Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

Direct LDL-c คอเลสเตอรอลตัวร้าย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,432,997 คน

Direct LDL-c คอเลสเตอรอลตัวร้าย

วัตถุประสงค์

เพื่อจะทราบว่า ค่า LDL-c หรือคอเลสเตอรอลชนิด "ตัวร้าย" (หรือตัวที่อยู่บนพาหะชนิดไม่ดี) นั้นว่ามีค่ามาก / น้อยเพียงใด

คำว่า Direct LDL-c นั้น หมายถึง เป็นคำแนะนำบอกกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์เลือดว่าให้ตรวจหาค่าจาก LDL โดยตรงมีให้ใช้วิธีที่ได้ผลมาจากการคำนวณด้วยคอเลสเตอรอลตัวอื่น

คำอธิบายอย่างสรุป

1. โดยธรรมดาห้องปฏิบัติการตรวจสอบวิเคราะห์เลือดมักจะหาค่า Total cholesterol (TC) , high density lipoprotein (HDL) และ triglyceride ด้วยวิธีการวิเคราะห์ให้ได้ค่ามาโดยตรงจากข้อมูลในน้ำเลือด

แต่ส่วนค่า low density lipoprotein หรือ LDL งานห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีคำนวณโดยอาศัยสูตรเนื่องจากสะดวกประหยัดและรวดเร็ว

                        สูตรระบุว่า         TC        =          HDL + LDL + 20 % TG

                        ดังนั้น                LDL     =          TC - HDL - 20 % TG

โดยเหตุนี้ LDL ที่คำนวณได้จึงถือว่าเป็น LDL (calculated) หรือ LDL ทั่วไปเนื่องด้วยจำเป็นต้องพึ่งพิงอาศัยจากข้อมูลตัวอื่น

สรุปว่า LDL ทั่วไป ไม่ใช่ Direct LDL อันเป็นค่าที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลเลือดโดยตรง

2. ค่า LDL. เฉยเฉยที่ตรวจได้และเป็นรายงานจากคลินิกหรือสถานพยาบาลโดยทั่วไปจึงควรสันนิษฐานไว้ก่อนเสมอว่าเป็น LDL ที่ได้จากการคำนวณที่เรียกว่าเป็น LDL (calculated) หรือ LDL (calc.)

3. ดร. เต วาย วัง( Teh Y. Wang, Ph.D.) และคณะผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์เลือกได้รายงานยืนยันความถูกต้องว่า LDL(calc.) กับ Direct LDL จะมีค่าเท่ากันหรือไม่แตกต่างกันมากเกินปกตินักก็ต่อเมื่ออยู่ในเงื่อนไขว่า triglyceride จะต้องไม่สูงเกินกว่า 400 mg/dL หรือไม่ต่ำกว่า 50 mg/dL

ฉะนั้นหากพบค่า LDL ในใบรายงานผลเลือดโดยไม่ได้ระบุว่าเป็น Direct LDL ก็ควรเหลือบสายตาสำรวจดูว่า triglyceride ในการตรวจคราวเดียวกันนั้นว่ามีค่าต่ำกว่า 50 mg/dL หรือมีค่าสูงเกินกว่า 400 mg/dL หรือไม่

หากอยู่ในระหว่างเกณฑ์ ก็ถือว่า LDL พอจะน่าเชื่อถือได้บ้าง

หาก triglyceride ไม่อยู่ในเกณฑ์ก็สมควรร้องขอให้คลินิกหรือสถานพยาบาลเจาะเลือดให้ใหม่โดยระบุชัดว่าต้องการตรวจหาค่า Direct LDL

เพื่อให้ทราบค่าที่ถูกต้องตรงกับความจริง

กรณีตัวอย่าง ดร. เต วาย วัง ได้แสดงตัวเลขจริงจากผู้ป่วยชายหนึ่งในไต้หวันซึ่งตรวจค่าผลเลือดชั้นต้นพบว่า

                                    TC                    =         262 mg/dL

                                    HDL                 =         79 mg/dL

                                    TG                   =          55 mg/dL

สิ่งที่ต้องการทราบคือค่า LDL (โปรดสังเกตว่า TG มีค่ามากกว่า 50 mg/dL ตามเงื่อนไขแต่ก็มากกว่านิดเดียว)

วิธีการคำนวณหาLDL (calc.)

สูตร           

             

นั่นคือ LDL ทั่วไปหรือ LDL (calc.) จะมีค่าเท่ากับ 172 md/dL

แต่เมื่อ ดร. วัง ได้วิเคราะห์ LDL จากเลือดโดยตรงของผู้ป่วยรายนี้หรือที่เรียกว่า Direct LDL กลับปรากฏว่ามีค่าเพียง 126 mg/dL

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าค่า LDL โดยทั่วไปที่ได้จากการคำนวณอาจจะมีการเบี่ยงเบนผิดไปมากจากค่าแท้จริงที่หาได้โดยการวิเคราะห์จากน้ำเลือดโดยตรงจนได้ค่าที่เรียกว่า Direct LDL

สรุปว่า หากสถานพยาบาลใดหรือคลีนิกใดมีขีดความสามารถที่จะหาค่า Direct LDL ได้ก็สมควรระบุให้แน่ชัดดีกว่าไม่ระบุเพราะอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าเป็นค่า LDL เฉยเฉยซึ่งได้มาจากการคำนวณ

4. หลักเกณฑ์และวิธีการลดค่า LDL ลงซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของผู้รักสุขภาพทั้งหลายนั้น ผมใคร่จะเสนอแนวทางตามคำแนะนำของท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ฮาร์วีย์ บี ไซมอน (Harvey B. Simon, M.D.) แห่งโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุปเกี่ยวกับการลดLDL ไว้ดังนี้

ก. รู้จักเลือกอาหารกล่าวคือ

  1. รู้จักว่าอาหารชนิดใดมีค่าคอเลสเตอรอลสูงอยู่ในตัวมันเองก็ควรหลีกเลี่ยง หรือบริโภคแต่พอสมควรเช่นปลาหมึก ไข่ กุ้ง หอย
  2. หลีกเลี่ยงไขมันชนิดอิ่มตัวซึ่งมีเปอร์เซ็นต์มากใน
    • เนื้อสัตว์ (แม้แต่ไขมันที่แทรกในเนื้อสเต๊ก เนื้อแดง)
    • ในนมและเนย
    • ในน้ำมันปาล์มและ
    • ในน้ำมันมะพร้าวหรือกะทิ
  3. LDL และ HDL ทั้งนี้ย่อมหมายรวมถึงค่า TC ก็จะสูงขึ้นด้วย
    งดเว้นอาหารที่มีไขมันชนิดทรานส์ (trans fat) ได้แก่ เนยเทียม (margarine) และบรรดาผงฟูใส่ขนมฝรั่งทุกชนิด ไขมันประเภทนี้ จะเพิ่มค่า LDL และลดค่า HDL อย่างน่าตกใจ
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการปรุงทำให้เกิดไขมันทรานส์ได้แก่บรรดาอาหารในร้าน "fast foods" ชื่อฝรั่งทั้งหลาย
  5. ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารเส้นใย (fiber) ให้มากในแต่ละมื้อและแต่ละวันอาหารเส้นใยก็คืออาหารที่มีจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากสัตว์ เช่นผัก ผลไม้ทุกชนิด

ข. แบ่งเวลาให้ตนเองในการออกกำลังกายควรเลือกชนิดที่เหนื่อยและต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาทีวิธีการนี้จะรถทั้ง LDL และเพิ่มHDL ไปด้วยพร้อมๆกัน

ค. ลดน้ำหนักตัวเอง

ง. หากสูบบุหรี่ต้องเลิก (ไม่ใช่หมดชั่วคราว)

จ. กินยาในกรณี LDL สูงมากจนน่าวิตก

ผมคิดว่าหากปฏิบัติในข้อ ก.-ง. ได้อย่างจริงจังก็ควรจะเห็นผลไม่จำเป็นต้องหลุดลงมาถึงข้อ จ.

5. แม้ว่าค่า LDL จะค่อนข้างแกว่งตัววูบวาบ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีความสัมพันธ์กับค่าอื่นคือ TC, HDL และ TG เนื่องจากLDL นั้นต้องอยู่ในกรอบหรือขอบเขตของสูตร

TC = HDL + LDL + 20 % TG

 โดยเหตุนี้ท่านผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจึงได้พิจารณาใช้อัตราส่วนระหว่าง LDL ต่อ  HDL ก็คล้ายคลึงกับอัตราส่วน TC ต่อ HDL ที่เคยกล่าวถึงมาแล้ว

ตารางแสดงอัตราส่วน LDL : HDL แสดงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

ค่าความเสี่ยง

อัตราส่วน LDL : HDL (หรือ LDL : HDL)

ชาย

หญิง

ครึ่งของอัตราเฉลี่ย

อัตราเฉลี่ย

สองเท่าของอัตราเฉลี่ย

สามเท่าของอัตราเฉลี่ย

1

3.6

6.3

8.0

1.5

3.2

5.0

6.1

ผมมีข้อสังเกต ให้ท่าผู้อ่านร่วมพิจารณาในประเด็นสำคัญ 2 ประการ กล่าวคือ

  1. การตรวจสอบอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ (CHD) โดยใช้อัตราส่วน TC : HDL และ LDL : HDL นั้น เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ท่านผู้อ่านสามารถคำนวณได้เอง เพียงแต่ให้ความสนใจในการเก็บรักษา และรู้จักอ่านค่าต่างๆ ในใบรายงานแสดงผลเลือดแต่ละครั้ง เรียกว่า เอาใจใส่ต่อสุขภาพของตนเอง ให้มากขึ้นเท่านั้น
  2. ตัวเลขแสดงค่าความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (CHD) ที่ท่านผู้อ่านสามารถคำนวณได้เอง ซึ่งเป็นค่าที่อาจจะสูงหรือต่ำเพียงใดก็ตาม

โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่า มิใช่เป็นข้อวินิจฉัยชี้ขาดสุดท้าย แต่เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้ประโยชน์เพื่อการเฝ้าระวัง (monitoring) สำหรับตัวท่านเอง

ในกรณี หากปรากฏพบตัวเลขใดที่ผิดปกติ ท่าก็จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยตามขั้นตอนต่อไป

ค่าปกติของ Direct LDL-c

            1. ให้ยึดตามค่าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

            2. ค่าปกติเท่าไป

การจัดค่า                                                                        Direct LDL-c (mg/dL)

                                                            ชาย                                                                   หญิง

ปกติ                                                      < 100                                                                < 110

เกือบดี                                                   100 -129                                                      110 – 129

เข้าเขตสูง                                               130 – 159                                                           ≥ 130

สูง                                                        160- 189                                                          

สูงมาก                                                  ≥ 190

            3. หากมีการตรวจหาค่า LDL ด้วย

                        ค่าปกติ VLDL (ชาย/หญิง)  :  7  -  32  mg/dL

ค่าผิดปกติ

1. ในทางน้อย อาจแสดงผลว่า

  • อาจมีเหตุมาจากพันธุกรรม
  • อาจเกิดสภาวะ ร่างกายมีโปรตีนต่ำ (hypoproteinemia) ซึ่งอาจเกิดจากการดูดซึมอาหารของลำไส้ได้น้อยกว่าปกติ หรืออาจเกิดบาดแผลจากไฟลวกอย่างร้ายแรง หรือบริโภคอาหารที่มีโปรตีนต่ำเกินไป
  • อาจเกิดสภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ทำให้เกิดการแยกสลาย (catabolism) LDL และ VLDL มากเกินไป เป็นผลให้ลดจำนวน LDL ในกระแสเลือดลง

2. ในทางมาก อาจแสดงผลว่า

  • อาจมีเหตุมาจากพันธุกรรม
  • อาจเกิดจากไตทำงานผิดปกติ โดยปล่อยทิ้งสารอาหารโปรตีนเกนปกติทางปัสสาวะ จึงมีผลไปกระตุ้นตับให้เร่งผลิต LDL ให้มีขึ้นมากกว่าปกติ
  • อาจเกิดโรค “von Giek disease” ซึ่งเกิดจากปัญหาที่ร่างกายมีเอนไซม์จากโปรตีนต่ำ ทำให้สลายไกลโคเจน (glycogen) อันเป็นน้ำตาลที่สะสมออกมาใช้งานไม่ได้ เป็นเหตุให้ตับต้องผลิต VLDL และ LDL เพิ่มจำนวนออกมาช่วย
  • อาจดื่มแอลกอฮอลล์มากเกินไป
  • อาจเกิดโรคตับเรื้อรัง ทำให้ตับทำลาย LDL ด้วยประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ประโยชน์ผักโขม ไอเดียการกินการใช้ผักโขมเพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง
ประโยชน์ผักโขม ไอเดียการกินการใช้ผักโขมเพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

ผักขม หรือ ผักโขม ผักใบเขียวที่ไม่ขมเหมือนเหมือนชื่อ แถมยังมากด้วยคุณประโยชน์ รวมถึงมีวิธีการใช้และการกินมาแนะนำกันด้วย

ดูในแอป