โรคกล้ามเนื้อหัวใจในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,049,082 คน

โรคกล้ามเนื้อหัวใจในสุนัข

Dilated cardiomyopathy (DCM) เป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจที่ทำให้หัวใจโตและไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยจะทำให้หัวใจทั้งห้องบนและห้องล่างจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีด้านหนึ่งที่ใหญ่มากกว่าอีกด้านหนึ่ง เมื่อหัวใจห้องล่างมีการขยายใหญ่ขึ้น ก็จะทำให้มันสามารถสูบฉีดเลือดออกไปที่ปอดและร่างกายได้ลดลง เกิดการสะสมของสารน้ำในปอดและเกิดภาวะหัวใจวายตามมา

โรคนี้จะพบมากขึ้นในสุนัขที่มีอายุมาก โดยเฉพาะในสุนัขที่มีอายุระหว่าง 4-10 ปีและพบได้บ่อยในสายพันธุ์ต่อไปนี้ Doberman Pinscher, Boxer, Scottish Deerhound, Irish Wolfhound, Great Dane, Saint Bernard, Afghan Hound และ Cocker Spaniel

อาการที่พบในสุนัขที่เป็นโรค DCM

อาการที่พบในโรคนี้ประกอบด้วยซึม น้ำหนักลด หายใจตื้นเร็ว และเหนื่อย หายใจลำบาก ไอ ท้องบวมและหมดสติเป็นช่วงๆ ในการตรวจร่างกายจะพบอาการเช่นชีพจรหายไปเป็นช่วงๆ หัวใจห้องล่างบีบตัวเร็วกว่าปกติ และการไหลเวียนของเลือดที่ส่วนปลายช้ากว่าปกติได้ และการตรวจการหายใจยังอาจจะได้ยินเสียงผิดปกติจากการที่มีสารน้ำอยู่ภายในปอดอีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค DCM

ในปัจจุบันยังไม่ทราบว่าโรคนี้เกิดจากอะไร แต่พบว่าการขาดสารอาหารที่ชื่อว่า taurine หรือ carnitine นั้นอาจทำให้สุนัขบางสายพันธุ์เช่น Doberman และ Cocker Spaniel เป็นโรคนี้มากขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่าสุนัขบางสายพันธุ์มีพันธุกรรมที่ทำให้เกิดโรคนี้มากขึ้นได้อีกด้วย ส่วนใหญ่โรคนี้พบได้ในสุนัขเพศผู้มากกว่าเพศเมีย

การวินิจฉัยโรค

นอกเหนือจากการตรวจร่างกายเกี่ยวกับหัวใจอย่างละเอียดแล้วจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค DCM เช่นการตรวจทางรังสี ซึ่งอาจพบว่าหัวใจด้านซ้ายมีขนาดโตขึ้นพร้อมกับพบว่ามีสารน้ำในปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจแสดงคลื่นไฟฟ้าผิดปกติชนิด atrial fibrillation และ ventricular tachycardia การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงที่หัวใจเป็นการตรวจดูขนาดของหัวใจ ซึ่งหากเป็นโรค DCM จะพบว่ามีหัวใจด้านซ้ายขนาดใหญ่กว่าปกติและสามารถบีบตัวได้น้อยกว่าปกติ

การรักษา

วิธีการรักษาโรคนี้นั้นจะเน้นไปที่การเพิ่มการทำงานของหัวใจและลดอาการของภาวะหัวใจวาย อาจมีการใช้ยาเพื่อเพิ่มการบีบหัวของหัวใจและทำให้หัวใจเต้นช้าลง ร่วมกับการใช้ยาขับปัสสาวะเพื่อควบคุมสารน้ำที่อยู่ในปอด นอกจากนั้นการใช้ยาขยายหลอดเลือดจะสามารถช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นอีกด้วย สุนัขไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลยกเว้นว่าจะมีอาการรุนแรง

การดูแลจัดการหลังการรักษา

สัตวแพทย์จะนัดให้มาตรวจติดตามด้วยการเอกซเรย์ช่องอก วัดความดัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและระดับเกลือแร่ในเลือดเป็นระยะ

คุณยังจะต้องคอยสังเกตอาการของสุนัขและระวังเมื่อมีอาการที่บอกว่าพวกมันกำลังจะหมดสติเช่นหายใจลำบาก ไอ เป็นลม และซึม ถึงแม้ว่าสุนัขที่เป็นโรคนี้จะได้รับการดูแลรักษาอย่างดีแต่สุนัขที่เป็นโรคนี้ก็มักมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีนัก สัตวแพทย์จะเป็นผู้ตอบคำถามเกี่ยวกับโอกาสในการรอดชีวิตหลังจากที่สามารถวินิจฉัยโรค โดยส่วนใหญ่แล้วสุนัขที่เป็นโรคนี้มักจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน สุนัขพันธุ์ Doberman มักจะมีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นและมักเสียชีวิตภายใน 6 เดือนหลังการวินิจฉัย ซึ่งสัตวแพทย์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลพวกมันในช่วงบั้นปลายให้สบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม