Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคผิวหนังกับจมูกของแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,211,388 คน

โรคหลายโรคส่งผลกระทบต่อผิวหนังบริเวณจมูกของแมว ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา หรือไร โรคเหล่านี้ส่งผลกระทบบริเวณดั้งจมูกทั้งส่วนที่มีขนและไม่มีขน ส่วนมากบริเวณที่มีขนจะได้รับผลกระทบมากกว่า ในกรณีที่เป็นโรคทางระบบร่างกาย เช่น โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (lupus) มักจะเกิดรอยโรคทั้งบริเวณจมูกและปาก หรือบางโรคทำให้บริเวรณจมูกส่วนที่ไม่มีขนมีสีซีดหรือเกิดแผลหลุม

อาการที่พบได้น้อยเกิดจากแสงแดด คือแพ้แดด (solar dermatitis) จะส่งผลต่อส่วนที่ไม่มีขนของจมูก บริเวณนั้นอาจเกิดการอักเสบและเป็นแผลหลุม ส่วนมากจะเกิดปัญหาในลูกแมวอายุน้อยกว่า 1 ปี หากเป็นมะเร็งจะพบในแมวที่อายุมาก

อาการ

อาการมีความหลากหลาย ได้แก่

  • แผลหลุม/ตุ่มขึ้นบนจมูก
  • ขนร่วง
  • ผิวหนังแตกออกและมีหนอง
  • เม็ดสีลดลงทำให้ผิวหนังซีด
  • เม็ดสีมากขึ้นทำให้ผิวหนังสีเข้ม
  • ผิวหนังแดง
  • มีสะเก็ดรังแค
  • แผลเป็น

สาเหตุ

ปัจจัยหรือโรคบางอย่างที่สามารถทำให้เกิดโรคผิวหนังบริเวณจมูก ได้แก่

  • รอยแผลบนจมูกมีหนอง
  • ไร
  • เชื้อรา
  • แพ้แสงแดด
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน
  • ความผิดปกติของเนื้อเยื่อ
  • โรคผิวหนังเป็นสะเก็ดที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยธาตุสังกะสี
  • มะเร็ง
  • การบาดเจ็บ

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะเก็บตัวอย่างจากผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาเพื่อนำไปเพาะเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจและการตรวจระบบภูมิคุ้มกันก็เป็นอีกทางเลือดในการวินิจฉัย

การรักษา

ก่อนการรักษาจะต้องทำการประเมินสาเหตุของปัญหาก่อน

  • หากวินิจฉัยว่าเป็นการแพ้แสงแดด ยาทากลุ่มสเตียรอยด์จะช่วยลดการอักเสบ สัตวแพทย์จะแนะนำให้เก็บแมวของคุณให้พ้นจากแสงแดดให้ได้มากที่สุด อาจต้องทาครีมกันแดดให้แมวอย่างน้อยสองครั้งต่อวัน
  • กรณีที่ผิวหนังแตกออกและมีหนองจะต้องได้รับยาสเตียรอยด์และค่อย ๆ ลดปริมาณยาลง การใช้ยาจะต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์เท่านั้น จะต้องทำความสะอาดหนองและคราบหนองบนแผลด้วยสำลีชุบน้ำอุ่น นอกจากนี้จะต้องระวังสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดการแพ้ในแมว เช่น ชามพลาสติกหรือยาง หมอนหรือผ้าห่ม หรือยาบางชนิด
  • กรณีติดเชื้อราจะมียาหลายตัวให้เลือดใช้ แต่สัตวแพทย์อาจต้องการให้ผ่าตัดเพื่อเอาบริเวณที่มีเชื้อราออกไปก่อนจะเริ่มการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา
  • การผ่าตัดอาจจำเป็นกรณีที่เป็นตุ่มหรือก้อนที่ไม่มีการติดเชื้อ สามารถจ่ายยากดภูมิคุ้มกันได้เช่นกัน
  • หากแมวมีอาการเพียงผิวหนังซีด สัตวแพทย์อาจเลือกไม่ทำการรักษา
  • สำหรับมะเร็งจะต้องทำการผ่าตัดและตามด้วยการให้ยาเคมีบำบัดหรือฉายแสง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป