Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ยา

Dormicum (ดอร์มิคุม) - เป็นยาดมสลบ ภาวะกระสับกระส่ายในผู้ป่วย schizophrenia และใช้ในผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,194,531 คน

Dormicum (ดอร์มิคุม) - เป็นยาดมสลบ ภาวะกระสับกระส่ายในผู้ป่วย schizophrenia และใช้ในผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ

ดอร์มิคุม เป็นชื่อการค้าของยาที่มีตัวยาสำคัญคือ มิดาโซแลม (midazolam) เป็นยาในกลุ่มเบนโซไดอะเซพีน (benzodiazepine) มีข้อบ่งใช้เป็นยาดมสลบ ภาวะกระสับกระส่ายในผู้ป่วย schizophrenia และใช้ในผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ โดยตัวยาเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับ ลดความวิตกกังวล และลดความสามารถในการสร้างความทรงจำใหม่ เป็นยาที่มีประโยชน์ในการรักษาอาการชัก สามารถบริหารยามิดาโซแลมผ่านวิธีการรับประทาน การฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เมื่อบริหารยาผ่านทางหลอดเลือดดำ ยาจะออกฤทธิ์ภายใน 5 นาที และเมื่อบริหารยาผ่านการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ยาจะออกฤทธิ์ภายใน 15 นาที โดยตัวยาออกฤทธิ์นานระหว่าง 1 ถึง 6 ชั่วโมง ยามิดาโซแลมออกวางจำหน่ายสู่ท้องตลาดในปีค.ศ. 1976 มิดาโซแลมอยู่ในบัญชียาหลักขององค์การอนามัยโลก

ตัวอย่างยี่ห้อของยา Dormicum ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

Dormicum

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

- ยาเม็ด ขนาด 7.5 มิลลิกรัม

- ยาเม็ด ขนาด 15 มิลลิกรัม

Roche

 

โรค และอาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยานี้บรรเทา

  • ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาสลบก่อนการผ่าตัด
  • ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาให้ก่อนการผ่าตัด
  • ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาสลบในการทำทันตกรรม หรือการผ่าตัดเล็ก ยา
  • ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาเหนี่ยวนำในขั้นตอนการดมยาสลบ
  • ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาสลบก่อนการผ่าตัดยา
  • ข้อบ่งใช้สำหรับอาการนอนไม่หลับในระยะสั้น
  • ข้อบ่งใช้สำหรับอาการชัก

กลไกการออกฤทธิ์ของยา Dormicum

กลไกการออกฤทธิ์ของยาคือ ดอร์มิคุม มีตัวยาสำคัญคือ มิดาโซแลม (midazolam) เป็นยาในกลุ่มยานอนหลับ ออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับเบนโซไดอะเซพีน (benzodiazepine receptor) บริเวณเซลล์ประสาทกาบา (GABA) ส่วนโพสท์ไซแนปติกภายในระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย ระบบลิมบิก เรติคูลาร์ (reticular) การเพิ่มการยับยั้งกาบาที่เซลล์ประสาท เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของความสามารถในการเลือกผ่านต่อคลอไรด์ ไอออน (chloride ion) ซึ่งเป็นผลให้เกิดไฮเปอร์โพลาไรเซชัน (hyperpolarization) หรือภาวะที่ถูกกระตุ้นลดลง และเข้าสู่ภาวะเสถียร ตัวรับเบนโซไดอะเซพีนและกลไกการออกฤทธิ์ มีความเชื่อมโยงกับตัวรับกาบา ชนิดเอ (GABA-A receptor)

ข้อบ่งใช้ของยา Dormicum

ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาสลบก่อนการผ่าตัด ยาในรูปแบบยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ขนาดการใช้ยาในเด็ก อายุ 1 ถึง 15 ปี ขนาด 50 ถึง 150 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาให้ก่อนการผ่าตัด ยาในรูปแบบยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ 70 ถึง 100 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม บริหารยา 20 ถึง 60 นาทีก่อนการผ่าตัด โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือให้ขนาด 1 ถึง 2 ไมโครกรัมก่อนการผ่าตัด 5 ถึง 30 นาที โดยฉีดเข้าหลอดเลือดดำ สามารถให้ซ้ำได้ในกรณีจำเป็น ขนาดการใช้ยาในเด็กอายุ 1 ถึง 5 ปี ขนาด 80 ถึง 200 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม บริหารยา 15 ถึง 30 นาทีก่อนการผ่าตัดโดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ขนาดการใช้ยาในผู้สูงอายุ ขนาด 2 ถึง 3 มิลลิกรัม หรือ 20 ถึง 50 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม บริหารยาประมาณ 20 ถึง 60 นาทีก่อนการผ่าตัดโดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือให้ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ขนาด 500 ไมโครกรัม บริหารยา 5 ถึง 30 นาทีก่อนการผ่าตัด สามารถใช้ยาซ้ำได้ในกรณีที่จำเป็น ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาสลบในการทำทันตกรรม หรือการผ่าตัดเล็ก ยาในรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 2 ถึง 2.5 มิลลิกรัม ให้ยาในอัตรา 2 มิลลิกรัมต่อนาที บริหารยา 5 ถึง 10 นาทีก่อนการผ่าตัด โดยอาจเพิ่มขนาดยา 0.5 ถึง 1 มิลลิกรัมในทุก 2 นาที ขนาดยาโดยรวม เท่ากับ 2.5 ถึง 7.5 มิลลิกรัม หรือประมาณ 0.075 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขนาดการใช้ยาในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ขนาด 50 ถึง 100 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม สามารถใช้ยาสุทธิได้ถึง 600 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ขนาดยาสูงสุด 6 มิลลิกรัม เด็กอายุ 6 ถึง 12 ปีขนาด 25 ถึง 50 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม สามารถใช้ยาสุทธิได้ถึง 400 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ขนาดยาสูงสุด 10 มิลลิกรัม โดยขนาดเริ่มต้นบริหารยาเป็นเวลา 2 ถึง 3 นาที ครั้งถัดไปให้ทิ้งช่วงห่างการบริหารสองถึง 5 นาที ขนาดการใช้ยาในผู้สูงอายุขนาดเริ่มต้น 0.5 ถึง 1.5 มิลลิกรัม โดยอัตราสูงสุด คือ 2 มิลลิกรัมต่อนาที บริหารยา 5 ถึง 10 นาทีก่อนการผ่าตัด สามารถเพิ่มขนาดยา 0.5 ถึง 1 มิลลิกรัม ในกรณีจำเป็น ขนาดยาสุทธิสูงสุด 3.5 มิลลิกรัม ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาเหนี่ยวนำในขั้นตอนการดมยาสลบ ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดสุทธิ 150 ถึง 250 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับในผู้ที่ได้รับยาอื่นมาก่อน และขนาด 300 ถึง 350 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับในผู้ที่ไม่ได้รับอย่างอื่นมาก่อน ขนาดยาเพิ่มเติมอาจให้ได้ถึง 600 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ในกรณีที่เกิดการดื้อต่อยา ขนาดการใช้ยาในกรณีใช้ร่วมกับยาดมสลบอื่น ขนาด 30 ถึง 100 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม โดยบริหารยาแบบ infusion ในอัตรา 30 ถึง 100 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมต่อชั่วโมง ขนาดการใช้ยาในเด็กอายุมากกว่า 7 ปี ขนาด 150 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ข้อบ่งใช้สำหรับเป็นยาสลบก่อนการผ่าตัดยา ในรูปแบบยารับประทาน ขนาดการใช้ยาในเด็กอายุ6 เดือนจนถึงอายุน้อยกว่า 16 ปีขนาด 0.25 ถึง 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม บริหารยาครั้งเดียวบริหารยา 20 ถึง 30 นาทีก่อนการผ่าตัดขนาดขนาดยาสูงสุด 20 มิลลิกรัม ข้อบ่งใช้สำหรับอาการนอนไม่หลับในระยะสั้น ยาในรูปแบบยารับประทาน ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ 7.5 ถึง 15 มิลลิกรัม รับประทานก่อนนอน ขนาดการใช้ยาในผู้สูงอายุ 7.5 มิลลิกรัม รับประทานก่อนนอน ข้อบ่งใช้สำหรับอาการชัก ยาในรูปแบบยารับประทาน ขนาดการใช้ยาในเด็ก อายุ 3 ถึง 6 เดือน 2.5 มิลลิกรัม อายุมากกว่า 6 เดือนถึงน้อยกว่า 1 ปี ขนาด 2.5 มิลลิกรัม อายุ 1 ปีถึงน้อยกว่า 5 ปี ขนาด 5 มิลลิกรัม อายุ 5 ปีถึงน้อยกว่า 10 ปี ขนาด 7.5 มิลลิกรัมอายุ 10 ปีถึงน้อยกว่า 18 ปี ขนาด 10 มิลลิกรัม ทุกขนาดยาให้แบบครั้งเดียว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ข้อปฏิบัติเมื่อลืมรับประทานยา Dormicum

หากลืมรับประทานยาตามเวลาปกติที่รับประทาน ถ้าปกติรับประทาน 1 เม็ด ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้จำนวน 1 เม็ดโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เม็ดแทนเม็ดที่ลืมรับประทาน ในกรณีลืมรับประทานยาใกล้กับเวลารับประทานถัดไป ให้รับประทานยาในมื้อถัดไปในขนาด 1 เม็ด โดยข้ามยาในมื้อที่ลืมไปและไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เม็ด

ข้อควรระวังของการใช้ยา Dormicum

- ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจล้มเหลว หรือมีภาวะกดทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน - ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน - ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรค myasthenia gravis - ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ - ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคตับระดับรุนแรง - ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับยากลุ่มต้านการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ระดับรุนแรง (potent CYP3A4 inhibitor) - ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว - ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ - ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีประวัติเสพติดแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด - ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกิดการพลัดตกหกล้ม - ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคตับ โรคไต - หลีกเลี่ยงการหยุดใช้ยาในทันทีหลังจากการใช้ยาเป็นระยะเวลานาน - ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยสูงอายุ

ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา Dormicum

ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ภาวะเสียความจำแบบไปข้างหน้า (Anterograde amnesia) กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ความดันโลหิตต่ำ มีพฤติกรรมก้าวร้าว ลดปริมาตรการหายใจและอัตราการหายใจ อาการไอ ง่วงซึม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นช้า หลอดลมหดเกร็ง สับสน หายใจลำบาก เคลิ้มสุข มีการหลั่งน้ำลายมากผิดปกติ เห็นภาพหลอน เกิดผื่นแดง หัวใจเต้นเร็ว อาการอันไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง ได้แก่ กดระบบทางเดินหายใจ อุดกั้นทางเดินหายใจ หายใจลำบาก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดออกซิเจนและทำให้หัวใจหยุดเต้น ซึ่งส่งผลรุนแรงถึงชีวิต

ข้อมูลการใช้ยา Dormicum ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร

สำหรับการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ ตัวยาจัดอยู่ในกลุ่ม category D คือ ไม่แนะในการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ เว้นแต่ในกรณีช่วยชีวิตหรือรักษาอาการรุนแรงที่ยาที่ปลอดภัยกว่ารักษาไม่ได้ผล

ประเภทของยาตามองค์การอาหารและยา ประเทศไทย

ยาจัดอยู่ในกลุ่ม วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2

ข้อมูลการเก็บรักษายา Dormicum

เก็บที่อุณหภูมิระหว่าง 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส ป้องกันจากแสง

สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลในการสั่งใช้ยา

แพทย์และเภสัชกรสามารถให้ข้อมูลการใช้ยาอย่างปลอดภัย ผู้ป่วยควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้แก่แพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยและลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายจากการใช้ยา

  • แจ้งข้อมูลการใช้ยารักษาโรคประจำตัว ยาที่เพิ่งรับประทานก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รับประทาน (รวมถึงวิตามิน และสมุนไพร) ในกรณีมียาประจำตัวจำนวนมาก ให้พกยาเพื่อให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยตรวจสอบก่อนสั่งจ่ายยาใหม่ ไม่ให้เกิดอันตรกิริยาระหว่างยาที่จะได้รับใหม่และยาที่เดิมที่ผู้ป่วยใช้อยู่
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา หรืออาการแพ้ที่เกิดขึ้นเมื่อใช้ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือแพ้อาหารชนิดใดอยู่ (เนื่องจากยาบางชนิดมีส่วนประกอบของไข่ขาว นม ยีสต์) อาการที่เกิดขึ้น เช่น อาการบวม เกิดผื่น หายใจลำบาก หรือให้นำบัตรแพ้ยา พกติดตัวและแสดงบัตรนี้แก่แพทย์และเภสัชกรก่อนเข้าใช้บริการสุขภาพทุกครั้ง
  • แจ้งข้อมูลในกรณีที่มีการตั้งครรภ์ หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เนื่องจากยาบางชนิดส่งผลอันตรายต่อเด็กในครรภ์ หรือสามารถขับออกทางน้ำนมได้
  • แจ้งข้อมูลที่จะส่งผลต่อการรับประทานยา เช่น มีปัญหาการกลืนลำบาก มีปัญหาด้านการมองเห็นหรืออ่านฉลากยา วิธีการรับประทานยา เพื่อแพทย์หรือเภสัชกรจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป