อาหารการกิน

ปัญหาพฤติกรรมในลูกสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 584209746 %281%29

ปัญหาพฤติกรรมในลูกสุนัข

พฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาในสุนัขช่วงอายุระหว่างวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ได้แก่ การกัดข้าวของเสียหาย ชอบกัดเล่นสิ่งต่างๆ หรือการที่สุนัขชอบกระโดดพุ่งใส่ผู้คน โดยพฤติกรรมเหล่านี้จะจัดว่าเป็นพฤติกรรมปกติในช่วงวัยเด็กแต่ผู้คนทั่วไปมักจะไม่ชอบใจกับพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากพบเจอพฤติกรรมเหล่านี้เร็วมากเท่าใดก็จะยิ่งดีเพราะจะได้ทำการวางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันในช่วงที่สุนัขยังสามารถสอนได้ง่าย

พันธุกรรมจัดเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่ง โดยพฤติกรรมที่ลูกสุนัขแสดงจะมีความคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีการถ่ายทอดพฤติกรรมที่เฉพาะแก่สายพันธุ์นั้น เช่น ความดื้อ หรือ ปัญหาเวลาทำกิจกรรมในสายพันธุ์ที่ใช้แรงงาน แต่อย่างไรก็ตามปัญหาพฤติกรรมส่วนมากนั้นมักจะพบในสุนัขที่เลี้ยงในเมือง เนื่องจากโอกาสในการพาออกมาออกกำลังกายข้างนอกบ้านนั้นค่อนข้างถูกจำกัด

อาการและประเภท

  • การกัดข้าวของเสียหาย

เริ่มแรกสุนัขจะเริ่มจากการกัดเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านต่อหน้าสมาชิกในบ้าน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่โดนจับได้หรือว่าโดนทำโทษ สุนัขจะเริ่มแอบทำลายข้าวของลับหลังในขณะที่สมาชิกในบ้านไม่เห็น

  • กัดเล่นกัน

การเล่นปะทะกันของสุนัขจะเริ่มต้นจากสมาชิกในบ้านเป็นคนเริ่มเล่นก่อน แต่หลังจากนั้นสุนัขก็จะเริ่มได้ด้วยตัวของสุนัขเอง ซึ่งการเล่นแบบนั้นถือว่าเป็นปัญหาพฤติกรรมเนื่องจากฟันน้ำนมของลูกสุนัขนั้นมีความแหลมคมมากซึ่งอาจทำให้เกิดบาดแผลขณะเล่นได้ บางครั้งอาจจะพบว่ามีการขู่ หรือเห่า แต่การขู่และเห่านี้จะแตกต่างกับเวลาที่สุนัขแสดงออกว่ากลัวหรือมีความก้าวร้าว

  • กระโดดพุ่งเข้าหาผู้คน

การกระโดดเข้าหาคนหรือการวางฝ่าเท้านั้นจัดเป็นพฤติกรรมการทักทายเมื่อสุนัขมีความตื่นเต้น แต่ก็สามารถพบได้ในลูกสุนัขที่ต้องการความสนใจหรือต้องการสิ่งของที่อยู่ในมือของเจ้าของ

  • กระโดดขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์หรือชั้นวางของ

ลูกสุนัขที่กระโดดขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์หรือชั้นวางของนั้นส่วนมากต้องการที่จะได้ของกินหรือของเล่นเพื่อเอามาเคี้ยวเล่น แต่ในบางครั้งอาจจะกระโดดขึ้นในขณะที่เล่น เพื่อต้องการความสนใจ หรือต้องการพักผ่อน

สาเหตุ

ปัญหาพฤติกรรมในลูกสุนัขนั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปกติในลูกสุนัข แต่บางสาเหตุอาจส่งผลทำให้เกิดพฤติกรรมที่แย่ขึ้น โดยสาเหตุส่วนมากเกิดมาจากการขาดความเอาใจใส่ ควบคุม ฝึกฝน หรือ การออกกำลังกาย ซึ่งปัจจัยเฉพาะที่มีผลต่อพฤติกรรมที่กล่าวมามีดังนี้

การกัดทำลายข้าวของ

  • สารอาหารไม่เหมาะสม หรือปริมาณอาหารที่ได้รับไม่เพียงพอ
  • มีหนูหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กชนิดอื่นอยู่ตามผนังหรือพื้น
  • มีเศษอาหารตกหล่นอยู่บนพรมหรือเฟอร์นิเจอร์
  • ขาดแคลนของเล่นหรือของเล่นไม่น่าสนใจ
  • พบว่าสุนัขมีพฤติกรรมการหนี

การเล่นกัดกัน

  • มีการหยอกล้อเล่นกัน เช่น มีการสนับสนุนให้ลูกสุนัขกัด
  • มีช่วงเวลาการคุมขังที่นานเกินไป โดยเฉพาะในกรงที่มีขนาดเล็ก
  • ลูกสุนัขมีการทักทายที่ตื่นเต้นมากเมื่อมีแขกมาที่บ้านหรือกับสมาชิกในครอบครัว

กระโดดขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์หรือชั้นวางของ

  • ขาดแคลนของเล่นหรือของเล่นไม่น่าสนใจ
  • มีความต้องการอาหารหรือสิ่งของที่อยู่บนเฟอร์นิเจอร์
  • มีสถานที่พักผ่อนไม่เพียงพอหรือบริเวณพื้นนอนไม่สบาย

การวินิจฉัย

เจ้าของแต่ละท่านควรที่จะเล่าถึงประวัติสุขภาพของสุนัขให้สัตวแพทย์ฟังอย่างละเอียด ซึ่งจะประกอบด้วย อาการเริ่มต้น พบตั้งแต่เมื่อไหร่และมีอาการอย่างไร คำถามส่วนมากที่สัตวแพทย์จะซักถามมักจะเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของสุนัข มีสมาชิกในบ้านเพิ่มเข้ามาบ้างไหม ส่วนการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ มักจะไม่นิยมทำเว้นแต่ถ้ามีโรคอื่นเกิดแทรกซ้อนขึ้น ณ ขณะนั้น

การรักษา

สัตวแพทย์จะมีการพิจารณาถึงวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีความหลากหลาย เช่น การให้รางวัลหรือการทำโทษ แต่จะไม่มีการแนะนำให้เจ้าของตี เขย่าต้นคอ ทุบจมูก กลิ้ง หรือบีบริมฝีปากเข้ากับฟันเพื่อหยุดการกัดกัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะยิ่งทำให้ปัญหาพฤติกรรมที่มีอยู่ยิ่งแย่ลงและอาจกระตุ้นให้เกิดอาการหวาดระแวงและก้าวร้าวได้

การออกกำลังกายอย่างหนักจะช่วยลูกสุนัขได้มากในสุนัขที่มีปัญหาพฤติกรรมชนิดนี้ อีกทั้งเวลาที่เจ้าของทำการเล่นกับลูกสุนัขเจ้าของควรที่จะทำให้ลูกสุนัขรู้ว่าเจ้าของนั้นเป็นคนควบคุมเขา ถ้าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ผลอาจจะต้องมีการใช้ยาเข้ามาช่วยในการรักษา

คำแนะนำเพิ่มเติมจากสัตวแพทย์

ทำให้ลูกสุนัขหยุดการกัดทำลายข้าวของ

  • ทำการทดลองให้ของเล่นลูกสุนัขอย่างหลากหลายแล้วหาสิ่งที่ลูกสุนัขสนใจ ซึ่งส่วนมากจะเป็นสิ่งของที่มีอาหารเป็นส่วนประกอบ
  • นำสิ่งของวางไว้ในที่ที่ลูกสุนัขไม่สบายหยิบได้ถึง
  • ปิดประตูกั้นไว้เพื่อไม่ให้ลูกสุนัขเข้ามาในพื้นที่ต้องห้าม
  • ขัดขวางการกัดเคี้ยวด้วยคำสั่ง ไม่

เล่นกัดกัน

  • ควรให้ลูกสุนัขได้รับการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ
  • ใช้ของเล่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของลูกสุนัขขณะมีการเล่นกัดกัน
  • อาจมีการใช้สายจูงเพื่อบังคับได้
  • หลีกเลี่ยงการเล่นที่กระตุ้นให้สุนัขมีพฤติกรรมการกัด
  • นำลูกสุนัขไปเข้าโรงเรียนสอนลูกสุนัขให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • มีการฝึกลูกสุนัขให้นั่งก่อนที่จะให้อาหาร ของเล่น หรือความสนใจ
  • เมินเฉยต่อพฤติกรรมที่เอาแต่ใจของลูกสุนัข เช่น การเห่า การหอน การเอาฝ่าเท้ามาวางเพื่อเรียกร้องความสนใจ

การกระโดดเข้าหาคน

  • มีการสอนให้สุนัขนั่งตามคำสั่ง
  • หลีกเลี่ยงการเล่นที่กระตุ้นให้สุนัขมีการกระโดด
  • เมื่อสุนัขกระโดดจะต้องเบี่ยงเบนความสนใจของสุนัขโดยการใช้เสียงดังและแหลม
  • สามารถใช้สายจูงเพื่อจับบังคับได้

กระโดดขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์หรือชั้นวางของ

  • ไม่ควรนำอาหารหรือสิ่งของที่ดึงดูดความสนใจของลูกสุนัขวางไว้บนเฟอร์นิเจอร์หรือชั้นวางของ
  • ทำการจำกัดบริเวณลูกสุนัขถ้าหากมีการทำผิด
  • จัดหาของเล่นที่น่าสนใจ และมีผลต่อจิตใจของลูกสุนัข

ความเป็นอยู่และการจัดการ

เจ้าของจำเป็นที่จะต้องติดตามอาการขอลุกสุนัขกับสัตวแพทย์อยู่เป็นประจำเพื่อที่จะได้จัดหาหรือปรับเปลี่ยนโปรแกรมการรักษาให้เหมาะสมกับลูกสุนัข การพยากรณ์โรคส่วนมากมักจะดี เนื่องจากเมื่อลูกสุนัขอายุมากขึ้นพฤติกรรมก็จะลดลง ถ้าหลังจากการที่เรามีการปรับพฤติกรรมลูกสุนัขแล้ว แต่ลูกสุนัขยังคงแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีอยู่ สัตวแพทย์จะแนะนำให้มีการปรับโปรแกรมพฤติกรรมให้มีการฝึกฝนพฤติกรรมที่เข้มงวดมากขึ้น

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ