กายภาพบำบัด

แนวทางใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าของนักกายภาพบำบัด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Therapist m

1. E-Stim ที่ใช้ในการทำกายภาพบำบัด

การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเป็นแนวทางการรักษาอย่างหนึ่งในการทำกายภาพบำบัดอย่างครอบคลุม การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าหรือที่เรียกกันว่า E-stim นั้นมีหลายชนิด การกระตุ้นชนิดต่าง ๆ ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไปในแผนการทำกายภาพบำบัด

หากคุณมีปัญหาในการเคลื่อนไหวหลังจากการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วย คุณอาจได้รับประโยชน์จากการทำกายภาพบำบัดเพื่อให้กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติอีกครั้ง นักกายภาพบำบัดของคุณอาจเลือกใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นหรือรู้สึกดีขึ้น

นี่เป็นบางตัวอย่างของการใช้การกระตุ้นไฟฟ้าของนักกายภาพบำบัด หากคุณมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าที่นักกายภาพบำบัดของคุณใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการแล้ว คุณจะไม่ลังเลใจที่จะสละเวลามาทำกายภาพบำบัดเลย

สิ่งแรก: การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด

2. TENS เพื่อควบคุมอาการปวดเรื้อรังและฉับพลัน

(นักกายภาพบำบัดอาจใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากับกล้ามเนื้อและเส้นประสาทของคุณเพื่อช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น)

การกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทด้วยไฟฟ้าผ่านทางผิวหนัง (Transcutaneous electrical neuromuscular stimulation หรือ TENS) เป็นรูปแบบหนึ่งที่นักกายภาพบำบัดใช้เพื่อควบคุมอาการปวด กระแสไฟฟ้าจะกระตุ้นปลายประสาทในผิวหนังซึ่งส่งต่อสัญญาณของความเจ็บปวดไปยังสมอง สัญญาณเหล่านี้สามารถถูกขัดขวางเพื่อช่วยลดอาการเจ็บปวดที่คุณรู้สึกได้

คำเตือน: TENS เป็นการรักษาแบบ passive therapy (หมายเหตุผู้แปล: การรักษาที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยตรง เช่น ด้วยความร้อน การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เป็นต้น โดยไม่ได้ออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ) และการทำกายภาพบำบัดที่ได้ผลดีคือใช้การออกกำลังกายเป็นหลัก คุณต้องแน่ใจว่าคุณใช้ TENS เป็นเพียงการควบคุมอาการปวดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำกายภาพบำบัดที่ต้องออกกำลังกายด้วย

3. NMES เพื่อให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น

การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าสามารถใช้เพื่อทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น

นักกายภาพบำบัดของคุณอาจใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อช่วยให้การหดตัวของกล้ามเนื้อของคุณดีขึ้น นี่อาจมีความสำคัญโดยเฉพาะหลังการผ่าตัด การบาดเจ็บ หรือการไม่ได้เคลื่อนไหวนานๆ

Russian Stimulation หรือการกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (neuromuscular electrical stimulation-NMES) มักถูกใช้เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณกลับมาหดตัวได้ดีอีกครั้ง ในการทำ NMES นักกายภาพบำบัดจะติดขั้วไฟฟ้าที่บริเวณกล้ามเนื้อที่หดตัวได้ไม่ดี จากนั้นจะกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าเพื่อทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ในช่วงที่กระแสไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อของคุณ คุณอาจออกแรงร่วมกับการกระตุ้นเพื่อช่วยให้มีการรวมตัวกันของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทของกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บได้ดีขึ้น

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในด้านการกระตุ้น เช่น Bioness ใช้ functional NMES ซึ่งจะมีสวิตช์เล็ก ๆ เพิ่มเข้ามาในวงจรซึ่งสามารถเปิดและปิดได้ในขณะที่มีการใช้งานกล้ามเนื้อ เช่น การเดินหรือเอื้อมหยิบของ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้งานกล้ามเนื้อได้ด้วยตนเองหลังจากเป็นอัมพาต หรือมีอาการบาดเจ็บที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือฝ่อลีบ

4. E-stim สำหรับการควบคุมการกลั้นปัสสาวะ

นักกายภาพบำบัดสามารถช่วยคุณได้หากคุณมีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะ

หากคุณมีปัญหาเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่ได้ นักกายภาพบำบัดอาจใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อทำให้คุณใช้กล้ามเนื้อที่ช่วยให้กลั้นปัสสาวะไว้ได้ นักกายภาพบำบัดอาจใช้การกระตุ้นกระแสไฟฟ้าเป็นการรักษาแบบ biofeedback คือการใช้กระแสไฟฟ้าตรวจดูการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อดูว่าคุณใช้กล้ามเนื้อได้เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งอาจตรวจได้ยากด้วยตาเปล่าหรือด้วยนิ้วมือเนื่องจากตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่าย

5. การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าเพื่อลดจุดกดเจ็บ (trigger points)

นักกายภาพบำบัดอาจจัดการกับจุดกดเจ็บของคุณด้วยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า

หากคุณรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหดเกร็งและมีจุดกดเจ็บ นักกายภาพบำบัดอาจใช้การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้ากระแสสลับ interferential current เพื่อทำให้อาการของคุณลดลง กระแสไฟฟ้าสามารถทำให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัว และช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อนั้นได้

จำไว้ว่าการยืดกล้ามเนื้อหลังจากการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ามีความจำเป็นเพื่อช่วยให้ไม่เกิดจุดกดเจ็บ และงานวิจัยส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าแม้กระแสไฟฟ้าอาจลดอาการของคุณได้ แต่จุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อของคุณอาจยังคงอยู่

6. การให้ยาร่วมกับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า

นักกายภาพบำบัดอาจใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าที่เรียกว่า iontophoresis เพื่อให้ยา

Iontophoresis เป็นรูปแบบหนึ่งของการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าที่นักกายภาพบำบัดของคุณใช้เพื่อให้ยา กระแสไฟฟ้าจะนำยาเข้าทางผิวหนังและเข้าสู่เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บของคุณ

Iontophoresis มักใช้ในการให้ยาต้านการอักเสบ เช่น dexamethasone และยังอาจใช้ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือสลายแคลเซียมที่อาจสะสมในกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นอีกด้วย

7. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อรักษาบาดแผล

นักกายภาพบำบัดอาจใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อรักษาแผลของคุณ

นักกายภาพบำบัดบางคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาแผล และพวกเขาอาจใช้การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าเพื่อช่วยให้แผลหายดีขึ้น การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์สูงแสดงให้เห็นว่ามีประโยชน์ต่อแผลที่จัดการได้ยากและไม่หายดีตามปกติ กระแสไฟฟ้าช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ขอบแผลเพื่อช่วยให้แผลหาย

นักกายภาพบำบัดเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการขยับเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งสามารถจัดการออกกำลังกายและการรักษาที่บ้านเพื่อช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและรู้สึกดีขึ้น ในบางครั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือและรักษา เช่น การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าอาจใช้เพื่อช่วยในการออกกำลังกายจากการทำกายภาพบำบัดของคุณ หากได้เรียนรู้การใช้การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าในแนวทางต่าง ๆ แล้ว คุณก็จะไม่รู้สึกประหลาดใจที่นักกายภาพบำบัดนำกระแสไฟฟ้ามาใช้ในการทำกายภาพบำบัดของคุณอีกต่อไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ