แมวท้องเสียทำยังไงดี: สาเหตุ อาการ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 156,579 คน

คำว่าอาการปวดหัว ตัวร้อน ท้องเสีย นั้นถือว่าเป็นอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ในมนุษย์ที่หลายคนคงพบเจออยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าในแมวก็สามารถพบเจออาการเหล่านี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาการท้องเสีย อาการท้องเสียนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบคืออาการท้องเสียฉับพลัน คืออยู่ดีๆ ก็ท้องเสียเลยแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง กับอาการท้องเสียเรื้อรังที่มีการท้องเสียต่อเนื่องยาวนาน เป็นอาทิตย์ หรือบางครั้งอาจเป็นเดือน ซึ่งในคราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการท้องเสียฉับพลันในน้องเหมียวกัน

โดยอาการท้องเสียฉับพลันในแมวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จาก 4 สาเหตุหลัก ดังนี้

1. ภาวะสมดุลน้ำในร่างกายผิดปกติ : ภาวะสมดุลน้ำในร่างกายผิดปกติคือเมื่อน้องแมวกินอาการที่มีความเข้มข้นสูงจะส่งผลทำให้เกิดการดึงน้ำเข้าไปในลำไส้มากขึ้นและส่งผลให้อุจจาระเหลวและกลายเป็นภาวะท้องเสียได้              

2. ลำไส้หลั่งสารของเหลวมากเกินไป : ในกรณีนี้คือลำไส้หลั่งเมือกหรือสารของเหลวอื่นๆ ออกมาจากการที่ติดเชื้อแบคทีเรียหรือได้รับสารพิษ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการท้องเสียตามมาได้

3. ลำไส้มีการอักเสบ : ภาวะลำไส้อักเสบนั้นอาจเกิดจากการที่ลำไส้เป็นแผล หรือมีสิ่งแปลกปลอมในลำไส้ที่ขูดหรือทำลายเนื้อเยื่อลำไส้จนมีเลือดออก

4. ลำไส้มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ : โดยปกติลำไส้จะมีการขยับและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการนี้จะดำเนินไปในจังหวะที่สมดุล แต่ถ้าลำไส้มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ คือเร็วเกินไป จะทำให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ไปอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้น้ำในอุจจาระที่ปกติจะต้องค่อยๆ ถูกดูดซึมผ่านลำไส้ดูดซึมออกไปไม่ทัน ส่งผลให้อุจจาระเหลวและกลายเป็นอาการท้องเสียในที่สุด

อาการของแมวที่มีภาวะท้องเสียฉับพลัน

  • มีน้ำในอุจจาระมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเหลวนั่นเอง
  • บางครั้งปริมาณอุจจาระอาจจะมากกว่าปกติ
  • มีอาการอาเจียนร่วมด้วย
  • มีเลือดหรือเมือกในอุจจาระ
  • อุจจาระบ่อย
  • อาจซึมหรือเบื่ออาหารและอ่อนแรง
  • บางครั้งอาจมีไข้ร่วมด้วย

ทำไมแมวถึงมีภาวะท้องเสียเฉียบพลัน

อาการท้องเสียเฉียบพลันในแมวนั้นมีสาเหตุเกิดขึ้นได้ดังต่อไปนี้

  • เกิดจากการติดเชื้อในระบบร่างกาย
  • กินอาหารที่ไม่สะอาด เช่น กินขยะ หรือกินอาหารที่เสียแล้ว
  • ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ
  • เกิดจากโรค Addison’s disease ซึ่งเกิดจากต่อมหมวกไตทำงานน้อยลงกว่าปกติ
  • โรคตับ
  • โรคไต
  • โรคที่เกี่ยวกับตับอ่อน เช่น ตับอ่อนอักเสบ
  • มีการกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย
  • ลำไส้อุดตัน
  • เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตทางเดินอาหาร หรือมีการติดเชื้อรา
  • ผลข้างเคียงจากยาหรือได้รับสารพิษบางชนิด

แนวทางการวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติน้องแมวก่อนว่ามีโอกาสกินอาหารหรือของผิดปกติอะไรไปหรือเปล่า จากนั้นจะมีการตรวจเลือดเพื่อดูค่าเลือดเบื้องต้น การถ่ายภาพเอ็กซเรย์จะช่วยในการยืนยันว่าแมวได้กินสิ่งแปลกปลอมเข้าไปหรือมีอะไรอุดตันลำไส้หรือไม่

ผลการตรวจเลือดจะช่วยยืนยันว่าแมวมีภาวะตับอ่อนอักเสบหรือไม่ หรือตับอ่อนยังสามารถทำงานสร้างเอนไซม์ได้ตามปกติหรือไม่ เพราะถ้าเอนไซม์สำหรับย่อยอาหารบางตัวลดลงก็ทำให้เกิดภาวะท้องเสียได้ นอกจากนี้สัตวแพทย์ยังทำการตรวจอุจจาระร่วมด้วย โดยการตรวจอุจจาระนั้นเพื่อดูว่าน้องแมวมีการติดเชื้อปรสิตหรือไม่ เช่น Giardia รวมไปถึงดูไข่พยาธิชนิดอื่นๆ ร่วมด้วย

แนวทางการรักษาแมวที่มีภาวะท้องเสียฉับพลัน

หากน้องแมวมีอาการท้องเสียเพียงเล็กน้อย อาจจะลองสังเกตอาการดูก่อน เพราะบางทีแมวอาจจะหายได้เอง แต่ถ้าแมวมีอาการท้องเสียอย่างต่อเนื่องและมีอาเจียนร่วมด้วย ให้ระวังเรื่องภาวะขาดน้ำ โดยอาจจะต้องพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำร่วมด้วย

ในกรณีที่แมวมีอาการท้องเสียอย่างหนักและรุนแรง สัตวแพทย์อาจพิจารณาให้แร่ธาตุโพแทสเซียมเสริมเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไปกับอุจจาระรวมไปถึงให้ยาแก้ท้องเสีย (แน่นอน เจ้าของไม่ควรเอายาคนให้แมวลองกินเองเด็ดขาดนะ) ส่วนในกรณีที่แมวท้องเสียจากการที่ลำไส้อุดตันหรือกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป สัตวแพทย์อาจจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อแก้ไข

สำหรับน้องแมวที่มีอาการท้องเสียไม่มาก หลังจากติดตามดูอาการไปประมาณ 12 – 24 ชั่วโมงแล้วพบว่าอาการทุเลาลง ให้ลองค่อยๆ ให้อาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น อาหารเปียก แก่น้องแมวลองกินเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานชดเชยมากขึ้น

แนวทางการดูแลและป้องกันเบื้องต้น

แนวทางการป้องกันง่ายๆ ที่สุดคือถ่ายพยาธิให้น้องแมวอย่างถูกต้องครบถ้วนตามที่สัตวแพทย์กำหนด เพราะอาการท้องเสียจากการติดเชื้อปรสิตสามารถป้องกันได้ง่ายมาก นอกจากนี้คอยดูแลน้องแมวให้ดีอย่าให้ไปคุ้ยขยะหรือกินของอะไรแปลกๆ เพราะขยะหรือของเสียนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพน้องแมวเพราะบางทีอาจจะไม่ใช่แค่ท้องเสียอย่างเดียวแต่อาจจะติดเชื้อโรคจนป่วยหนักได้เลย รวมไปถึงไม่ควรให้แมวกินกระดูกเพราะย่อยไม่ได้และส่งผลให้เกิดการอุดตันระบบทางเดินอาหารได้ และถ้าแมวเกิดการท้องเสีย อย่าลืมทำความสะอาดกระบะทรายแมวบ่อยๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดีต่อทั้งตัวแมวเองและคนที่อยู่ในบ้านด้วย

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม