัดระวังการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ สำหรับสตรีให้นมบุตร ควรระวังการใช้ยา

ประเภทของยาตามองค์การอาหารและยา ประเทศไทย

ยาจัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย จำหน่ายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีเภสัชกรชั้นหนึ่งเป็นผู้จ่ายยาเท่านั้น

ข้อมูลการเก็บรักษายา Carvedilol

ควรเก็บรักษายาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส

ยา, ยาไรวารอกซาแบน, ยาต้านการแข็งตัวของเลือด, ยาต้านเกร็ดเลือด, ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน, รักษาโรคหลอดเลือดสมอง, ยาเม็ด, ข้อบ่งใช้ยา, ข้อควรระวังของการใช้ยา, สรรพคุณยา, ผลข้างเคียงยา, กินยา, รักษาด้วยยา, ข้อมูลยา, ฤทธิ์ของยาRivaroxaban, ยากิน, เภสัชกร, สอบถามเรื่องยา


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป