การตกแต่งขน

สุนัขของคุณมีกลิ่นหรือเปล่า?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
สุนัขของคุณมีกลิ่นหรือเปล่า?

ทุกคนที่เคยอยู่กับสุนัขย่อมรู้ดีว่าสุนัขนั้นมีกลิ่น ซึ่งพวกมันมักมักจะทิ้งกลิ่นตามเฟอร์นิเจอร์ พรม เสื้อผ้าและทุกที่ที่มันไป จนคุณรู้สึกเหมือนว่ามีน้องหมาอยู่ด้วยตลอดเวลา กลิ่นของสุนัขนี้ บางคนก็คิดว่าค่อนข้างฉุน เรามาดูกันดีกว่าว่ามนุษย์อย่างเราๆนี่จะจัดการกลิ่นเจ้าปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง

ทำความเข้าใจกับร่างกายของสุนัข

โฆษณาจาก HonestDocs
จัดส่งยาให้น้องหมาถึงบ้าน

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

กลิ่นของสุนัขเกิดจากอะไร? สุนัขไม่ได้มีเหงื่อเหมือนในมนุษย์ แต่ว่าพวกมันจะกำจัดเหงื่อออกมาทางอุ้งเท้าและตามรูขุมขนซึ่งอาจจะมีกลิ่นของสารเคมีขึ้น เราอาจจะรู้สึกว่าสุนัขทุกตัวมีกลิ่นเหมือนกัน แต่ว่าในหมู่สุนัขด้วยกันเอง พวกมันสามารถแยกแยะกลิ่นของแต่ละตัวได้ นอกจากนั้นสุนัขยังมีการผลิตน้ำมันขึ้นมาเพื่อให้ขนและผิวหนังมีสุขภาพดีซึ่งน้ำมันเหล่านี้ก็ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่น อีกที่หนึ่งที่สามารถทำให้เกิดกลิ่นได้คือที่หู โดยต่อมภายในหูจะทำให้เกิดกลิ่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กับเชื้อรา ซึ่งเจ้าของสุนัขสามารถควบคุมกลิ่นได้ด้วยการอาบน้ำเป็นประจำ

กลิ่นของสุนัขจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อเช่นแบคทีเรียหรือเชื้อรา หรือเมื่อร่างกายผิดปกติ เช่นสุนัขที่มีขนในหูเยอะๆ หรือมีหูยาวอาจจะสามารถติดเชื้อที่หูได้บ่อยๆ ซึ่งอาจทำให้มีกลิ่นเหม็นได้ขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ

หรือในกรณีที่ต่อมบริเวณทวารหนักซึ่งปกติทำหน้าที่หลั่งสารหล่อลื่นระหว่างการขับถ่ายและเป็นสารที่ใช้ระบุเอกลักษณ์ของสุนัขแต่ละตัว เกิดการอุดตันขึ้น จะทำให้ต่อมเกิดอาการบวม และทำให้สุนัขปวดจนมีพฤติกรรมกัดและเลียบริเวณทวารหนักอย่างหนักและทำให้ต่อมนี้กลายเป็นหนองและเกิดการติดเชื้อ ซึ่งต้องพาไปพบสัตวแพทย์

นอกจากนั้นการติดเชื้อที่ผิวหนังก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้เช่นกัน โรคนี้มักเกิดในสุนัขที่มีรอยพับหรือรอยย่นเยอะๆ เช่น Bulldogs และยังอาจเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังเช่นเวลาที่ผิวหนังบริเวณดังกล่าวมีความชื้นมากเกินไปหรือสุนัขมีการเกาบริเวณดังกล่าวจากโรคภูมิแพ้ ทำให้สุนัขมีการสร้างน้ำมันออกมามากกว่าหรือน้อยกว่าปกติได้ โดยเฉพาะในสุนัขที่อาบน้ำบ่อยๆ

การติดเชื้อที่ฟันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สามารถทำให้สุนัขมีกลิ่นเหม็นได้ และสุนัขก็ยังตดได้อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณรู้สึกว่าพวกมันตดตลอดเวลาหรือมีกลิ่นผิดปกติ คุณควรสังเกตอาหารที่พวกมันรับประทานที่อาจเป็นสาเหตุให้ตดเหม็นและพาไปตรวจกับสัตวแพทย์

วิธีการทำให้สุนัขของคุณกลับมามีกลิ่นเป็นปกติอีกครั้ง

โดยส่วนมากแล้วพบว่าสุนัขที่กินอาหารที่มีกรดไขมันต่ำและมีแป้งสูงเช่นธัญพืชจะทำให้ผิวหนังแห้งกว่าปกติ ดังนั้นคุณอาจจะลองให้สุนัขของคุณกินอาหารที่มีไขมันเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว ร่วมกับการหลีกเลี่ยงการใช้แชมพูแต่ให้ใช้วิธีทำความสะอาดอื่นๆ ที่อ่อนโยนต่อสุนัขมากกว่าแทนเช่นการใช้แปรงนุ่มตามด้วยการนวดด้วยแป้งเด็กชนิดที่ไม่มีกลิ่นอาจจะช่วยทำให้ขนของพวกมันสะอาดและลดกลิ่นได้ แต่ถ้าหากสุนัขของคุณเป็นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง คุณอาจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์อื่นตามคำแนะนำของแพทย์

สำหรับวิธีการทำความสะอาดหูนั้นสามารถทำได้โดยการใช้ไม้พันสำลีหรือสำลีชนิดกลมเปียกหมาดๆ หรือชุบด้วย hydrogen peroxide เข้าไปเช็ดเบาๆ ภายในหู พร้อมๆ กับการอาบน้ำในแต่ละเดือน แต่ในสุนัขที่มีหูยาวอาจจะต้องทำบ่อยกว่านั้น ในสุนัขที่มีขนอยู่ภายในหูเยอะๆ เช่นพุดเดิ้ล อาจจะต้องถอนขนดังกล่าวออกบางส่วนเพื่อไม่ให้มีขี้หูอยู่ภายในหูซึ่งอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและไรขี้หูตามมา

หากสุนัขของคุณหายใจมีกลิ่นเหม็น ควรพาไปพบสัตวแพทย์เนื่องจากการติดเชื้อที่ฟันนั้นอาจจะสามารถทำให้ฟันซี่อื่นๆ ติดเชื้อตามมาได้ ดังนั้นควรไปถอนฟันซี่ดังกล่าวออกก่อนที่จะต้องถอนทั้งหมด  แต่ถ้าหากสุนัขแค่มีกลิ่นปากเหม็นแต่ไม่ได้มีการติดเชื้อภายในปาก คุณก็สามารถใช้การแปรงฟันและของเล่นแบบเคี้ยวเพื่อลดกลิ่นปากได้

คุณควรเลือกแชมพูชนิดที่ออกแบบมาสำหรับสุนัขและอ่อนโยนแทนแชมพูที่มีกลิ่นหอมเนื่องจากน้ำหอมอาจจะทำให้สุนัขของคุณระคายเคืองได้ คุณควรอาบน้ำให้พวกมันเดือนละครั้งยกเว้นว่าพวกมันจะชื่นชอบการเล่นกับสิ่งสกปรก ระหว่างนั้นคุณอาจจะใช้น้ำหอมหรือแป้งสำหรับสุนัข และแปรงขนให้พวกมันหลายๆ ครั้งในแต่ละสัปดาห์เพื่อกำจัดขนส่วนเกินและทำความสะอาดขน นอกจากนั้นควรทำความสะอาดบริเวณง่ามนิ้วเท้าและอุ้งเท้าให้สะอาดและเช็ดตัวพวกมันให้แห้งหลังจากอาบน้ำเสมอ เพื่อไม่ให้ขนที่เปียกไปจับเอาสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียเข้ามาใหม่

คราวนี้คุณก็จะมีสุนัขที่มีกลิ่นหอมแล้วค่ะ

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม