มะเร็งและโรคร้าย

ไข้หวัดธรรมดา vs ไข้หวัดใหญ่ vs ไข้เลือดออก... 3 โรคนี้ แตกต่างกันอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,358,503 คน

ไข้หวัดธรรมดา vs ไข้หวัดใหญ่ vs ไข้เลือดออก... 3 โรคนี้ แตกต่างกันอย่างไร?

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 18/02/2562

รู้หรือไม่...อาการป่วยคล้ายๆ กัน อาจมีสาเหตุมาจากโรคที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเราสามารถแยกโรคเบื้องต้นได้ ย่อมรักษาได้เร็วกว่าและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ดีกว่า อย่างนั้นมาดูกันว่า 3 โรคฮิตที่คนส่วนใหญ่มักแยกอาการไม่ค่อยออกอย่าง อาการไข้หวัดธรรมดา อาการไข้หวัดใหญ่ และ อาการไข้เลือดออก นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร หากป่วยขึ้นมาจะแยกโรคเหล่านี้ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

โรคไข้หวัดธรรมดา (Common cold)

สาเหตุของโรคเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น Rhinovirus (ประมาณ 50%) Coronavirus (10-15%) และไวรัสอื่นๆ โดยทั่วไปโรคไข้หวัดธรรมดาจะก่อให้เกิดอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก มีน้ำมูกไหล จาม อาจมีไข้ต่ำๆ บางรายอาจมีอาการเจ็บคอและไอร่วมด้วยแต่ไม่รุนแรงนัก อาการเหล่านี้จะรบกวนชีวิตประจำวันเป็นระยะ และค่อยๆ หายไปเอง การรักษาทำได้โดยการดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้อาจรับประทานยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ เพื่อบรรเทาอาการได้ด้วย

โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu)

โรคไข้หวัดใหญ่นั้นเกิดจากเชื้อ Influenza virus โดยอาการที่รุนแรงมักเกิดจากสายพันธุ์ Influenza A และ B เป็นหลัก อาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะเกิดขึ้นรวดเร็ว ฉับพลัน และค่อนข้างรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยลักษณะเด่นคือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง (บางรายอาจจะไม่มีไข้ก็ได้) อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อยตามร่างกาย เจ็บคอ คออักเสบ ไอ จาม อาจคัดจมูกและมีน้ำมูกได้บ้าง บางรายอาจคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงร่วมด้วย การรักษาจำเป็นต้องรับประทานยาต้านไวรัส ร่วมกับยาที่ใช้รักษาตามอาการที่มี เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอล รวมถึงเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อาจอ่อนเพลียและหมดแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองโดยการนอนพักผ่อนและดื่มน้ำสะอาดมากๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือ สามารถฉีดวัคซีนป้องกันได้ สามารถดูแพ็คเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่นี่ 

โรคไข้เลือดออก (Dengue fever)

สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัส Dengue ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ อาการของไข้เลือดออกในระยะแรกจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ตัวร้อน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย บางรายอาจคลื่นไส้อาเจียนด้วย แต่ไข้เลือดออกจะมีลักษณะที่โดดเด่น คือมีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการมีเกล็ดเลือดต่ำ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การมีเลือดออกตามเยื่อบุอวัยวะ ทำให้ความดันโลหิตต่ำและช็อกได้ หลายคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกในระยะแรก อาจสับสนว่าเป็นอาการของไข้หวัดใหญ่ จึงเลือกรับประทานยาแอสไพริน หรือยากลุ่ม NSAIDs เพื่อลดไข้ และลดอาการอักเสบ ซึ่งเป็นทางเลือกที่อันตรายมาก เพราะยาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดอาการเลือดออกรุนแรงขึ้น การรักษาไข้เลือดออกในขั้นแรกคือการให้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) เพื่อระงับอาการ รวมถึงอาจต้องให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปด้วย

สรุปความแตกต่างของ ไข้หวัดธรรมดา vs ไข้หวัดใหญ่ vs ไข้เลือดออก

เปรียบเทียบราคาวัคซีน HPV 2019

ความแตกต่าง ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก
อาการไข้ไม่มี หรือมีไข้ต่ำๆ มีไข้สูง หรือในบางรายอาจไม่มีไข้ก็ได้ มีไข้สูง
ปวดศีรษะ พบได้แต่ไม่บ่อย
พบได้ปกติ พบได้ปกติ
อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย มีอาการเล็กน้อย
พบบ่อยและรุนแรง
พบบ่อยและรุนแรง
คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม พบได้บ่อย พบได้บ่อย
ไม่พบ
เจ็บคอ ไอพบได้บ่อย พบได้บ่อยและรุนแรง
ไม่พบ
คลื่นไส้ อาเจียน พบได้บ่อย
พบได้บางครั้ง
พบได้บางครั้ง
ท้องเสีย ไม่พบ
พบได้บางครั้ง พบได้บางครั้ง
มีจุดเลือดตามผิวหนัง ไม่พบ
ไม่พบ
พบได้บ่อย
สาเหตุของโรค ไวรัสหลายชนิด
Influenza virus
Dengue virus
การติดโรค / การติดต่อ รับเชื้อทางการหายใจและการกิน  โดยติดต่อได้จากสิ่งแวดล้อมและคนที่เป็นโรค
รับเชื้อทางการหายใจและการกิน  โดยติดต่อได้จากสิ่งแวดล้อม คน และสัตว์ ติดต่อจากยุงลายที่เป็นพาหะ
ภาวะแทรกซ้อน ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน หรือภาวะร่างกายขาดน้ำ มีเลือดออกมากในร่างกาย ความดันโลหิตต่ำ ช็อกหมดสติ
การดูแลรักษา พักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ
- รับประทานยาลดไข้ ยาแก้หวัด
- พักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ
รับประทานยาลดไข้และยาระงับอาการ
การป้องกัน ดูแลร่างกายให้แข็งแรง
มีวัคซีนป้องกันที่ต้องฉีดปีละครั้ง แต่ไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ทั้งหมด - มีวัคซีนป้องกันได้ประมาณ 65% โดยต้องฉีด 3 เข็ม  
- ระวังไม่ให้ยุงกัด


ข้อมูลอ้างอิง

Understanding the Common Cold -- the Basics (https://www.webmd.com/cold-and...), 15 February 2019

Key Facts About Influenza (Flu) (https://www.cdc.gov/flu/keyfac...), 15 February 2019

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่