ความรู้สุขภาพ

Direct LDL-c คอเลสเตอรอลตัวร้าย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 687013434 %281%29

Direct LDL-c คอเลสเตอรอลตัวร้าย

วัตถุประสงค์

            เพื่อจะทราบว่า ค่า LDL-c หรือคอเลสเตอรอลชนิด "ตัวร้าย" (หรือตัวที่อยู่บนพาหะชนิดไม่ดี) นั้นว่ามีค่ามาก / น้อยเพียงใด

            คำว่า Direct LDL-c นั้น หมายถึง เป็นคำแนะนำบอกกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์เลือดว่าให้ตรวจหาค่าจาก LDL โดยตรงมีให้ใช้วิธีที่ได้ผลมาจากการคำนวณด้วยคอเลสเตอรอลตัวอื่น

คำอธิบายอย่างสรุป

            1. โดยธรรมดาห้องปฏิบัติการตรวจสอบวิเคราะห์เลือดมักจะหาค่า Total cholesterol (TC) , high density lipoprotein (HDL) และ triglyceride ด้วยวิธีการวิเคราะห์ให้ได้ค่ามาโดยตรงจากข้อมูลในน้ำเลือด

แต่ส่วนค่า low density lipoprotein หรือ LDL งานห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีคำนวณโดยอาศัยสูตรเนื่องจากสะดวกประหยัดและรวดเร็ว

                        สูตรระบุว่า         TC        =          HDL + LDL + 20 % TG

                        ดังนั้น                LDL     =          TC - HDL - 20 % TG

            โดยเหตุนี้ LDL ที่คำนวณได้จึงถือว่าเป็น LDL (calculated) หรือ LDL ทั่วไปเนื่องด้วยจำเป็นต้องพึ่งพิงอาศัยจากข้อมูลตัวอื่น

            สรุปว่า LDL ทั่วไป ไม่ใช่ Direct LDL อันเป็นค่าที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลเลือดโดยตรง

            2. ค่า LDL. เฉยเฉยที่ตรวจได้และเป็นรายงานจากคลินิกหรือสถานพยาบาลโดยทั่วไปจึงควรสันนิษฐานไว้ก่อนเสมอว่าเป็น LDL ที่ได้จากการคำนวณที่เรียกว่าเป็น LDL (calculated) หรือ LDL (calc.)

            3. ดร. เต วาย วัง( Teh Y. Wang, Ph.D.) และคณะผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์เลือกได้รายงานยืนยันความถูกต้องว่า LDL(calc.) กับ Direct LDL จะมีค่าเท่ากันหรือไม่แตกต่างกันมากเกินปกตินักก็ต่อเมื่ออยู่ในเงื่อนไขว่า triglyceride จะต้องไม่สูงเกินกว่า 400 mg/dL หรือไม่ต่ำกว่า 50 mg/dL

            ฉะนั้นหากพบค่า LDL ในใบรายงานผลเลือดโดยไม่ได้ระบุว่าเป็น Direct LDL ก็ควรเหลือบสายตาสำรวจดูว่า triglyceride ในการตรวจคราวเดียวกันนั้นว่ามีค่าต่ำกว่า 50 mg/dL หรือมีค่าสูงเกินกว่า 400 mg/dL หรือไม่

            หากอยู่ในระหว่างเกณฑ์ ก็ถือว่า LDL พอจะน่าเชื่อถือได้บ้าง

            หาก triglyceride ไม่อยู่ในเกณฑ์ก็สมควรร้องขอให้คลินิกหรือสถานพยาบาลเจาะเลือดให้ใหม่โดยระบุชัดว่าต้องการตรวจหาค่า Direct LDL

            เพื่อให้ทราบค่าที่ถูกต้องตรงกับความจริง

            กรณีตัวอย่าง ดร. เต วาย วัง ได้แสดงตัวเลขจริงจากผู้ป่วยชายหนึ่งในไต้หวันซึ่งตรวจค่าผลเลือดชั้นต้นพบว่า

                                    TC                    =         262 mg/dL

                                    HDL                 =         79 mg/dL

                                    TG                   =          55 mg/dL

            สิ่งที่ต้องการทราบคือค่า LDL (โปรดสังเกตว่า TG มีค่ามากกว่า 50 mg/dL ตามเงื่อนไขแต่ก็มากกว่านิดเดียว)

            วิธีการคำนวณหาLDL (calc.)

สูตร           

             

            นั่นคือ LDL ทั่วไปหรือ LDL (calc.) จะมีค่าเท่ากับ 172 md/dL

            แต่เมื่อ ดร. วัง ได้วิเคราะห์ LDL จากเลือดโดยตรงของผู้ป่วยรายนี้หรือที่เรียกว่า Direct LDL กลับปรากฏว่ามีค่าเพียง 126 mg/dL

            ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าค่า LDL โดยทั่วไปที่ได้จากการคำนวณอาจจะมีการเบี่ยงเบนผิดไปมากจากค่าแท้จริงที่หาได้โดยการวิเคราะห์จากน้ำเลือดโดยตรงจนได้ค่าที่เรียกว่า Direct LDL

            สรุปว่า หากสถานพยาบาลใดหรือคลีนิกใดมีขีดความสามารถที่จะหาค่า Direct LDL ได้ก็สมควรระบุให้แน่ชัดดีกว่าไม่ระบุเพราะอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าเป็นค่า LDL เฉยเฉยซึ่งได้มาจากการคำนวณ

            4. หลักเกณฑ์และวิธีการลดค่า LDL ลงซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของผู้รักสุขภาพทั้งหลายนั้น ผมใคร่จะเสนอแนวทางตามคำแนะนำของท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ฮาร์วีย์ บี ไซมอน (Harvey B. Simon, M.D.) แห่งโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุปเกี่ยวกับการลดLDL ไว้ดังนี้

ก. รู้จักเลือกอาหารกล่าวคือ

                        1) รู้จักว่าอาหารชนิดใดมีค่าคอเลสเตอรอลสูงอยู่ในตัวมันเองก็ควรหลีกเลี่ยง หรือบริโภคแต่พอสมควรเช่นปลาหมึก ไข่ กุ้ง หอย

                        2) หลีกเลี่ยงไขมันชนิดอิ่มตัวซึ่งมีเปอร์เซ็นต์มากใน 1) เนื้อสัตว์ (แม้แต่ไขมันที่แทรกในเนื้อสเต๊ก เนื้อแดง) 2) ในนมและเนย 3) ในน้ำมันปาล์มและ 4) ในน้ำมันมะพร้าวหรือกะทิ

LDL และ HDL ทั้งนี้ย่อมหมายรวมถึงค่า TC ก็จะสูงขึ้นด้วย

                        3) งดเว้นอาหารที่มีไขมันชนิดทรานส์ (trans fat) ได้แก่ เนยเทียม (margarine) และบรรดาผงฟูใส่ขนมฝรั่งทุกชนิด

ไขมันประเภทนี้ จะเพิ่มค่า LDL และลดค่า HDL อย่างน่าตกใจ

                        4) หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการปรุงทำให้เกิดไขมันทรานส์ได้แก่บรรดาอาหารในร้าน "fast foods" ชื่อฝรั่งทั้งหลาย

                        5) ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารเส้นใย (fiber) ให้มากในแต่ละมื้อและแต่ละวันอาหารเส้นใยก็คืออาหารที่มีจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากสัตว์ เช่นผัก ผลไม้ทุกชนิด

ข. แบ่งเวลาให้ตนเองในการออกกำลังกายควรเลือกชนิดที่เหนื่อยและต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาทีวิธีการนี้จะรถทั้ง LDL และเพิ่มHDL ไปด้วยพร้อมๆกัน

ค. ลดน้ำหนักตัวเอง

ง. หากสูบบุหรี่ต้องเลิก (ไม่ใช่หมดชั่วคราว)

จ. กินยาในกรณี LDL สูงมากจนน่าวิตก

            ผมคิดว่าหากปฏิบัติในข้อ ก.-ง. ได้อย่างจริงจังก็ควรจะเห็นผลไม่จำเป็นต้องหลุดลงมาถึงข้อ จ.

            5. แม้ว่าค่า LDL จะค่อนข้างแกว่งตัววูบวาบ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีความสัมพันธ์กับค่าอื่นคือ TC, HDL และ TG เนื่องจากLDL นั้นต้องอยู่ในกรอบหรือขอบเขตของสูตร

TC = HDL + LDL + 20 % TG

            โดยเหตุนี้ท่านผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจึงได้พิจารณาใช้อัตราส่วนระหว่าง LDL ต่อ  HDL ก็คล้ายคลึงกับอัตราส่วน TC ต่อ HDL ที่เคยกล่าวถึงมาแล้ว

            ตารางแสดงอัตราส่วน LDL : HDL แสดงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

ค่าความเสี่ยง

อัตราส่วน LDL : HDL (หรือ LDL : HDL)

ชาย

หญิง

ครึ่งของอัตราเฉลี่ย

อัตราเฉลี่ย

สองเท่าของอัตราเฉลี่ย

สามเท่าของอัตราเฉลี่ย

1

3.6

6.3

8.0

1.5

3.2

5.0

6.1

ผมมีข้อสังเกต ให้ท่าผู้อ่านร่วมพิจารณาในประเด็นสำคัญ 2 ประการ กล่าวคือ

            1. การตรวจสอบอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ (CHD) โดยใช้อัตราส่วน TC : HDL และ LDL : HDL นั้น เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ท่านผู้อ่านสามารถคำนวณได้เอง เพียงแต่ให้ความสนใจในการเก็บรักษา และรู้จักอ่านค่าต่างๆ ในใบรายงานแสดงผลเลือดแต่ละครั้ง เรียกว่า เอาใจใส่ต่อสุขภาพของตนเอง ให้มากขึ้นเท่านั้น

            2. ตัวเลขแสดงค่าความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (CHD) ที่ท่านผู้อ่านสามารถคำนวณได้เอง ซึ่งเป็นค่าที่อาจจะสูงหรือต่ำเพียงใดก็ตาม

            โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่า มิใช่เป็นข้อวินิจฉัยชี้ขาดสุดท้าย แต่เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้ประโยชน์เพื่อการเฝ้าระวัง (monitoring) สำหรับตัวท่านเอง

            ในกรณี หากปรากฏพบตัวเลขใดที่ผิดปกติ ท่าก็จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยตามขั้นตอนต่อไป

ค่าปกติของ Direct LDL-c

            1. ให้ยึดตามค่าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

            2. ค่าปกติเท่าไป

การจัดค่า                                                                        Direct LDL-c (mg/dL)

                                                            ชาย                                                                   หญิง

ปกติ                                                      < 100                                                                < 110

เกือบดี                                                   100 -129                                                      110 – 129

เข้าเขตสูง                                               130 – 159                                                           ≥ 130

สูง                                                        160- 189                                                          

สูงมาก                                                  ≥ 190

            3. หากมีการตรวจหาค่า LDL ด้วย

                        ค่าปกติ VLDL (ชาย/หญิง)  :  7  -  32  mg/dL

ค่าผิดปกติ

1. ในทางน้อย อาจแสดงผลว่า

                        ก. อาจมีเหตุมาจากพันธุกรรม

                        ข. อาจเกิดสภาวะ ร่างกายมีโปรตีนต่ำ (hypoproteinemia) ซึ่งอาจเกิดจากการดูดซึมอาหารของลำไส้ได้น้อยกว่าปกติ หรืออาจเกิดบาดแผลจากไฟลวกอย่างร้ายแรง หรือบริโภคอาหารที่มีโปรตีนต่ำเกินไป

                        ค. อาจเกิดสภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ทำให้เกิดการแยกสลาย (catabolism) LDL และ VLDL มากเกินไป เป็นผลให้ลดจำนวน LDL ในกระแสเลือดลง

2. ในทางมาก อาจแสดงผลว่า

                        ก. อาจมีเหตุมาจากพันธุกรรม

                        ข. อาจเกิดจากไตทำงานผิดปกติ โดยปล่อยทิ้งสารอาหารโปรตีนเกนปกติทางปัสสาวะ จึงมีผลไปกระตุ้นตับให้เร่งผลิต LDL ให้มีขึ้นมากกว่าปกติ

                        ค. อาจเกิดโรค “von Giek disease” ซึ่งเกิดจากปัญหาที่ร่างกายมีเอนไซม์จากโปรตีนต่ำ ทำให้สลายไกลโคเจน (glycogen) อันเป็นน้ำตาลที่สะสมออกมาใช้งานไม่ได้ เป็นเหตุให้ตับต้องผลิต VLDL และ LDL เพิ่มจำนวนออกมาช่วย

                        ง. อาจดื่มแอลกอฮอลล์มากเกินไป

                        จ. อาจเกิดโรคตับเรื้อรัง ทำให้ตับทำลาย LDL ด้วยประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

            หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่