ความรู้สุขภาพ

การดื่มน้ำเย็นส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 534,917 คน

การดื่มน้ำเย็นส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่

เป็นเรื่องที่เราทราบกันดีว่า การดื่มน้ำอย่างเพียงพอส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ สถาบัน The National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine แนะนำให้ผู้ชายที่มีอายุ 19 ปีหรือมากกว่า ควรจะดื่มน้ำวันละ 3.7 ลิตรต่อวัน (หรือราวๆ 15 แก้วครึ่ง) และผู้หญิงที่มีอายุ 19 ปีหรือมากกว่าควรจะดื่มน้ำ 2.7 ลิตรต่อวัน (หรือราวๆ 11 แก้วครึ่ง) แต่การดื่มน้ำเย็นนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่

มีผู้คนบางคนเชื่อว่าการดื่มน้ำเย็นนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายได้ในระยะยาว ซึ่งความเชื่อดังกล่าวอาจมีพื้นฐานมาจากการสังเกตสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น การเทน้ำเย็นลงไปในอาหารและเห็นคราบไขมันลอยขึ้นมาเหนืออาหารหรือแม้แต่การสังเกตว่าเมื่อเราดื่มน้ำเย็นจะทำให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลง มากไปกว่านั้นบางคนยังเชื่ออีกว่าการดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิน้อยกว่าร่างกายซึ่งมีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียนจะทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย แต่ความเชื่อเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ การศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอาจช่วยไขคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ได้

ด้านผลเสียของการดื่มน้ำเย็น

จากการวิจัยขนาดเล็กในปี 1978 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กคือ 15 คน ทำการทดลองโดยการให้ดื่มน้ำเย็นพบว่า การดื่มน้ำเย็นทำให้สารคัดหลั่งบริเวณโพรงจมูกมีความเหนียวข้นมากขึ้นส่งผลให้สารคัดหลั่งเหล่านั้นไปขัดขวางการทำงานของระบบทางเดินหายใจได้ เมื่อทำการเปรียบเทียบกับการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำการดื่มซุปไก่และน้ำร้อนพบว่าช่วยให้กลุ่มตัวอย่างสามารถหายใจได้ดียิ่งขึ้น และยังพบอีกว่าในผู้ป่วยโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ การดื่มน้ำเย็นจะทำให้เกิดการคัดจมูกมากขึ้นได้

การทดลองในระยะถัดมาในปี 2001ที่ทำการทดลองโดยการให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงได้ทำการดื่มน้ำเย็นจำนวน 150 มิลลิลิตรเพื่อดูว่าการดื่มน้ำเย็นจะสามารถกระตุ้นอาการปวดไมเกรนได้หรือไม่ พบว่า 7.6% ของกลุ่มตัวอย่าง มีอาการปวดหัวหลังจากดื่มน้ำเย็นด้วยหลอดปริมาณ 150 มิลลิลิตร ในผู้หญิงที่มีอาการปวดไมเกรนหนึ่งครั้งหรือมากกว่าในระยะหนึ่งปีมีโอกาสที่จะปวดหัวเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่มีอาการไมเกรน ในผู้หญิงที่มีอาการปวดไมเกรนครั้งล่าสุดในระยะมากกว่า 1 ปี พบว่าไม่มีอัตราการปวดไมเกรนเพิ่มขึ้นเมื่อดื่มน้ำเย็น

ด้านผลดีของการดื่มน้ำเย็น

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำ ในการศึกษาพบว่าการดื่มน้ำเย็นในระหว่างการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายของเรามีอุณหภูมิที่ไม่สูงจนเกินไปได้ส่งผลให้มีผลลัพธ์จากการออกกำลังกายที่ดีกว่า ทั้งนี้เป็นเพราะการดื่มน้ำเย็นจะช่วยให้ร่างกายสามารถรักษาอุณหภูมิให้เย็นได้ง่ายขึ้น

หากพูดถึงการดื่มน้ำเย็นกับการลดน้ำหนักแล้วพบว่า การดื่มน้ำแทนการดื่มน้ำหวานเป็นผลดีต่อการย่อยอาหารของร่างกายและทำให้ร่างกายมิได้รับพลังงานเกินความจำเป็น การดื่มน้ำเย็นยังช่วยเพิ่มการใช้พลังงานของร่างกายได้เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการรักษามิให้อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำเย็นก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีในการลดน้ำหนักเมื่อเปรียบเทียบกับการกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานโดยวิธีอื่น

สรุปแล้วการดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนดีกว่าการดื่มน้ำเย็น

การดื่มน้ำอุ่นสามารถช่วยเสริมการทำงานในกระบวนการย่อยของร่างกายได้ ช่วยให้มีระบบการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมการกำจัดของเสียออกจากร่างกายในภาพรวม อย่างไรก็ตามพบว่าการดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจะทำให้คุณรู้สึกกระหายน้ำน้อยลง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายในวันที่ร่างกายของคุณสูญเสียน้ำและต้องการลดอุณหภูมิในร่างกาย ถ้าคุณดื่มน้ำอุ่นในสถานการณ์เช่นนี้ พึงระลึกไว้ว่าอาจทำให้คุณกระหายน้ำน้อยกว่าที่ควรจะเป็นซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นการเลือกดื่มให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการรักษาสมดุลของร่างกาย

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
เราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วจริงหรือ?
เราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วจริงหรือ?

ใครที่กำลังควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักอยู่ คงคุ้นกับคำกล่าวที่ว่า “ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว”