Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,676,357 คน

การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่

แพทย์จะ ทำการตรวจร่างกายเพื่อมองหาสัญญาณและอาการของไข้หวัดใหญ่เสียก่อน และอาจมีการทดสอบเพื่อตรวจหาการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้ขึ้น

การทดสอบส่วนมากจะใช้การทดสอบวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่อย่างรวดเร็วซึ่งจะเป็นการมองหาแอนติเจนจากตัวอย่างที่เก็บจากหลังจมูกหรือคอ การทดสอบเหล่านี้สามารถแสดงผลได้ภายใน 30 นาทีหรือน้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้เถรตรงเสมอไป แพทย์อาจทำการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่จากอาการอีกทีแม้ว่าผลการทดสอบจะออกมาเป็นลบก็ตาม

สำหรับการทดสอบไข้หวัดใหญ่ที่เถรตรงกว่าจะมีขึ้น ณ โรงพยาบาลไม่กี่แห่งเท่านั้น

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่

โดยทั่วไปแล้วแค่การพักผ่อนบนเตียงนอนสบาย ๆ และดื่มน้ำมาก ๆ ก็สามารถรักษาไข้หวัดใหญ่ได้แล้ว แต่ในบางกรณีแพทย์อาจจ่ายยาต้านไวรัสมาให้ด้วยก็ได้ หากทานยาเร็วหลังจากที่คุณสังเกตเห็นอาการ ยาจะช่วยลดระยะเวลาเป็นไข้ลงได้ และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้อีกด้วย

ยาโอเซลทามิเวียร์เป็นยาทานเข้าปาก ส่วนยาซานามิเวียร์เป็นยาสูดที่ต้องใช้เครื่องช่วยที่รูปร่างคล้ายเครื่องสูดสำหรับผู้ป่วยหอบหืด และไม่ควรนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้ซ้ำกับผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ

ผลข้างเคียงจากยาต้านไวรัสอาจมีทั้งอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้จะลดลงหากทานยาร่วมกับอาหาร ยาโอเซลทามิเวียร์จะเกี่ยวพันกับอาการเพ้อและพฤติกรรมทำร้ายตัวเองของวัยรุ่น

นักวิจัยบางท่านแนะนำให้มีการศึกษาการใช้ยาเหล่านี้เพิ่มเติมเนื่องจากมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบที่มีนอกเหนือจากการลดเวลาเป็นไข้ งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่ายาเหล่านี้สามารถช่วยลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนได้ ส่วนทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคก็ได้แนะนำการใช้ยาเหล่านี้กับผู้ป่วยบางกลุ่มอยู่

ความกังวลอีกประเด็นคือไข้หวัดใหญ่เริ่มดื้อต่อยาโอเซลทามิเวียร์ อะมานทาดิน และริมานทาดิน ซึ่งนับเป็นยาต้านไวรัสที่มีอายุมากแล้ว

หากคุณเริ่มเป็นไข้ แนวทางต่อไปนี้สามารถบรรเทาอาการของโรคได้:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ : เลือกดื่มน้ำเปล่า น้ำผลไม้ หรือซุปอุ่น ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • พักผ่อนให้มาก: การนอนหลับพักผ่อนจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในการต่อสู้กับโรคภัยเช่นกัน
  • เลือกใช้ยาบรรเทาปวด: การใช้ยาบรรเทาปวดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาอย่างอิบูโพรเฟน อะเซทามินโนเฟน แต่ห้ามใช้ยาแอสไพรินกับเด็กหรือวัยรุ่นเด็ดขาดเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อ Reye's syndrome ที่แม้จะหายากแต่ก็เป็นภาวะที่อันตราย

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป