อาหารสำหรับคนเป็นโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 4, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

อาหารไฟเบอร์สูงจะช่วยป้องกันโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบได้จริงหรือ

สำหรับคนที่เป็นโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่ การป้องกันการอักเสบที่แสนจะเจ็บปวดของ diverticula (ถุงเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในระบบทางเดินอาหาร) นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในขณะที่ไม่มีวิธีหลีกเลี่ยงการเกิดการอักเสบที่แน่ชัด แพทย์บางท่านก็เชื่อว่าการทานอาหารไฟเบอร์สูงอาจช่วยได้

ไฟเบอร์กับโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ

นักวิจัยหลายคนเชื่อว่าสาเหตุแรกๆ ของการเกิด diverticula คือ การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำเกินไป การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้คนในทวีปแอฟริกาและเอเชียซึ่งทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเป็นปกติอยู่แล้วนั้น แทบจะไม่ได้รับการบาดเจ็บจากโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่เลย ไฟเบอร์หรือวัตถุดิบที่เป็นพืชมีบทบาทสำคัญในกระบวนการย่อยอาหาร การทำให้อุจจาระนิ่มและช่วยให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ได้ราบรื่นมากกว่า

การขาดไฟเบอร์จะทำให้มีอาการท้องผูก ซึ่งทำให้อุจจาระแข็งขึ้นและเคลื่อนผ่านได้ลำบากกว่า ทำให้กล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่มีความเครียด และเนื่องจากปกติแล้ว diverticula จะก่อตัวขึ้นในบริเวณที่กล้ามเนื้อทางเดินอาหารมีความรัดหรืออ่อนแอ อาการท้องผูกอาจพัฒนาส่วนของ diverticula มากขึ้นไปอีกก็เป็นได้เพราะการท้องผูกทำให้เกิดความดันขึ้นในลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่ diverticula ที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ได้ ทำให้มีอาการเจ็บป่วยที่เรียกกันว่า ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ

อาหารสำหรับโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ

จากงานวิจัยหลายๆ ที่กล่าวว่า การทานอาหารไฟเบอร์สูงมากเกินไปก็ทำให้เกิดโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่ได้เพราะไฟเบอร์เหล่านั้นไปกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงานหนักขึ้น ปริมาณอาหารมีไฟเบอร์ที่เหมาะสมคือ 20 ถึง 30 กรัมต่อวัน ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทที่คุณได้รับตามธรรมชาติจากอาหารที่คุณรับประทาน นั่นคือ

  • เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (soluble fiber)
  • เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำไม่ได้ (insoluble fiber)

Soluble fiber เป็นเส้นใยที่ละลายในน้ำได้ สร้างเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนและมีขนาดใหญ่ ทำให้อุจจาระเลื่อนผ่านลำไส้ไปได้อย่างง่ายดาย ส่วน Insoluble fiber จะช่วยขับของเสียผ่านระบบทางเดินอาหารโดยการดูดซึมน้ำและเพิ่มปริมาณของอุจจาระ อาหารที่มีพืชผักต่างๆ เป็นส่วนประกอบหลักส่วนใหญ่นั้นมีทั้งเส้นใยอาหารแบบที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ แต่ถึงอย่างนั้น อาหารบางชนิดก็มีเส้นใยบางชนิดมากกว่า

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับเส้นใยอาหารทั้งสองชนิดอย่างเพียงพอ คุณควรรับประทานอาหารที่หลากหลายและเต็มไปด้วยไฟเบอร์ ได้แก่

  • ซีเรียล : ข้าวสาลีหยองและรำข้าวโพด
  • ธัญพืช : กากรำข้าว (bran flakes) พาสตาแบบโฮลวีท ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง
  • ขนมอบ : มัฟฟินรำข้าว ขนมปังธัญพืช
  • ถั่ว : ถั่วลันเตาแห้ง ถั่วเลนทิล (lentils) ถั่วดำ ถั่วลิมา (lima beans)
  • ผัก : อาร์ติโชค (artichokes) ถั่ว บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี แครอท
  • ผลไม้ : ราสเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ อะโวคาโด ลูกแพร์ แอปเปิ้ล(มีเปลือก)
  • ผลไม้แห้ง : ลูกพรุน ลูกเกด
  • ถั่วและเมล็ดพืช : ถั่วลิสง ข้าวโพดคั่ว

เพราะอาหารที่มีไฟเบอร์สูงมีวิตามินและสารอาหารอื่นๆ มากมาย อาหารประเภทนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับไฟเบอร์จากการทานอาหาร แต่ถ้าการต้องจำกัดอาหารการกินทำให้คุณไม่ได้รับไฟเบอร์ที่จำเป็นต่อร่างกายของคุณแล้วล่ะก็ แพทย์อาจให้คุณทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์แทน

ไซเลียม (Psyllium) ซึ่งมีอยู่ในยาระบายอย่างเมตามูซิลหรือคอนซิล เป็นไฟเบอร์อีกหนึ่งชนิด ซึ่งยาชนิดนี้จะขายเป็นผงหรือน้ำ เป็นเม็ด แค็ปซูล หรือแผ่นเวเฟอร์ โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีเมทิลเซลลูโลส (Methylcellulose) เป็นหลัก อย่าง Citrucel จะขายในแบบเป็นผงหรือเม็ด

เป็นเวลาหลายมีแล้วที่แพทย์ได้แนะนำให้คนที่เป็นโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบหยุดกินถั่ว เมล็ดพืช หรือป็อปคอร์น เพราะเชื่อว่าอาหารเหล่านี้จะไปบล็อกช่องของ diverticula และไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของถุงผนังลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยก็ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นแต่อย่างใดว่าการกินอาหารเหล่านี้จะไปเพิ่มความเสี่ยงให้กับการเกิดโรคดังกล่าว และแพทย์ก็ไม่ได้แนะนำให้หยุดกินอาหารที่ว่าอีกต่อไป

การป้องกันโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่

ยังมีวิธีการอีกมากมายที่ช่วยให้คุณมีระบบย่อยอาหารที่ดีและป้องกันการก่อาตัวของ diverticula ในลำไส้ได้ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสีแดงที่มากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเพราะจะทำให้ลำไส้อุดตันและส่งผลให้อาการถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบแย่ลงได้
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • เลิกสูบบุหรี่ (สิงห์นักสูบเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยา NSAID  
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • รักษาน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
  • ตอบสนองต่อลำไส้

การใช้ยาประเภท NSAIDs อย่างแอสไพริน นาพร็อกซิล และอิบูโพรเฟ่น มีส่วนต่อการมีเลือดออกของ diverticular น้ำ คือ สิ่งที่จำเป็นต่อการทานอาหารไฟเบอร์สูงเพื่อช่วยให้อาหารดังกล่าวทำงานได้อย่างเหมาะสม ถ้าคุณไม่ดื่มน้ำให้เพียงพอ คุณอาจจะท้องผูกเอาได้ ท้ายที่สุด การอั้นอุจจาระก็ทำให้อุจจาระแข็งและเพิ่มความตึงเครียดต่อกล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะทำให้เป็นโรคลำไส้ใหญ่ได้นั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่