อาการเสียการทรงตัวมีอะไรบ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 13, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

ในบทนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับอาการเสียการทรงตัวไล่ตั้งแต่ระดับง่ายไปหาระดับยาก

  • อาการเมารถ

เกิดขึ้นบ่อยในเด็ก  เนื่องจากเด็กอาจยังไม่คุ้นเคยกับการเดินทางปัญหาที่ตามมาคือ  คุณแม่หลายคนเห็นเด็กอาเจียนทุกครั้งที่เดินทางจึงไม่ยอมให้กินอาหารก่อนออกเดินทาง  ทำให้ร่างกายเด็กขาดน้ำตาลจนเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำตามมา  เมื่อผสมกับอาการตื่นเต้น  นอนไม่หลับ  อ่อนเพลีย ก็ยิ่งทำให้เมารถได้ง่ายขึ้น

วิธีแก้ คือ  พยายามให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอกินอาหารอ่อนๆ ก่อนเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง  ระหว่างเดินทางแนะนำให้นั่งหน้ารถเพราะจะมีแรงเหวี่ยงน้อยกว่าด้านหลังให้เด็กมองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว  ไม่ควรมองย้อนกลับไปด้านหลัง  ครั้งแรกแรกไม่ควรใช้เวลาเดินทางนานเกินไป เพื่อให้เด็กค่อยๆคุณชินก่อน  แล้วจึงค่อยๆเพิ่มระยะเวลาขึ้นตามลำดับ  หากทำได้อย่างนี้อาการเมารถก็จะไม่เกิดขึ้นอีก

คุณแม่หลายคนที่ให้เด็กกินยาแก้เมารถเพื่อระงับอาการอาเจียนอยู่เสมอจะทำให้เด็กขาดยาไม่ได้  เพราะระบบการทรงตัวไม่เคยทำงานตามปรกติ บางครั้งรถหยุดแล้วเด็กยังหลับไม่ตื่น  จึงยากที่จะปรับตัวได้  เมื่อขั้นรถครั้งต่อไปจึงยังมีอาการดังกล่าวอีก     

  • โรคต่างๆ และโรคทางสมองที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน

โดยทั่วไปหากไม่ใช่การเวียนหัวจากอาการเมารถเมาเรือและเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยๆ  ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโดยละเอียด  ตั้งแต่ซักประวัติว่าอาการเวียนศีรษะนั้นเป็น อาการรู้สึกหมุน(Vertigo)  หรือ  อาการมึนงงแต่ไม่หมุน(Dizzy)

อาการหมุนแท้จริงแล้วคือ  ความรู้สึกหลอนทางประสาท  ที่ทำให้รู้สึกว่าเกิดการเคลื่อนไหวของสิ่งแวดล้อมรอบตัวแบบผิดปรกติ  เช่น  เห็นห้องหมุน เตียงเอียง  หรือรู้สึกว่าตัวเองหมุน  ทำให้ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวให้อยู่ในลักษณะปรกติได้

อาการรู้สึกหมุนดังกล่าวเกิดจากการเสียสมดุลของระบบการทรงตัวในหูชั้นในซึ่งมีสาเหตุหลายประการ  ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงอาจแตกต่างกันได้  ขึ้นอยู่กับว่าเสียสมดุลมากหรือน้อย  เป็นเฉียบพลันหรือค่อยๆเป็นอย่างช้าๆ  และร่างกายปรับตัวได้หรือไม่  โดยขณะซักประวัติแพทย์จะต้องวินิจฉัยว่าสาเหตุมาจากอวัยวะทรงตัวส่วนปลายในหู  หรือมาจากสมอง  หรืออื่นๆ

การเสียการทรงตัวที่ระบบทรงตัวส่วนปลายในหูชั้นใน (Peripheral  Vestibular  Origin)

หลายคนเหมารวมเรียกอาการเวียนหัวบ้านหมุนว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน  แต่จริงๆแล้วไม่ได้เกิดจากการเป็นน้ำในหูไม่เท่ากันเสมอไป  อาการเวียนหัวมีสาเหตุมากมาย  เช่น  โรคทางหู  หูชั้นกลางอักเสบ  หูน้ำหนวกลุกลามไปสู่ประสาทการทรงตัว  สวนโลกที่มีการคั่งของน้ำในหูชั้นในจริงๆ  คือ  โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s  Disease)  ซึ่งต้องมีการสูญเสียได้ยินร่วมด้วยเพราะเกิดจากน้ำในหูชั้นในที่คอยหล่อเลี้ยงประสาทการได้ยินผิดปรกติ และจะมีเสียงรบกวนในหูร่วมด้วย

  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s  Disease)

อาการคือ  หูอื้อ  การได้ยินลดลง  มีเสียงรบกวนในหู  มักมีอาการ 3 ลักษณะด้วยกัน   คือ  เวียนหัว  หูอื้อ  มีเสียงดังในหู    อาการจะเป็นๆหายๆ  พออาการเวียนศีรษะทุเลา  หูก็จะได้ยินดีขึ้น  และเสียงดังในหูอาจลดลง  หากไม่รักษาหูอาจดับไปเลยก็ได้  หรือเสียงดังในหูอาจเป็นถาวรจนหลายคนทนไม่ได้       

การรักษาคือตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด  ให้ยาช่วยขจัดการคั่งของน้ำ  และตะกอนที่คั่งค้างอยู่ในหูชั้นใน   ซึ่งต้องกินติดต่อกันนานจนกว่าหูจะกลับมาได้ยินเป็นปรกติ  มิใช่กินพอแค่หายเวียนหัวเท่านั้น

  • โรคหินปูนในหูชั้นในหลุด (Benign  Paroxysmal  Positional  Vertigo - BPPV)

อาการคือ  เวียนหัวเสียบพลันขณะนอนตะแคงไปข้างใดข้างหนึ่ง  มักมีอาการเวียนศีรษะเฉพาะเวลาตะแคงท่าใดท่าหนึ่งเท่านั้น มีอาการหมุนเพราะตะกอนหินปูนหยุดไปแตะประสาทการทรงตัวของหูข้างนั้น  แต่จะรู้สึกหมุนเพียงไม่กี่วินาที  ประสาทการทรงตัวก็จะปรับตัวได้เอง

โรคนี้เป็นอีกโลกหนึ่งที่หลายคนมักเหมารวมกับอาการเวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่าหรือเปลี่ยนอิริยาบถ  ซึ่งอาจไม่ใช่หินปูนหลุดเสมอไป  เพราะมีอีกหลายโรคที่มีอาการคล้ายกัน  เช่น  ในผู้สูงอายุอาจเป็นอาการของเลือดที่ไปเลี้ยงก้านสมองบกพร่องชั่วคราว  หรือในคนที่กระดูกคอเสื่อม

“หินปูนในหู” ทำหน้าที่อะไร

แท้จริงแล้ว  หินปูนในหูทำหน้าที่รับรู้แรงโน้มถ่วงของโลกเวลาตะแคงศีรษะหรือก้มศีรษะไปตามทิศทางต่างๆ  หินปูนจะตกไปตามแรงโน้มถ่วงทำให้เรารู้สึกว่าศีรษะตะแคงไปข้างนั้น          

คนทั่วไปมักเชื่อกันว่า  ตะกอนหินปูนหลุดจะเกิดขึ้นหลังจากได้รับอุบัติเหตุโดยศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงไปถึงอวัยวะทรงตัวในหูชั้นใน  ทำให้หินปูนเคลื่อนหลุดจากตำแหน่ง  บางครั้งหินปูนอาจหลุดไปแตกประสาทการทรงตัวในส่วนของการหมุน  แต่ถ้าผู้ป่วยเกิดอาการหมุนทุกครั้งที่หันศีรษะ  เปลี่ยนท่า  ยืน  นอน  นั่ง  เดิน  ไม่มีลักษณะเฉพาะท่า  สาเหตุน่าจะเกิดจากประสาทการทรงตัวส่วนอื่นในหูชั้นในเสียสมดุลมากกว่า

การวินิจฉัยว่าอาการเวียนศีรษะเกิดจากหินปูนหลุดหรือไม่ทำได้ไม่ยาก  เพียงทำ “Positioning  Test”  โดยการเอียงหูข้างนั้นลงก็จะพบการกระตุกของลูกตา  แต่อาการนี้จะหายไปภายในเวลาไม่เกิน 1 นาที   นาทีถ้า ถ้าตรวจซ้ำอีกก็อาจจะไม่เกิดอาการเวียนศีรษะ  โลกนี้ไม่จำเป็นต้องกินยา  ถ้าใครเป็นบ่อยหรือมีอาการมากก็อาจแค่ทำท่าบริหารศีรษะ  ด้วยการหันศีรษะไปด้านตรงข้ามอย่างรวดเร็ว  เพื่อผลักให้หินปูนย้ายไปที่อื่น  อาการก็อาจหายได้


ภาพการตรวจหาหินปูนในหูหลุด (Positioning  Test  for  BPPV)  แพทย์จะให้ผู้ป่วยล้มตัวลงนอนอย่างเร็วในท่าตะแคงศีรษะไปทีละข้างขวา - ซ้าย   45 องศา  แหงน 30 องศา   โดยห้อยศีรษะลงต่ำแล้วดูการกระตุกของลูกตาถ้ามีหินปูนเคลื่อนลูกตาจะกระตุก

  •  โรคกระดูกคอเสื่อม  ทำให้การไหลโลหิตไปยังสมองบกพร่อง(Cervical  Spondylosis - Vertebrobasilar  Arterial  Insufficiency - VBI)

มักเกิดในผู้สูงอายุ  อาการคือเวียนศีรษะขณะหัน  แหงนหน้า  บิด  เอี้ยว  เงย  หรือเปลี่ยนท่าเร็วๆ  เช่น  ลุกจากที่นอน  ยืน  ล้มตัวลงนอนเร็วๆ  ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงก้านสมองหรือแกนสมองไม่สะดวก  นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่เคยได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณกระดูกคอ กระดูกคอเสื่อม  หรือเป็นความดันโลหิตสูง  เนื่องจากการกินยาลดความดันมากเกินไป  อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดขณะเปลี่ยนท่า  จนอาจทำให้ก้านสมองบริเวณศูนย์การได้ยินและการทรงตัวขาดเลือดกะทันหัน  ทำให้เกิดอาการเวียนหัว  วูบคล้ายจะเป็นลม  อาการหมุนอาจนานถึง 1 นาที ซึ่งเป็นอาการของก้านสมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว (VBI หรือ TIA)

อาการที่มักพบร่วมด้วยคือ  ตาลาย  เห็นภาพซ้อน  พูดไม่ชัด  ลิ้นแข็ง  มือชา  เท้าชา  และใจสั่นคล้ายจะเป็นลม  ซึ่งต้องรีบทำการรักษาโดยด่วน อาจเป็นอาการก่อนอัมพาต  อัมพฤกษ์ (Pre-Stroke)

  • โรคหูชั้นในเสื่อมจากยาบางชนิด

ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะจนเสียการทรงตัวได้  เช่น  การได้รับสารพิษหรือยาที่เป็นอันตรายต่อประสาทการได้ยินและประสาทการทรงตัว  เช่น  ยาปฏิชีวนะประเภทแอมิโนกลัยโคไซด์ (Aminoglycoside) เจนต้ามัยซิน (Gentamycin)  ควินิน (Quinine)  ยากันชัก  เป็นต้น

  • การอักเสบของประสาทการทรงตัว (Vestibular Neuronitis)

ผู้ป่วยจะมีอาการเสียการทรงตัวเฉียบพลันและรุนแรง  ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน  รู้สึกว่าบ้านหมุน  แต่ไม่มีอาการทางหูหรือสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย  สามารถเป็นได้ในบุคคลทุกวัย  อาการจะคงอยู่เป็นเวลานาน  อาจถึง 2 สัปดาห์  หากทำการตรวจการทำงานของประสาทการทรงตัวจะพบว่าข้างใดข้างหนึ่งไม่ทำงาน  มักพบร่วมกับอาการเจ็บคอ  หวัด  การติดเชื้อไวรัสของทางเดินหายใจส่วนบน  ภาวะที่กล่าวมานี้อาจเป็นสาเหตุการอักเสบของประสาทการทรงตัวได้เช่นกัน

  • โรคทางสมองอื่นๆ

ได้แก่  เนื้องอกของประสาทการทรงตัว (Vestibular  Schwan - noma)  คือ  เนื้องอกที่เกิดกับประสาทการทรงตัวบริเวณหูชั้นใน (ไม่ใช่มะเร็ง)  ซึ่งอาจโตและลุกลามไปสู่ก้านสมองและเข้าไปถึงสมองได้ในที่สุด  การรักษามีวิธีเดียวคือการผ่าตัด (ถ้าเล็กอาจใช้รังสีสลายได้)

  • การเสียการทรงตัวที่ระบบประสาทส่วนกลาง (Central  Nevous  System)

ได้แก่  การเกิดเนื้องอกบริเวณประสาทการทรงตัวแล้วลุกลามไปสู่สมอง  การแพร่ของมะเร็งจากส่วนอื่นของร่างกายไปยังสมอง  ศูนย์ทรงตัวในก้านสมองขาดเลือดไปเลี้ยง  ความบอบช้ำของก้านสมองจากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ศีรษะ  โรคสมองฝ่อ  สมองเสื่อมจากเชื้อโรค  หรือสมองเสื่อมเพราะสูงอายุจึงไม่สามารถประมวลข้อมูลได้ถูกต้อง  ต้องทำการตรวจวินิจฉัยแต่ละกรณีไป

นอกจากนี้ยังมีโรคทางกายที่อาจส่งผลต่อหูชั้นในได้  เช่น  เบาหวาน  ความดัน  ไขมันสูง  ไทรอยด์เป็นต้น

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน" โดยศาสตราจารย์เกีนรติคุณ แพทย์หญิงสุจิตรา ประสานสุข จากสำนักพิมพ์ Amarin Health เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 





ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เวลานอนอยู่แล้วลุคขึ้นไวจะรู้สึกเวียนหัวเป็น
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เวียนหัว หน้ามึด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นคนที่ผอมมากค่ะ จะมีอาการหน้ามืดเวียนหัวบ่อย เวลาออกไปเจอแสงแดดหรือเดินๆไปก็จะมีอาการเหมือนตะเป็นลม หูอื้อ หาว เวียนหัว หายใจไม่ทัน พักหลังมีอาการปวดศรีษะบ่อยค่ะ เป็นคนที่ทานอาหารเยอะมากทานจุกจิก แต่น้ำหนักไม่ขึ้น กลับน้ำหนักลดลง อาการแบบนี้อาจจะ...
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เวียนหัวมาทั้งอาทิตย์แม้เวลานอน เป็นอะไร ใช่ความดันมั้ย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่