มะเร็งและโรคร้าย

ไทฟอยด์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ไทฟอยด์

ไทฟอยด์ หรือไข้ไทฟอยด์ เป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต โดยเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซาโมเนลลา (Salmonella typhi.) ซึ่งองค์กรควบคุมโรค หรือ CDC (Center for Disease Control) พบว่า 21.5 ล้านคนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นโรคไทฟอยด์ในแต่ละปี

เนื้อหา โรคไทฟอยด์

สาเหตุ

  • ปัจจัยเสี่ยง
  • อาการ
  • การวินิจฉัย
  • การรักษา
  • โรคแทรกซ้อน
  • การป้องกัน

สาเหตุ

ไทฟอยด์ หรือไข้ไทฟอยด์ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซาโมเนลลา (Salmonella typhi.) แพร่กระจายได้ง่ายในแหล่งน้ำปนเปื้อน หรืออาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยแบคทีเรียจะอยู่ในร่างกายบริเวณลำไส้และกระแสเลือด และส่งต่อไปยังอุจจาระและปัสสาวะ ดังนั้นการแพร่กระจายของโรคจึงเกิดจากสิ่งปฏิกูลเหล่านี้จากผู้ป่วยปะปนลงในแหล่งน้ำดื่ม หรืออาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย

อาการ

อาการของโรคจะเกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยได้รับเชื้อประมาณ 1-3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะฟักตัวของเชื้อประมาณ 7-14 วัน โดยอาการของโรคมีดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • ท้องผูกหรือท้องเสีย
  • ไข้สูง
  • ง่วงซึม
  • เบื่ออาหาร
  • ตับ ม้ามโต
  • มีจุดแดงบริเวณหน้าอก
  • แน่นหน้าอก
  • ปวดท้อง
  • เหนื่อยล้า
  • หนาวสั่น
  • ปวด และไม่มีแรง

การวินิจฉัย

วินิจฉัยโดยการตรวจร่างกาย เพื่อหาอาการของโรค ทั้งนี้ต้องดูประวัติการใช้ยา ประวัติการเป็นโรค ประวัติการเดินทางของผู้ป่วยด้วย เพื่อประเมินการติดเชื้อ

ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count; CBC) หากเป็นโรคจะมีค่านี้ขึ้นสูง โดยปริมาณเม็ดเลือดขาว (WBC) จะสูง

  • การเพาะเชื้อ จะนำเลือดมาเพาะหาเชื่อแบคทีเรีย โดยจะทำตั้งแต่ช่วงแรกของการเริ่มเป็นโรค
  • การทดสอบด้วยวิธีอีไลซา (ELISA) เป็นการวินิจฉัยโรคโดยนำปัสสาวะผู้ป่วยมาตรวจสอบ เพื่อดูแบคทีเรียที่ก่อโรค
  • การตรวจโดยการใช้แอนติบอดี (Fluorescent antibody) วิธีนี้จะใช้สารใดก็ได้ที่มีความจำเพาะเจาะจงกับแบคทีเรียชนิดนี้มาทดสอบ
  • ปริมาณเกล็ดเลือด ผู้ป่วยจะมีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำ
  • การเพาะเชื้อโดยใช้อุจจาระ เพื่อเป็นการตรวจหาเชื้อในอุจจาระ

การรักษา

ใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น  ciprofloxacin หรือ ceftriaxone แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งเชื้อมีการดื้อต่อยาดังนั้นจึงต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง และควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

โรคแทรกซ้อน

  • ไตวาย
  • เลือดออกในทางเดินอาหารอย่างรุนแรง
  • ลำไส้ทะลุ
  • เยื่อบุช่องท้องอักเสบ

การป้องกัน

  • รักษาความสะอาดและรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • เตรียมอาหารด้วยวิธีที่ถูกสุขอนามัย
  • รับประทานอาหารที่ร้อนและปรุงสุกใหม่ๆ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานผักหรือผลไม้ดิบ และดื่มน้ำที่สะอาด
  • รักษาความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องครัว
  • หากต้องเดินทางไปในที่ที่มีความเสี่ยงของโรคควรรับวัคซีนก่อนที่จะเดินทาง

 


ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
การส่งอุจจาระตรวจเพาะเชื้อจะส่งตรวจเมื่อไหร่และทำไมต้องส่งตรวจ
การส่งอุจจาระตรวจเพาะเชื้อจะส่งตรวจเมื่อไหร่และทำไมต้องส่งตรวจ

การส่งตรวจที่ทำกันทั่วไปและไม่เจ็บตัวนี้ใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคของทางเดินอาหาร