Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

ท้องเสียตอนประจำเดือนมา เรื่องธรรมดาที่กวนใจสาวๆ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,927,235 คน

ท้องเสียตอนประจำเดือนมา เรื่องธรรมดาที่กวนใจสาวๆ

ช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน สังเกตว่าสาวๆ ทั้งหลายจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์หลายอย่าง เช่น อ้วนขึ้น สิวขึ้น กินเก่งขึ้น หงุดหงิดหัวร้อนง่ายขึ้น นั่นก็เป็นเพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปจากปกตินั่นเอง และบางครั้งก็ยังส่งผลให้ระบบย่อยอาหารแปรปรวนไปด้วย ทำให้สาวๆ มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ไปจนถึงท้องเสีย ซึ่งสร้างความทรมานให้เรายิ่งขึ้น จากที่ปวดท้องประจำเดือนอยู่แล้ว เรามาดูกันว่า ท้องเสียตอนมีประจำเดือนเกิดจากอะไร แล้วถ้าเกิดขึ้นเราจะดูแลตัวเองอย่างไร 

ทำไมตอนมีประจำเดือนจึงท้องเสีย?

อย่างที่ทราบไปแล้วว่า ช่วงมีประจำเดือนระดับฮอร์โมนในร่างกายเราจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาการท้องเสียก็เกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) และฮอร์โมนเซโรโทนิน (serotonin) เพิ่มสูงขึ้นในร่างกาย ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารของเราแปรปรวน จนบางคนมีอาการท้องผูกหรือท้องเสีย ส่วนอีกสาเหตุหนึ่ง อาจเกิดจากในร่างกายมีการหลั่งสารโพรสตาแกลนดิน (prostaglandins) ซึ่งส่งผลให้มดลูกและลำไส้หดตัว เราจึงรู้สึกปวดท้องประจำเดือน และมีอาการท้องเสียในบางครั้งนั่นเอง การท้องเสียระหว่างมีประจำเดือนนั้นเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย และไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคหรือสารพิษปนเปื้อนในอาหาร ดังนั้น สาวๆ ไม่ต้องกังวลใจไปล่ะ!

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจฮอร์โมน ลด 15% ให้คุณรู้จักและดูแลร่างกายของคุณให้ดีขึ้น

หงุดหงิดง่าย ผมร่วง เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง อาจเป็นเพราะฮอร์โมนผิดปกติ

Istock 1028394832

อาการท้องเสียเป็นอันตรายหรือไม่?

อาการท้องเสียตอนมีประจำเดือน ไม่ได้มีอันตรายรุนแรงอะไร นอกเหนือจากการสร้างความทรมานและไม่สบายเนื้อสบายตัวให้กับสาวๆ อีกทั้งทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบากขึ้น ไปไหนมาไหนไม่สะดวกเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม สาวๆ ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะในช่วงมีประจำเดือน ร่างกายเราจะอ่อนเพลียกว่าปกติ ดังนั้น อาการท้องเสียอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและแร่ธาตุจนอ่อนเพลียลงกว่าเดิม และอาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน การดูแลตัวเองในช่วงนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

หากท้องเสียตอนมีประจำเดือน ควรทำอย่างไร?

หากเรามีอาการท้องเสียในช่วงประจำเดือนมา สิ่งที่ควรทำเพื่อดูแลร่างกายตนเอง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีน ซึ่งจะไปกระตุ้นการขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะ ทำให้อาการท้องเสียรุนแรงกว่าเดิม และร่างกายอาจเสียน้ำมากขึ้นได้
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด เพราะจะทำให้เยื่อบุทางเดินอาหารระคายเคือง เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารแปรปรวน และอาการท้องเสียเลวร้ายลงได้
  • งดทานผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส นมสด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ย่อยยาก เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก ลำไส้บีบตัวมากขึ้น ส่งผลให้เรายิ่งรู้สึกปวดท้อง ไม่สบายตัว และอาจเกิดอาหารไม่ย่อยจนมีอาการท้องเสียได้
  • ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักและธัญพืช จะช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติมากขึ้น
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการเสียน้ำจากอาการท้องเสีย และหากมีอาการอ่อนเพลียจากการถ่ายหลายๆ ครั้ง อาจต้องดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อให้ได้แร่ธาตุทดแทนด้วย

แม้บางครั้งอาการท้องเสียในช่วงมีประจำเดือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากสาวๆ ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตามที่เราแนะนำ ก็จะเป็นการช่วยบรรเทาอาการท้องเสียให้หายได้เร็วโดยไม่เป็นอันตราย แถมยังช่วยลดความรุนแรงและความทรมานร่างกายที่เกิดจากอาการดังกล่าวด้วย

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป