ยา

รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 182249169 m

‘สุขภาพดี’ เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากมี แต่ทั้งที่สามารถสร้างเองได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่, หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม, ดื่มน้ำสะอาด วันละ 6-8 แก้ว, ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด, พักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง/วัน, ออกกำลังกายต่อเนื่องกัน 20-30 นาที อย่างน้อย 3-5 วัน/สัปดาห์ และรับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละครั้ง หลายคนฟังแล้วกลับเบ้ปากมองบน พร้อมบ่นว่า “ใครจะทำได้!” (ฮ่า)

คงเพราะคนเรามักจะมองหาวิธีง่าย ๆ เพื่อช่วยให้มีสุขภาพที่ดี และพร้อมที่จะทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อแลกมา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะยี่ห้อที่โฆษณาถึงสรรพคุณที่เกินจริง จึงได้รับความสนใจอยู่เสมอ

 

 

หลายท่านคงคุ้นหูหรือคุ้นตากับรายการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต, วิทยุชุมชน หรือโทรทัศน์ ที่มีการกล่าวอ้างว่าช่วยรักษาโรคได้หลากหลาย ทั้งมะเร็ง เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคเก๊าต์ ฯลฯ สรุปว่าครอบจักรวาลนั่นล่ะค่ะ อาจจะขาดแค่การรักษาเล็บขบเท่านั้น (ฮ่า)

 

ถ้าเห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อใด โฆษณาว่าสามารถรักษาโรคได้ อย่าไปหลงเชื่อ หลงซื้อ หรือหลงใช้นะคะ!

 

                ตามกฎหมายนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเสริมจากอาหารหลัก สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารบางอย่างเพียงพอ แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยาค่ะ จึงไม่สามารถใช้ป้องกันหรือรักษาโรค รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายหรือระบบการทำงานภายในร่างกายได้

หากผู้ขายยังอวดอ้างว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของตน สามารถป้องกันและรักษาโรคได้จริง บอกให้เค้าไปขอขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ยาให้ผ่านก่อน แล้วค่อยมาขายอีกทีนะคะ (ฮ่า)

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ยา ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ได้แน่ชัดแล้วว่า สามารถใช้วินิจฉัย รักษา บำบัด บรรเทา หรือป้องกัน โรคและความเจ็บป่วยได้

หากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ๆ สามารถทำได้ตามที่ผู้ขายโม้ (ฮ่า) เอ๊ย! โฆษณา ก็ย่อมผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพและสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ยาได้นั่นเองค่ะ

 

แต่... ที่เค้าไม่ทำ ก็เพราะมันไม่ได้ผลจริง ...ใช่หรือไม่คะ?

 

คิดง่าย ๆ ค่ะ ถ้ารักษาโรคได้สารพัดขนาดนั้น คุณหมอคงเอามาใช้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้ว ไม่ต้องทนทู่ซี้ใช้ยาแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้คนไข้ล้นโรงพยาบาลอยู่อย่างนี้หรอกค่ะ (ฮ่า)

อย่าไปฟังคำแก้ตัวของผู้ขายที่ว่า “หมอไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเค้า เพราะกลัวว่าถ้าไม่มีคนป่วยแล้ว ตัวเองจะตกงาน” แหม่...คิดไปได้! (ฮ่า) หมอเค้าทำได้หลายอย่างค่ะ มีหลายสาขาความเชี่ยวชาญ ต่อให้หมอสาขาโรคเรื้อรังจะตกงาน อย่างน้อย หมอสาขาทำคลอดก็น่าจะยังมีงานอยู่นะคะ เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อไหน ๆ ก็ไม่สามารถทำคลอดให้ผู้ใช้ได้ (ฮ่า)

 

ลองสังเกตสิคะ จะเห็นว่าความนิยมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแต่ละอย่าง มักจะมาเป็น “กระแส” ค่ะ นั่นคือวูบวาบอยู่สักพักก่อนวูบดับไป (ฮ่า) แล้วก็จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสร้างกระแสแทน ...เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

‘ติ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร’ (ฮ่า) เคยเถียง เอ๊ย! แสดงความเห็นมาว่า “แพทย์และเภสัชกรไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในโรงพยาบาล เพราะกลัวไม่ได้เงินจากบริษัทยาน่ะสิ”

โถ... ถ้ามันดีจริง ก็เอามาใช้ที่คลินิกหรือร้านยาแล้วล่ะค่ะ ยิ่งโรงพยาบาลไม่ใช้สิคะ...ยิ่งดี คนไข้จะได้หลั่งไหลมาเข้าคลินิกหรือร้านยา ต่อให้ใช้แล้วหายดีและไม่กลับมารักษาซ้ำ แต่กว่าคนไข้ที่ป่วยจะหายกันหมด ตอนนั้นแพทย์เจ้าของคลินิกหรือเภสัชกรเจ้าของร้านยาก็รวยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะค่ะ (ฮ่า)

ไม่อยากจะนินทาเลยว่า ‘ติ่ง’ คนเนี้ย... หายหน้าไปสักพัก แล้วก็กลับมารับยาประจำเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออาการหนักขึ้น เพราะไปใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนยาที่หมอสั่งนั่นแหละค่ะ เฮ้อ... นี่ดิฉันไม่ได้นินทาผู้ป่วยนะคะ ดิฉันแค่รำพึงรำพันเบา ๆ (ฮ่า)

 

 

อันที่จริง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายนะคะ ถ้ารับประทานสารอาหารจากอาหารหลักได้ไม่ครบถ้วน การรับประทานเพิ่มจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ แต่ไม่ควรถูกหลอกจากสรรพคุณที่เกินจริง และต่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนแล้วจากอาหารหลักและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ยังต้องดูแลสุขภาพด้วยวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วยอยู่ดีนะคะ ได้แก่ การออกกำลังกาย การลดความเครียด การพักผ่อนที่เพียงพอ ฯลฯ เพราะหนทางสู่การมีสุขภาพดี ไม่มีทางลัดหรอกค่ะ

                สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเองนะคะ

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่