ความรู้สุขภาพ

การฟอกเลือด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
การฟอกเลือด

การฟอกเลือดคือกระบวนการกำจัดของเสียและของเหลวส่วนเกินจากเลือด ซึ่งเป็นกระบวนการที่จัดขึ้นทดแทนการทำงานของไต โดยการฟอกเลือดมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนการไหลเวียนเลือดเข้าไปสู่เครื่องจักรที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดเลือดโดยเฉพาะ

ทำไมจึงต้องเข้ารับการฟอกเลือด?

หากไตของคุณไม่สามารถทำงานได้อย่างปรกติ ยกตัวอย่างเช่นคุณเป็นโรคไตเรื้อรัง (ไตล้มเหลว) ของเสียและของเหลวในร่างกายจะเริ่มสะสมเข้าด้วยกัน

หากปล่อยเอาไว้โดยไม่ทำการรักษาจะทำให้เกิดภาวะที่ไม่ดีขึ้นหลายอย่างและอาจถึงชีวิตได้ โดยการฟอกเลือดจะเป็นการกรองสารตกค้างและของเหลวที่ไม่จำเป็นออกจากเลือดเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาทั้งหลาย

ต้องเข้ารับการฟอกเลือดนานเพียงใด?

ขึ้นอยู่กับกรณี ปัญหาไตล้มเหลวอาจเป็นภาวะชั่วคราว ซึ่งการฟอกเลือดจะหยุดลงก็ต่อเมื่อไตของคุณฟื้นตัวกลับมาแล้ว

แต่ส่วนมากผู้ที่มีต้องเข้ารับการปลูกถ่ายไตใหม่จะไม่สามารถดำเนินการผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ทันที ทำให้ต้องทำการฟอกเลือดจนกว่าจะมีผู้บริจาคไตที่ยังใช้ได้เข้ามา

หากคุณไม่สามารถทำการปลูกถ่ายไตได้ อย่างการที่สุขภาพของคุณไม่ดีพอจะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ คุณต้องทำการฟอกเลือดไปตลอดชีวิต

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการฟอกเลือด?

การฟอกเลือดมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นการฟอกไตที่พบได้มากและเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดระหว่างกระบวนการจะมีการแทงท่อที่ปลายติดเข็มไว้ที่แขนของคุณ เลือดจะไหลผ่านท่อเข้าไปยังเครื่องกรอง และเครื่องกรองจะปล่อยเลือดสะอาดกลับเข้าไปในร่างกายผ่านท่ออีกเส้นหนึ่ง วิธีการนี้มักดำเนินการ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งจะมีระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

การไตทางช่องท้อง

การไตทางช่องท้องจะใช้เยื่อบุช่องท้องของคุณเป็นตัวกรองแทนการใช้เครื่องจักรภายนอกร่างกาย โดยเยื่อบุช่องท้องดังกล่าวมีหลอดเลือดเล็ก ๆ หลายพันหลอดเรียงอยู่ จึงเปรียบได้ราวกับเป็นเครื่องกรองตามธรรมชาติ

ก่อนการรักษาจะมีการกรีดช่องใกล้กับสะดือของคุณเพื่อทำการสอดท่อล้างไตเข้าไปยังรอยที่กรีดซึ่งจะลงไปยังโพรงช่องท้องของคุณ ท่อดังกล่าวจะถูกปล่อยให้ติดท้องของคุณอย่างนั้นถาวร

ของเหลวจะถูกปั๊มเข้าไปยังโพรงช่องท้องผ่านท่อล้างไต โดยเลือดจะไหลผ่านหลอดเลือดภายในโพรงช่องท้องทำให้ของเสียและของเหลวส่วนเกินถูกแยกออกจากเลือดเข้าไปผสมกับน้ำยาล้างไต หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง สารที่ใช้จะถูกดูดออกใส่ถุงและใส่ของเหลวใหม่ลงไปแทน

การสับเปลี่ยนของเหลวมักใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที และมักต้องทำซ้ำ ๆ ประมาณ 4 ครั้งภายใน 1 วัน กระบวนการนี้สามารถทำโดยเครื่องจักรระหว่างที่คุณนอนหลับได้

การฟอกเลือดประเภทไหนที่ดีที่สุด?

กรณีส่วนมาก คุณสามารถเลือกใช้วิธีฟอกเลือดใดก็ได้ตามความต้องการ สองกรรมวิธีนี้มักส่งผลกับทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งสองก็มีข้อเสียที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น:

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมต้องให้คุณทำการรักษา 4 ครั้งภายในหนึ่งอาทิตย์ แต่ละครั้งจะใช้เวลานานกว่า และต้องทำในโรงพยาบาลเท่านั้น
  • การฟอกไตทางช่องท้องสามารถทำได้ตามบ้านเรือนและสามารถดำเนินการระหว่างที่คุณนอนหลับได้ แต่ต้องทำทุกวัน

ถ้าคุณสามารถเลือกวิธีการฟอกเลือดได้ตามความต้องการ ทีมรักษาของคุณจะชี้แจงข้อดีข้อเสียของแต่ละกระบวนการก่อนการตัดสินใจ

ผลข้างเคียงจากการฟอกเลือด

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็งและผิวหนังคัน ส่วนการฟอกไตทางช่องท้องจะมีความเสี่ยงทำให้ผู้ฟอกไตเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบได้ (การติดเชื้อที่เยื่อบุผิวชั้นบาง ๆ ที่ล้อมรอบช่องท้อง)

และทั้งสองกระบวนการยังทำให้ผู้รับการฟอกเลือดรู้สึกอ่อนล้าอีกด้วย

ชีวิตที่ต้องอยู่กับการฟอกเลือด

ผู้ป่วยหลายรายที่ต้องทำการฟอกเลือดนับว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสามารถ:

  • ทำงานหรือศึกษาเล่าเรียนต่อไปได้
  • ขับรถได้
  • ว่ายน้ำได้
  • ไปพักร้อนได้

ส่วนมากมักใช้ชีวิตอยู่กับการฟอกเลือดได้หลายปี แม้ว่าจะปัญหาด้านการทำงานของไตที่ส่งผลต่อร่างกายก็ตาม

แต่โชคไม่ดีที่หลายคนเสียชีวิตขณะที่ต้องรับการฟอกเลือดหากไม่ได้รับการปลูกถ่ายไต โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ บางคนที่เริ่มการฟอกเลือดในช่วงอายุ 20 ปีปลาย ๆ สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้นาน 20 ปีหรือมากกว่านั้น แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 75 อาจมีชีวิตต่อไปได้เพียง 2 ถึง 3 ปีเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามนั้น ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ อัตราการรอดชีวิตของผู้ที่เข้ารับการฟอกเลือดได้เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

แนวทางดำเนินการฟอกเลือด

การฟอกเลือดมีอยู่ 2 ประเภทคือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการฟอกไตทางช่องท้อง

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจะเป็นกรรมวิธีแยกเลือดเข้าไปยังเครื่องจักรภายนอกร่างกาย ซึ่งจะทำการกรองเลือดก่อนฉีดกลับเข้าร่างกาย
  • ส่วนการฟอกไตทางช่องท้องจะเป็นการปั๊มของเหลวล้างไตเข้าไปยังโพรงช่องท้องเพื่อทำการชะล้างของเสียออกจากเลือดผ่านทางหลอดเลือดที่เรียงตัวอยู่ภายในช่องท้อง

รายละเอียดการรักษาทั้งสองจะถูกอธิบายได้ในหัวข้อต่อ ๆ ไป:

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

การเตรียมการรักษา

ก่อนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม คุณต้องถูกติดตั้งหลอดเลือดเทียมที่แขน ซึ่งเรียกว่าการผ่าตัดทำเส้นล้างไต (AV fistula) ซึ่งหลอดเลือดดังกล่าวจะเชื่อมหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงเข้าด้วยกัน

การเชื่อมหลอดเลือดทั้งสองเข้าด้วยกันทำให้หลอดเลือดมีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น ทำให้แพทย์สามารถใช้เครื่องจักรส่งถ่ายเลือดไปมาได้

การผ่าตัด AV fistula มักดำเนินการล่วงหน้าการฟอกเลือดครั้งแรก 4 ถึง 8 อาทิตย์ เพื่อให้เนื้อเยื่อและผิวหนังรอบเส้นล้างไตฟื้นฟูตัวเองก่อน

หากหลอดเลือดของคุณมีขนาดแคบเกินไปที่จะต่อ AV fistula จะมีกระบวนการอีกอย่างที่เรียกว่า AV graft โดยจะเป็นการปลูกถ่ายท่อสังเคราะห์เพื่อเชื่อมหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงแทนหากเป็นกรณีเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน คุณอาจถูกต่อท่อจากลำคอแทน ซึ่งก็คือการสอดท่อขนาดเล็กไปยังเส้นเลือดใหญ่ที่คอ

กระบวนการของการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

ผู้ป่วยส่วนมากต้องเข้ารับการฟอกเลือดวิธีนี้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในแต่ละครั้งจะมีกระบวนการยาวนานประมาณ 4 ชั่วโมง คุณสามารถดำเนินการวิธีนี้ที่บ้านได้หากคุณมีอุปกรณ์และฝึกฝนมาเพียงพอแล้ว

แพทย์จะแทงเข็ม 2 ตัวเข้าไปยัง AV fistula (หรือ AV graft) และติดเทปกาวให้อยู่กับที่ โดยเข็มตัวใดตัวหนึ่งจะมีหน้าที่ค่อย ๆ ดูดเลือดออกไปยังเครื่องฟอกเลือด

เครื่องฟอกเลือดจะเป็นอุปกรณ์ที่มาแทนชุดเยื่อบุผิวที่ทำหน้าที่เป็นตัวกรองในร่างกายของคุณ โดยจะมีการใช้สารล้างไตเข้ามาช่วยกระบวนการด้วย

เยื่อบุกรองจะคัดแยกของเสียออกจากเลือดของคุณ ซึ่งจะถูกไหลไปผสมอยู่ในสารล้างไต หลังจากนั้นสารล้างไตจะถูกสูบออกจากเครื่องฟอกเลือด และเลือดที่ผ่านการกรองแล้วจะถูกฉีดกลับเข้าร่างกายของคุณผ่านเข็มที่สอง

ระหว่างกระบวนการฟอกเลือดคุณต้องนอนราบอยู่บนเตียง โดยคุณสามารถอ่านหนังสือ ฟังเพลง ใช้โทรศัพท์มือถือ หรือนอนหลับไปเลยก็ได้

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมไม่สร้างอาการเจ็บปวดใด ๆ แต่บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้และเวียนศีรษะหรือมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งระหว่างกระบวนการได้ ซึ่งภาวะเหล่านี้เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงกะทันหันของระดับเลือดในร่างกายนั่นเอง

หลังจากการกรองเลือด เข็มจะดึงออกจากแขนและแพทย์จะติดผ้าปิดแผลเพื่อป้องกันเลือดไหลแก่คุณ ถ้าคุณทำการรักษาที่โรงพยาบาลคุณก็สามารถกลับบ้านได้หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ

ข้อจำกัดทางของเหลวและอาหาร

ถ้าคุณต้องทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม คุณจะถูกจำกัดปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถทานเข้าไปได้

เนื่องมาจากเครื่องกรองเลือดภายใน 4 ชั่วโมงไม่สามารถขจัดของเหลวส่วนเกินในปริมาณมากได้ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากับร่างกายที่ซึ่งของเหลวในเลือดเกิดการสะสมในเลือด เนื้อเยื่อ และปอด

ปริมาณของของเหลวที่คุณสามารถดื่มได้จะขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายและน้ำหนักของคุณ โดยคนส่วนมากจะได้รับอนุญาตให้ดื่มน้ำได้เพียง 1,000-1,500ml ต่อวันเท่านั้น

คุณยังต้องระมัดระวังการรับประทานอาหารของคุณอีกเช่นกัน เนื่องจากเป็นการป้องกันการสะสมปริมาณมากเกินไปของเกลือแร่อย่างโซเดียม (เกลือ) โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสที่มักจะถูกกรองจากไตของคุณ

คุณจะถูกส่งตัวไปพบนักโภชนาการเพื่อให้พวกเขาวางแผนการกินแก่คุณ โดยแผนการรับประทานอาหารนั้นจะแตกต่างกันไปตามกรณีบุคคล ซึ่งมักจะเป็นการแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีสารโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูง และลดปริมาณเกลือที่คุณทานเข้าไป เป็นต้น

การฟอกไตทางช่องท้อง

การฟอกไตทางช่องท้องจะมีสองประเภทดังนี้:

  • การฟอกไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD): เป็นกระบวนการกรองเลือดหลาย ๆ ครั้งภายในหนึ่งวัน
  • การฟอกไตทางช่องท้องแบบอัตโนมัติ (APD): เป็นกระบวนการกรองเลือดที่ใช้เครื่องกรองในช่วงกลางคืนหรือระหว่างที่คุณนอนหลับอยู่

การเตรียมการรักษา

ก่อนการฟอกไตทั้งสองวิธีนี้ จะมีการเปิดช่องในหน้าท้องของคุณเพื่อทำให้สารล้างไตเข้าไปยังช่องภายในท้องของคุณได้

โดยมักจะทำการกรีดเปิดช่องใต้สะดือของคุณ และมีการสอดท่อบาง ๆ ที่เรียกว่าสายล้างไตเข้าไปยังรอยกรีดนั้น และจะปล่อยไว้ให้แผลเปิดรักษาตัวเองก่อนเริ่มการฟอกไตไม่กี่อาทิตย์

สายล้างจะถูกติดคาหน้าท้องของคุณถาวร ทำให้ช่วงแรก ๆ จะสร้างความรำคาญแก่ผู้ป่วยบ้าง ซึ่งหากยังไม่สามารถทำความเคยชินกับท่อดังกล่าวได้ แพทย์อาจจะถอดท่อที่หน้าท้องคุณออกและเปลี่ยนไปใช้วิธีการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียมแทน

การฟอกไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง

อุปกรณ์ที่ใช้ดำเนินการ CAPD ประกอบด้วย:

  • ถุงบรรจุสารล้างไต
  • ถุงเปล่าเพื่อบรรจุของเสียที่ล้างออกมา
  • ชุดท่อและคลิปหนีบเพื่อติดถุงทั้งสองเข้ากับท่อล้าง
  • เสาแขวนถุงทั้งสอง

ในตอนแรก ถุงที่บรรจุสารล้างไตถูกติดด้วยสายท่อที่เชื่อมเข้าไปในช่องท้องของคุณ ซึ่งทำให้สารดังกล่าวไหลเข้าไปในโพรงช่องท้องและถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมง

ในขณะที่สารล้างไตอยู่ภายในช่องท้องของคุณ ของเสียและของเหลวส่วนเกินในเลือดจะถูกกรองออกจากเลือดและผสมเข้ากับสารล้างไต

หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ของเหลวเก่าจะถูกดูดออกใส่ถุงเปล่าที่เตรียมไว้และจะมีการฉีดสารใหม่เข้าไปในโพรงช่องท้องแทน ซึ่งจะถูกปล่อยไว้เช่นนั้นจนกว่าจะถึงกระบวนการครั้งหน้า กระบวนการแลกเปลี่ยนของเหลวนี้มักใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาทีจนกว่าจะสิ้นสุด

การสับเปลี่ยนของเหลวนี้ไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ แต่คุณอาจรู้สึกได้ว่ามีของเหลวเติมเข้าช่องท้องของคุณ ซึ่งทำให้รู้สึกแปลก ๆ หรือไม่สบายเนื้อสบายตัวเล็กน้อยในตอนแรก ซึ่งตัวคุณจะค่อย ๆ ชินจนไม่รู้สึกไปเอง

ผู้คนที่รับการกรองแบบ CAPD ต้องดำเนินการเช่นนี้ประมาณ 4 ครั้งต่อวัน โดยหลังจากเสร็จการรักษาทุกครั้งถุงบรรจุที่เชื่อมอยู่อีกฝากของสายล้างต้องถูกปิดผนึกทุกครั้ง

การฟอกไตทางช่องท้องอัตโนมัติ

การฟอกไตทางช่องท้องแบบอัตโนมัติ (APD) คล้ายกับ CAPD เว้นแต่เครื่องจักรที่ใช้จะควบคุมการสับเปลี่ยนของเหลวขณะที่คุณนอนหลับ

ต้องทำการติดถุงบรรจุสารล้างไตกับเครื่อง APD ก่อนเข้านอน และขณะที่คุณนอนหลับ เครื่องจักรจะทำการแลกเปลี่ยนของเหลวหลายครั้งด้วยตนเอง

โดยคุณต้องนอนติดกับเครื่อง APD เป็นเวลา 8 – 10 ชั่วโมง โดยในตอนท้ายของการรักษา สารล้างไตบางส่วนจะถูกปล่อยทิ้งไว้ช่องท้องของคุณ โดยจะทำการดูดออกระหว่างการรักษาครั้งต่อไป

ระหว่างดำเนินการสามารถหยุดการสับถ่ายของเหลวได้ชั่วคราวหากคุณต้องการลุกออกไปห้องน้ำกลางดึก

ผู้ป่วยที่ใช้วิธี APD บางคนกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ไฟดับหรือปัญหาทางเทคนิคโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ซึ่งหากพลาดกระบวนการนี้ไปหนึ่งคืนก็มักจะไม่เป็นไร ตราบใดที่คุณดำเนินการรักษาต่อจากคราวก่อนภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับเบอร์โทรศัพท์ติดต่อฉุกเฉินที่ใช้การได้ 24 ชั่วโมง เผื่อประสบกับปัญหาทางเทคนิค

ข้อจำกัดทางของเหลวและอาหาร

ถ้าคุณต้องทำการฟอกไตทางช่องท้อง จะมีข้อจำกัดด้านการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มน้อยกว่าการกรองเลือดผ่านเครื่องไตเทียมเนื่องมาจากกระบวนการนี้มักดำเนินการบ่อยครั้งกว่า

อย่างไรก็ตามคุณก็อาจถูกแนะนำให้จำกัดปริมาณของเหลวที่ดื่มเข้าไป กับเปลี่ยนการรับประทานอาหารของคุณตามความสมควรที่ทางนักโภชนาการแนะนำอยู่ดี

การฟอกเลือดและการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ระหว่างที่ต้องเข้ารับการฟอกเลือดมักก่อให้เกิดอันตรายต่อแม่และทารกในครรภ์ แต่บางครั้งก็สามารถทำการตั้งครรภ์จนคลอดสำเร็จก็ได้ โดยผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และต้องเข้าฟอกเลือดจะถูกจับตาดูระหว่างการฟอกเลือดอย่างใกล้ชิดกว่าปกติ และอาจต้องทำการฟอกเลือดบ่อยครั้งและมีระยะเวลานานมากกว่าปรกติ ถ้าคุณกำลังพิจารณาว่าจะมีลูก ควรทำการปรึกษาแพทย์ของคุณก่อน

อุปกรณ์ฟอกเลือด

ถ้าคุณเลือกที่จะทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่บ้านหรือการฟอกไตทางช่องท้อง คุณต้องเตรียมทั้งอุปกรณ์และสิ่งที่ต้องใช้ให้เหมือนกับการดำเนินการฟอกไตตามโรงพยาบาล และคุณจะได้รับการชี้แจงถึงแนวทางจัดหาอุปกรณ์ทุกชิ้น และฝึกกระบวนการต่าง ๆ ให้ดำเนินการฟอกได้ด้วยตัวคุณเอง

ต้องจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นเอาไว้ล่วงหน้าเผื่อกรณีฉุกเฉิน หรืออย่างกรณีสุดวิสัย อย่างเช่นกรณีที่ไม่สามารถออกไปซื้อถุงบรรจุน้ำล้างไตเนื่องจากสภาพอากาศได้ เป็นต้น โดยแพทย์และพยาบาลของคุณแนะนำให้สำรองอุปกรณ์ทุกชิ้นไว้เผื่อไว้สำหรับหนึ่งอาทิตย์

คุณควรทำการแจ้งหน่วยงานจ่ายไฟฟ้าว่าบ้านของคุณต้องติดตั้งเครื่องฟอกเลือดหรือมีเครื่องฟอกไตอัตโนมัติ เพื่อที่จะให้พวกเขาจัดการจ่ายไฟสำรองให้แก่คุณในกรณีที่เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

ข้อดีและข้อเสียของการฟอกเลือดทั้งสอง

หากคุณต้องเข้ารับการฟอกเลือด ส่วนมากแล้วแพทย์จะเสนอแนวทางการฟอกให้คุณเลือก สำหรับผู้คนส่วนมาก การฟอกเลือดทั้งสองวิธีมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน ทำให้คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการรับการฟอกเลือดวิธีใด แต่ก็มีบางกรณีที่แพทย์จะทำการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้ ยกตัวอย่างเช่น แพทย์จะเลือกใช้กรรมวิธีฟอกไตทางช่องท้องกับ:

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี
  • ผู้ที่ยังคงมีการทำงานของไตจำกัดอยู่
  • ผู้ใหญ่ที่ไม่มีภาวะสุขภาพร้ายแรงอะไร อย่างเช่นโรคหัวใจ หรือมะเร็ง
  • และ เลือกใช้วิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินการฟอกไตทางช่องท้องได้ด้วยตนเอง อย่างผู้ที่มีความพิการทางสายตา หรือผู้ที่มีภาวะสุขภาพย่ำแย่ เป็นต้น

การตัดสินใจเลือกกระบวนการรักษาของคุณจะไม่ใช่การตัดสินใจเด็ดขาด เพราะอาจมีโอกาสที่คุณอาจต้องเปลี่ยนไปรักษาอีกวิธีการแทน โดยคุณสามารถอ่านและเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการฟอกเลือดแต่ละชนิดได้ดังต่อไปนี้:

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดของการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียมคือคุณสามารถทำการฟอกเลือดได้ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ กระบวนการนี้ส่วนมากมักใช้เครื่องกรองเลือดเพียง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งจะมีระยะเวลา 4 ชั่วโมง โดยคุณต้องทำการวางแผนชีวิตในวันที่ต้องทำการฟอกเลือดให้ดี การฟอกแต่ละครั้งมักดำเนินการตามคลินิกฟอกเลือด หรือคุณสามารถทำการฟอกเลือดเองได้ที่บ้านก็ได้ถ้ามีทุกอย่างพร้อม

ถ้าคุณต้องเดินทางออกนอกประเทศ คุณต้องจัดหาศูนย์ฟอกเลือด ณ ประเทศแห่งนั้นล่วงหน้า โดยต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์นั้น ๆ ก่อนเพื่อให้พวกเขาสามารถจัดเตรียมอุปกรณ์ฟอกเลือดต่าง ๆ ให้คุณได้เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว

ข้อเสียของการฟอกเลือดโดยใช้เครื่องไตเทียมคือข้อจำกัดด้านอาหารและปริมาณของเหลวที่สามารถปริโภคได้ ผู้ป่วยที่ต้องรับการฟอกเลือดแบบนี้หลายคนถูกแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท และถูกจำกัดการดื่มน้ำไม่ให้มากกว่าสองแก้วต่อวัน

การฟอกไตทางช่องท้อง

ข้อดีที่แตกต่างจากการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมคือ การฟอกเลือดผ่านช่องท้องนี้ไม่จำเป็นต้องไปยังสถานพยาบาลเพื่อทำการฟอกเลือดบ่อย ๆ โดยผู้ป่วยสามารถดำเนินการได้เองที่บ้าน และไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย

อุปกรณ์ที่ใช้กับการฟอกเลือดทางช่องท้องสามารถพกพาได้สะดวกกว่า ทำให้คุณสามารถนำติดตัวไปต่างแดนได้อย่างอิสระมากกว่า

อีกทั้งการฟอกไตรูปแบบนี้ยังมีข้อจำกัดด้านการรับประทานอาหารที่น้อยกว่าข้างต้นมาก ๆ สำหรับข้อเสียของการฟอกไตผ่านช่องท้องคือต้องดำเนินการทุก ๆ วัน อีกทั้งท่อที่สอดติดอยู่ที่ท้องของคุณตลอดเวลาทำให้คุณรู้สึกรำคาญบ้าง แม้จะทำการปกปิดมันได้ด้วยการใส่เสื้อผ้าก็ตาม

ข้อเสียอีกประการคือคุณจะมีความเสี่ยงเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ซึ่งในกรณีที่หายาก เยื่อบุช่องท้องของคุณจะค่อย ๆ หนาขึ้นและมีแผลเกิดขึ้นมา บางคนอาจต้องเปลี่ยนไปใช้กรรมวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแทนหลังจากใช้กรรมวิธีนี้ไม่กี่ปี เพื่อป้องกันภาวะนี้ไม่ให้เกิดขึ้น

ข้อเสียสุดท้ายคือการฟอกไตทางช่องท้องนี้จะมีการใช้สารล้างไตที่ทำให้ระดับโปรตีนตกลง จนทำให้ผู้รับการฟอกขาดพลังงานและขาดสารอาหารได้ อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงเป็นเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

การฟอกไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องและแบบอัตโนมัติ

หากคุณเลือกใช้การฟอกไตผ่านช่องท้อง คุณก็ต้องตัดสินใจด้วยว่าจะใช้การฟอกไตแบบต่อเนื่อง (CAPD) หรือแบบอัตโนมัติ (APD)

ประโยชน์ของ CAPD คือคุณสามารถพกพาอุปกรณ์ฟอกไตได้ง่ายดาย ทำให้คุณมีอิสระที่จะเดินทางนอกบ้านมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถนำอุปกรณ์ CAPD ไปยังที่ทำงานได้ ซึ่งการทำการฟอกไตด้วยเครื่องดังกล่าวจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

สำหรับข้อดีของ APD คือคุณสามารถใช้ชีวิตทั้งวันโดยไม่ต้องดำเนินการฟอกเลือดเลย แต่คุณต้องคอยทำนุบำรุงอุปกรณ์ฟอกเลือด (และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง) อยู่เสมอ

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการฟอกเลือดผ่านช่องท้องต่างก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียง เนื่องมาจากการทำงานของสารล้างไตเอง และข้อเท็จจริงที่ว่ามันสามารถจัดการได้เพียงเสี้ยวเดียวของการทำความสะอาดโดยไตจริงเท่านั้น

อาการเหนื่อยล้า

ผลข้างเคียงที่พบเห็นทั่วไปหลังการล้างไตทุกรูปแบบคืออาการเหนื่อยล้าทั้งวัน โดยอาการดังกล่าวคาดว่าเกิดมาจากเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้:

  • การสูญเสียการทำงานปรกติจากไต
  • ผลกระทบของการฟอกเลือดที่มีต่อร่างกาย
  • ข้อจำกัดด้านอาหารการกินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเลือด
  • ความเครียดและความกังวลของผู้ที่ประสบกับภาวะไตล้มเหลว

คุณสามารถพูดคุยกับนักโภชนาการให้พวกเขาวางแผนการรับประทานอาหารของคุณให้ได้ เพื่อเพิ่มระดับพลังงานที่เหมาะสมกับตัวคุณ

อีกทั้งการออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยประเด็นนี้ได้เช่นกัน โดยอาจจะลำบากเล็กน้อยในช่วงแรก แต่เมื่อร่างกายสามารถปรับตัวได้แล้วการออกกำลังกายจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

การออกกำลังแบบค่อยเป็นค่อยไประดับต่ำไปจนถึงปานกลางนั้นเหมาะสมที่สุด อย่างเช่นการปั่นจักรยาน เดิน วิ่ง หรือว่ายน้ำ โดยแพทย์ผู้รักษาคุณสามารถแนะนำถึงวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณได้

ผลข้างเคียงของการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียม

ความดันโลหิตต่ำ

ความดันโลหิตต่ำเป็นผลข้างเคียงที่พบได้มากที่สุดกับผู้ที่ทำการฟอกเลือดผ่านไตเทียม โดยเกิดมาจากการตกลงของระดับของเหลวระหว่างกระบวนการฟอกเลือดนั่นเอง อาการจากภาวะความดันเลือดตกก็คือคลื่นไส้และวิงเวียนศีรษะ

แนวทางลดความรุนแรงของอาการจากความดันโลหิตต่ำคือพยายามดื่มน้ำตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักโภชนาการ แต่หากอาการยังคงมีอยู่ คุณควรไปปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาจต้องมีการปรับปริมาณของเหลวที่ใช้ระหว่างขั้นตอนการฟอกเลือด

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ผู้ที่ทำการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียมจะมีความเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดสูง (โลหิตเป็นพิษ) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการแทรกแซงของเชื้อแบคทีเรียที่กระจายเข้าไปยังเลือด ภาวะดังกล่าวจะส่งผลทำให้อวัยวะหลายส่วนล้มเหลว

สัญญาณเตือนของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดคือมีไข้สูง (มากถึง 38 องศาเซลเซียส) หรือวิงเวียนศีรษะ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

หากคุณเริ่มมีอุณหภูมิร่างกายสูง ให้รีบติดต่อทีมฟอกเลือดของคุณในทันทีเพื่อขอคำแนะนำ ถ้าคุณเกิดภาวะติดเชื้อจริง คุณจะถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลและรักษาด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะ

ตะคริว

ระหว่างกระบวนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม บางคนอาจมีอาการตะคริวขึ้นมา ซึ่งมักจะเป็นกับขาของพวกเขา คาดกันว่าอาการตะคริวนี้เกิดมาจากการที่กล้ามเนื้อตอบสนองต่อของเหลวที่เสียไประหว่างการฟอกเลือด

หากอาการตะคริวเกิดรุนแรงจนเจ็บปวดให้รีบติดต่อทีมฟอกไตของคุณในทันทีเพื่อขอคำแนะนำที่จะช่วยจัดการกับอาการดังกล่าว

คันผิวหนัง

ผู้เข้ารับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหลายคนมีอาการคันตามผิวหนัง โดยเกิดมาจากการสะสมกันของเกลือแร่ในร่างกายระหว่างการฟอกเลือด

หากมีอาการคันรุนแรงให้รีบติดต่อทีมฟอกไตของคุณในทันที โดยพวกเขามักจะแนะนำให้ใช้ครีมทาผิวเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นขึ้น

ผลข้างเคียงอื่น ๆ

ผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เกิดมาจากการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมีดังนี้:

  • นอนหลับยาก (ภาวะนอนไม่หลับ)
  • ปวดกระดูกหรือข้อต่อ
  • หมดความรู้สึกทางเพศและสมรรถนะทางเพศเสื่อม
  • ปากแห้ง
  • ภาวะกังวล

ผลข้างเคียงของการฟอกเลือดทางช่องท้อง

เยื่อบุช่องท้องอักเสบ

ผลข้างเคียงทั่วไปของการฟอกไตผ่านช่องท้องคือการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผนังเยื่อบุช่องท้อง โดยมักเกิดเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้งานระหว่างการฟอกไตไม่สะอาด

วิธีป้องกันการติดเชื้อที่เยื่อบุช่องท้องคือการทำอุปกรณ์ฟอกไตให้สะอาดอยู่เสมอ โดยคุณจะได้รับการฝึกฝนเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ

สำหรับอาการและสัญญาณของภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบมีดังนี้:

  • ปวดท้อง
  • มีอุณหภูมิร่างกายสูง(หรือมากถึง 38 องศาเซลเซียส)
  • รู้สึกไม่สบาย
  • หนาวสั่น
  • น้ำล้างไตที่ออกมามีสีขุ่น

ให้รีบติดต่อกลับไปยังทีมรักษาของคุณทันที่หากมีอาการที่กล่าวไป

โดยภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบมักรักษาได้ด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะ แต่ถ้ามีการติดเชื้อรุนแรงหรือเป็นซ้ำ ๆ คุณอาจต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแทน

ไส้เลื่อน

ผู้ที่รับการฟอกเลือดผ่านช่องท้องมักมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นไส้เลื่อน เนื่องมาจากการอุ้มของเหลวไว้ในโพรงช่องท้องเป็นเวลาหลายชั่วโมงจะทำให้กล้ามเนื้อท้องต้องออกแรงมาก

โดยอาการของภาวะไส้เลื่อนคือจะมีก้อนอยู่ที่หน้าท้อง โดยก้อนดังกล่าวจะไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ บางกรณีคุณสามารถตรวจพบก้อนดังกล่าวได้จากการตรวจร่างกายกับแพทย์ หรือบางคนจะเห็นก้อนก็เมื่อกำลังไอหรืองอตัว เป็นต้น

การผ่าตัดสามารถรักษาไส้เลื่อนได้ โดยระหว่างการผ่าตัดแพทย์ศัลยกรรมจะยัดเนื้อเยื่อที่หย่อนออกมากลับไปสู่ตำแหน่งเดิมและใช้ตาข่ายสังเคราะห์ยึดผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องเอาไว้

น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

ของเหลวที่ใช้ล้างไตประกอบไปด้วยโมเลกุลน้ำตาล ซึ่งอาจมีบางส่วนถูกร่างกายของคุณดูดซึมเข้าไป ทำให้ปริมาณแคลอรีในหนึ่งวันของคุณเพิ่มขึ้นหลายร้อยแคลอรี

หากคุณไม่ชดเชยแคลอรีที่เพิ่มเข้าไปโดยไม่ตั้งใจนี้ด้วยการออกกำลังกายหรือพยายามลดอาหารแคลอรีสูง มันจะส่งผลทำให้คุณมีน้ำหนักร่างกายที่เพิ่มขึ้น

ถ้าคุณกังวลว่าน้ำหนักของคุณมากเกินไป คุณควรปรึกษากับทีมรักษาฟอกไตของคุณเพื่อให้พวกเขาแนะนำการรับประทานอาหารและออกกำลังกายแก่คุณ

พยายามหลีกเลี่ยงการทานอาหารเสริมที่อ้างว่าจะช่วยลดน้ำหนักให้คุณได้เร็วขึ้นทุกประเภท เนื่องจากสารในอาหารเสริมเหล่านี้อาจเข้าไปรบกวนเคมีของร่างกายคุณ และทำให้คุณรู้สึกไม่สบายได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่