สุขภาพ

น้ำลายสุนัข: ความจริง 5 ประการที่คุณควรจะรู้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
น้ำลายสุนัข: ความจริง 5 ประการที่คุณควรจะรู้

พวกเราหลายคนมักไม่เคยคิดถึงเลยว่า น้ำลายที่ไหลออกมาจากปากสุนัขที่เวลาเราเข้าหาตัวมันแล้วมันกระหน่ำจูบด้วยน้ำลายไหลเต็มปากเต็มไปด้วยอะไรบ้าง เพราะความรักที่มีระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นเรื่องปกติคือ การขาดความรู้ความเข้าใจว่าน้ำลายของสัตว์เต็มไปด้วบแบคทีเรีย และมันสามารถส่งผลต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงได้อย่างไร นี่คือความจริง 5 ประการเกี่ยวกับน้ำลายของสุนัข ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดที่คุณเคยมีเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและปากของมันอย่างรวดเร็ว

น้ำลายของสุนัขช่วยป้องกันฟันผุ น้ำลายของสุนัขเหมาะสมที่จะป้องกันฟันผุถ้าเปรียบเทียบกับของมนุษย์

น้ำลายของมนุษย์มีความเป็นด่างอยู่ที่ 6.5-7 น้ำลายของสุนัขและสัตว์กินเนื้อจะมีความเป็นด่างอยู่ที่  7.5-8 ความแตกต่างที่มีความสำคัญก็คือ สุนัขไม่ได้มีอาการของฟันผุได้บ่อยอย่างเช่นคนเรา ด้วยความเป็นด่างของน้ำลายสุนัขผ่อนความเป็นกรดที่ถูกผลิตขึ้นมาจากแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการกัดเซาะผิวเคลือบฟันไป

น้ำลายช่วยสุนัขในการย่อยอาหาร แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ในน้ำลายของสุนัขไม่มีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอยู่ แต่มันถูกออกแบบมาให้ช่วยสุนัขกลืนอาหารลงท้อง ทำให้กระบวนการการย่อยได้เริ่มทำงาน

ในความเป็นจริง ไม่เหมือนคนเรา สุนัขไม่ต้องเคี้ยวอาหารเพื่อจะผสมกับน้ำลายและเริ่มกระบวรการย่อยตั้งแต่ตอนนั้น ท้องและลำไส้ของสุนัขทำหน้าที่ที่จำเป็นทั้งหมด หน้าที่ง่าย ๆ ของน้ำลายของสุนัขคือช่วยทำให้อาหารลงไปในหลอดอาหาร

น้ำลายสุนัขมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย น้ำลายของสุนัขมีสารเคมีที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นตัวน้ำลายเองจึงไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงการอักเสบ คุณจะเห็นเสมอว่าสุนัขชอบเลียแผลของตัวเอง นั่นเพราะว่า ด้วยฤทธิ์การทำความสะอาดและการต้านเชื้อแบคทีเรียจะช่วยสมานแผลตื้น ๆ ได้ แน่นอนว่าการเลียแผลจะไม่ช่วยรักษาแผลอักเสบตื้น ๆ ที่เกิดกับสุนัขได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณจึงจำเป็นที่จะต้องนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์เมื่อสุนัขมีบาดแผล

การจูบปากสุนัขอาจส่งผ่านเชื้อแบคทีเรียสู่มนุษย์ จากการที่น้ำลายสุนัขมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไม่ได้หมายความว่าจูบของสุนัขจะสะอาดและมนุษย์ควรจะไม่ต้องระมัดระวังอะไรเลย มีความเป็นไปได้ว่าแบคทีเรียจะถูกส่งผ่านจากสัตว์เลี้ยงสู่มนุษย์ มีการศึกษาว่า ได้มีการส่งผ่านเชื้อแบคทีเรียของโรคปริทันต์จากสุนัขสู่เจ้าของของมัน

น้ำลายของสุนัขอาจก่อให้เกิดการแพ้ในมนุษย์ได้ ขณะที่คนต่อหลายคนเชื่อว่าขนของสัตว์คือ ตัวต้นเหตุของปฏิกิริยาการแพ้ที่มาจากสุนัข แต่จริง ๆ แล้วการแพ้เหล่านี้มาจากต้นกำเนิดที่เป็นแหล่งโปรตีนที่อยู่ในน้ำลายของสุนัข ตามรายงานผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ใน European Journal of Allergy and Clinical Immunology น้ำลายของสุนัขมีตัวก่อเหตุให้เกิดการแพ้ที่มาจากสายใยโปรตีนที่แตกต่างกันถึง 12 ชนิด เมื่อสุนัขเลียขนตัวเอง น้ำลายก็จะแห้งติดขน แล้วโปรตีนก็จะกลายเป็นการแพร่เชื้อทางอากาศ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำการศึกษาสรุปว่า น้ำลายของสุนัขมีความเป็นได้มากที่เป็นแหล่งของสารก่อภูมิแพ้มากกว่าตัวของสุนัขเอง

เกร็ดความรู้ในป้องกันโรคปริทันต์

นอกเหนือจากการป้องกันฟันผุตามธรรมชาติของสุนัจแล้ว โรคปริทันต์ยังสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากการป้องกันด้วยสารที่มีฤทธิ์

น้ำลายเคลือบฟันของเรา ถ้าเราไม่ทำความสะอาดน้ำลายเหล่านี้ออกไปด้วยการแปรงฟัน มันก็จะกลายเป็นแผ่นคราบฟัน ที่จะเก็บสะสมแบคทีเรียในเวลาต่อมา ด้วยการนี้ แบคทีเรียจะเป็นสาเหตุของการสึกกร่อนของโครงสร้างกระดูดที่รองรับตัวฟันในปาก

เมื่อสุนัขหรือคนไม่ดูแลรักษาสุขอนามัยช่องปาก ทุกครั้งที่กินเข้าไป แบคทีเรียก็จะเข้าไปสู่กระแสเลือด ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นที่จะส่งผ่านเข้าสู่กระแสเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน การมีระบบภูมิคุ้มกันและมีสุขภาพดีก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่เหรอ แต่สัตว์หรือสัตว์เลี้ยงที่อายุยังน้อยที่มีอาการของโรคหรือโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่น่าเป็นห่วงจะมีความอ่อนแอ ซึ่งง่ายต่อการแพร่เชื้อแบคทีเรีย

แนะนำให้พาสุนัขไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสภาพฟันปีละครั้ง ลูกสุนัขควรจะได้รับการตรวจครั้งแรกหลังจากที่มีอายุได้ 8 สัปดาห์ สุนัขที่เป็นโรคปริทันต์อาจจะต้องไปพบสัตวแพทย์บ่อยสักหน่อยเพื่อคอยตรวจดูความเปลี่ยนแปลงของอาการดังกล่าว

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ