Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การตั้งครรภ์

ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,177,774 คน

ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการขับถ่ายเช่นท้องผูกและท้องเสียอาจจะเกิดได้บ่อยในระหว่างที่ตั้งครรภ์ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงอาหารที่รับประทานและความเครียดที่เพิ่มขึ้น ข้อเท็จจริงก็คือ หญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะมีท้องเสียบ่อยๆ และหากไม่ระวังอาจทำให้เกิดปัญหาได้

ทำไมถึงมีอาการท้องเสียได้บ่อยในระหว่างที่ตั้งครรภ์

หากคุณมีการถ่ายมากกว่า 3 ครั้งใน 1 วันแสดงว่าคุณอาจจะกำลังท้องเสีย ท้องเสียในระหว่างที่ตั้งครรภ์นั้นพบได้บ่อยแต่การที่คุณท้องเสียนั้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันเกิดจากการตั้งครรภ์

เหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้ท้องเสียนอกจากการตั้งครรภ์ประกอบด้วย

มีโรคบางโรคที่ทำให้ท้องเสียได้บ่อยกว่าปกติ เช่นโรคลำไส้แปรปรวน Crohn’s disease, celiac disease และ ulcerative colitis

สาเหตุของการท้องเสียที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ประกอบด้วย

  • การเปลี่ยนแปลงอาหาร : มีผู้หญิงหลายคนที่เปลี่ยนแปลงอาหารที่รับประทานในระหว่างที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงอาหารในทันทีนั้นอาจจะส่งผลต่อกระเพาะอาหารและทำให้เกิดอาการท้องเสียได้
  • แพ้อาหารชนิดใหม่ : การแพ้อาหารนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่คุฯพบระหว่างการตั้งครรภ์ อาหารที่คุณอาจจะเคยรับประทานได้โดยไม่มีปัญหาก่อนหน้านี้อาจทำให้คุณมีแก๊ซเพิ่มขึ้น มวนท้อง และท้องเสียได้
  • วิตามินบำรุง : การรับประทานวิตามินบำรุงครรภ์นั้นดีต่อสุขภาพเช่นเดียวกับสุขภาพของทารก อย่างไรก็ตามวิตามินเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดอาการมวนท้องและท้องเสียได้
  • การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน : ฮอร์โมนนั้นทำให้ระบบย่อยอาหารช้าลงและอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ นอกจากนั้นยังอาจจะทำให้ระบบย่อยอาหารเร็วขึ้นและทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เช่นกัน

ท้องเสียนั้นพบได้บ่อยในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

ยิ่งคุณเข้าใกล้เวลาคลอดเมื่อไหร่ คุณอาจจะยิ่งพบว่ามีอาการท้องเสียได้บ่อยมากขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่ร่างกายของคุณนั้นเตรียมตัวเข้าสู่การคลอด ท้องเสียนั้นอาจจะไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังจะคลอดในอีกไม่กี่วัน ดังนั้นอย่าเพิ่มตกใจหากสังเกตว่ามีอาการท้องเสียถี่มากขึ้น ผู้หญิงบางคนอาจจะไม่มีอาการท้องเสียในระยะนี้ก็ได้ แต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน

วิธีการบรรเทาอาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

หากคุณไม่อยากรับประทานยาในระหว่างที่ตั้งครรภ์ คุณอาจจะไม่ต้องรับประทานยาเพิ่มเพื่อรักษาอาการท้องเสีย ในความจริงแล้วท้องเสียส่วนใหญ่สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ถ้าหากคุณยังต้องการรักษาด้วยวิธีอื่น ลองดูทางเลือกต่อไปนี้

วิธีการรักษาท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

  • ให้เวลา : ท้องเสียส่วนใหญ่มักจะหายไปได้เองในเวลาไม่กี่วัน หากเกิดจากอาหารเป็นพิษ ติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย ในระหว่างนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ดูยาที่รับประทาน : หากยาที่กำลังรับประทานนั้นทำให้มีอาการท้องเสีย ร่างกายอาจจะสามารถปรับตัวได้และทำให้อาการท้องเสียนั้นดีขึ้น หากไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
  • ไปพบแพทย์ : หากมีอาการท้องเสียต่อเนื่องที่ไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันควรไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่ทำหเกิดอาการท้องเสีย
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดปัญหา : อาหารบางชนิดนั้นทำให้ท้องเสียแย่ลง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารเผ็ด ผลิตภัณฑ์จากนม และอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง
  • อย่ารับประทานยาหยุดถ่ายด้วยตัวเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการรับประทานยาเหล่านี้อาจทำให้โรคบางโณคแย่ลงได้ และยาก็ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หากคุณมีอาการท้องเสีย ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ การถ่ายเหลวนั้นจะทำให้ร่างกายสูญเสียสารน้ำจำนวนมาก อาการขาดน้ำนั้นสามารถเกิดได้อย่างรวดเร็วและอาจจะเป็นอันตรายโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร แต่หญิงตั้งครรภ์ก็ยังคงต้องการน้ำในปริมาณที่มากกว่าคนอื่น

การดื่มน้ำนั้นจะช่วยชดเชยสารน้ำที่เสียไป การดื่มน้ำผลไม้และซุปนั้นอาจจะช่วยชดเชยเกลือแร่ วิตามิน และแร่ธาตุที่เสียไปได้

เมื่อไหร่ควรไปรับการรักษา

ท้องเสียเป็นเวลานานนั้นสามารถทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ หากคุณมีอาการท้องเสียมากกว่า 2-3 วันควรไปพบแพทย์ การขาดน้ำที่รุนแรงนั้นสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ได้ อาการของการขาดน้ำนั้นประกอบด้วย

  • ปัสสาวะเป็นสีเหลือง
  • ปากแห้ง
  • กระหายน้ำ
  • ปัสสาวะลดลง
  • ปวดหัว
  • เวียนศีรษะ
  • มึนหัว คุณสามารถป้องกันการขาดน้ำระหว่างการตั้งครรภ์ได้ด้วยการดื่มน้ำอย่างน้อย 80 ออนซ์ต่อวัน

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป