มะเร็งและโรคร้าย

ไข้หวัดธรรมดา vs ไข้หวัดใหญ่ vs ไข้เลือดออก... 3 โรคนี้ แตกต่างกันอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 18, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 962,499 คน

ไข้หวัดธรรมดา vs ไข้หวัดใหญ่ vs ไข้เลือดออก... 3 โรคนี้ แตกต่างกันอย่างไร?

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 18/02/2562

รู้หรือไม่...อาการป่วยคล้ายๆ กัน อาจมีสาเหตุมาจากโรคที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเราสามารถแยกโรคเบื้องต้นได้ ย่อมรักษาได้เร็วกว่าและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ดีกว่า อย่างนั้นมาดูกันว่า 3 โรคฮิตที่คนส่วนใหญ่มักแยกอาการไม่ค่อยออกอย่าง ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร หากป่วยขึ้นมาจะแยกโรคเหล่านี้ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

โรคไข้หวัดธรรมดา (Common cold)

สาเหตุของโรคเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น Rhinovirus (ประมาณ 50%) Coronavirus (10-15%) และไวรัสอื่นๆ โดยทั่วไปโรคไข้หวัดธรรมดาจะก่อให้เกิดอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก มีน้ำมูกไหล จาม อาจมีไข้ต่ำๆ บางรายอาจมีอาการเจ็บคอและไอร่วมด้วยแต่ไม่รุนแรงนัก อาการเหล่านี้จะรบกวนชีวิตประจำวันเป็นระยะ และค่อยๆ หายไปเอง การรักษาทำได้โดยการดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้อาจรับประทานยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ เพื่อบรรเทาอาการได้ด้วย

โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu)

โรคไข้หวัดใหญ่นั้นเกิดจากเชื้อ Influenza virus โดยอาการที่รุนแรงมักเกิดจากสายพันธุ์ Influenza A และ B เป็นหลัก อาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะเกิดขึ้นรวดเร็ว ฉับพลัน และค่อนข้างรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยลักษณะเด่นคือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง (บางรายอาจจะไม่มีไข้ก็ได้) อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อยตามร่างกาย เจ็บคอ คออักเสบ ไอ จาม อาจคัดจมูกและมีน้ำมูกได้บ้าง บางรายอาจคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงร่วมด้วย การรักษาจำเป็นต้องรับประทานยาต้านไวรัส ร่วมกับยาที่ใช้รักษาตามอาการที่มี เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอล รวมถึงเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อาจอ่อนเพลียและหมดแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองโดยการนอนพักผ่อนและดื่มน้ำสะอาดมากๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น

โรคไข้เลือดออก (Dengue fever)

สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัส Dengue ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ อาการของไข้เลือดออกในระยะแรกจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ตัวร้อน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย บางรายอาจคลื่นไส้อาเจียนด้วย แต่ไข้เลือดออกจะมีลักษณะที่โดดเด่น คือมีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการมีเกล็ดเลือดต่ำ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การมีเลือดออกตามเยื่อบุอวัยวะ ทำให้ความดันโลหิตต่ำและช็อกได้ หลายคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกในระยะแรก อาจสับสนว่าเป็นอาการของไข้หวัดใหญ่ จึงเลือกรับประทานยาแอสไพริน หรือยากลุ่ม NSAIDs เพื่อลดไข้ และลดอาการอักเสบ ซึ่งเป็นทางเลือกที่อันตรายมาก เพราะยาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดอาการเลือดออกรุนแรงขึ้น การรักษาไข้เลือดออกในขั้นแรกคือการให้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) เพื่อระงับอาการ รวมถึงอาจต้องให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปด้วย

สรุปความแตกต่างของ ไข้หวัดธรรมดา vs ไข้หวัดใหญ่ vs ไข้เลือดออก

อ้างอิง:

Understanding the Common Cold -- the Basics (https://www.webmd.com/cold-and...), 15 February 2019

Key Facts About Influenza (Flu) (https://www.cdc.gov/flu/keyfac...), 15 February 2019

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่