การให้นม

การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างช่วงให้นมบุตรทำได้หรือไม่ ?

เผยแพร่ครั้งแรก 29 ต.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างช่วงให้นมบุตรทำได้หรือไม่ ?

เมื่อพูดถึงช่วงให้นมบุตรนั้นมักจะถูกเข้าใจว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมสำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีผู้ที่คิดว่าหากแม่เลือกที่จะให้นมลูกด้วยตนเองแล้วนั้น แม่จะต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรดื่มคือแอลกอฮอล์ ในทางตรงกันข้ามกับความเชื่อนี้ก็คือมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับแม่ที่จะให้นมลูกแม้ว่าหลังจากดื่มแอลกอฮอล์มาก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับการให้ลูกกินนมผงหรือนมแม่ที่ปั๊มทิ้งไว้

แล้วอะไรคือคำตอบที่ถูกต้อง ? บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้หากไม่ได้ดื่มมากเกินไป แม่ทุกคนไม่ควรถูกห้ามไม่ให้ให้นมลูกแค่เพียงเพราะมันจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ในโอกาสต่าง ๆ แต่พวกเขาก็ไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไปเช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
แนะนำคุณแม่มือใหม่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 475 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

185

แอลกอฮอล์ผ่านเข้าสู่น้ำนมได้อย่างไร

แอลกอฮอล์สามารถผ่านจากเลือดของมารดาเข้าสู่น้ำนมได้อย่างอิสระไม่เหมือนกับยาอื่น ๆ ที่จะถูกทำให้มีความเข้มข้นของยาที่ลดลง นั่นแสดงว่าหากแม่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ 0.08% (ซึ่งเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ที่กฎหมายยอมรับในหลายพื้นที่) ปริมาณแอลกอฮอล์ในน้ำนมก็จะอยู่ที่ 0.08% เช่นกัน บางคนอาจสับสนและเข้าใจไปว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของเด็กนั้นก็จะอยู่ที่ 0.08% เหมือนกันซึ่งไม่ถูกต้อง

เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพในเรื่องนี้มากขึ้น ลองยกตัวอย่างแม่ที่กำลังให้นมลูก 1 คนดื่มไวน์ ไวน์มีแอลกอฮอล์ประมาณ 10-12% และหากต้องการให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของแม่นั้นอยู่ที่ 0.08% สำหรับผู้หญิงที่หนัก 120 ปอนด์ เธอจะต้องดื่มไวน์ประมาณ 2-3 แก้ว (แก้วขนาด 5 ออนซ์) อย่างไรก็ตามทารกไม่ได้ดื่มนมที่มีแอลกอฮอล์ 10-12% แต่พวกเขาจะดื่มนมที่มีแอลกอฮอล์อยู่ระหว่าง 0.06-0.1% และทุก ๆ 40 นาทีหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์ ระดับของแอลกอฮอล์จะลดลงทีละ 0.01% ดังนั้นมารดาจะต้องรอประมาณ 4-7 ชั่วโมงเพื่อให้แอลกอฮอล์หมดออกไปจากน้ำนมของเธออย่างสิ้นเชิง

มารดาจะสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ในปริมาณเท่าไรระหว่างที่ให้นมบุตร

คำแนะนำกลาง ๆ ที่มักจะให้ก็คือพวกเขาสามารถดื่มได้เล็กน้อยใน 1 สัปดาห์แทนการดื่มไม่กี่แก้วต่อวัน มารดาที่ต้องการอิสระแต่อยากให้นมลูกอย่างเหมาะสมนั้นอาจจะจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 1-2 แก้วต่อสัปดาห์ และรอประมาณ 2-3 ชั่วโมงหลังจากนั้นก่อนที่จะให้นมลูก

การปั๊มนมหลังดื่มแอลกอฮอล์

คุณไม่จำเป็นที่จะต้องปั๊มน้ำนมทิ้งเพื่อหวังว่าจะสามารถช่วยจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เพราะหากคุณรอเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการดื่มครั้งสุดท้ายไปแล้ว แอลกอฮอล์ก็จะถูกเผาผลาญออกจากร่างกายไปหมดแล้วเช่นกัน โดยทั่วไปมักกล่าวว่าหากพวกเธอยังสามารถขับรถได้ พวกเธอก็สามารถให้นมลูกได้เช่นกัน เหตุผลเดียวที่พวกเธอต้องปั๊มน้ำนมออกนั้นก็คือเพื่อความสบายของตัวเองและลดอาการคัดตึงเต้านม หากเธอมีอาการเช่นนั้นและต้องปั๊มน้ำนมขณะที่ยังมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย เธอก็ควรทิ้งน้ำนมที่ปั๊มได้ในช่วงนั้นทิ้งไป

การดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ = อันตรายต่อการให้นมลูก

โดยสรุปก็คือแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้นสามารถดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้นาน ๆ ครั้ง แต่การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตัวอย่างเช่น มีการศึกษาที่พบว่าแม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ 2 ที่ต่อวันจะมีแนวโน้มที่ลูกจะมีพัฒนาการทางกายช้า

นอกจากนั้นการดื่มแอลกอฮอล์ยังทำให้การตัดสินใจของแม่แย่ลง และตื่นได้ยากขึ้น แม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ควรดูให้แน่ใจว่าทารกของเธอนั้นได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและไม่ควรนอนหลับพร้อมกับทารกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

แม่ที่ให้นมลูกอาจรู้สึกว่าการได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นบางครั้งในขณะที่ยังสามารถให้นมลูกได้นั้นเป็นเรื่องที่เหมาะสม มันไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกว่าจะไม่ให้นมลูกจากความคิดที่ว่าพวกเธอจะไม่สามารถกลับมาดื่มแอลกอฮอล์ได้อีกในช่วงเวลาดังกล่าว


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Breastfeeding and drinking alcohol. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/pregnancy-and-baby/breastfeeding-alcohol/)
Alcohol and breastfeeding. BabyCenter. (https://www.babycenter.com/0_alcohol-and-breastfeeding_3547.bc)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป