Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
มะเร็งและโรคร้าย

การวินิจฉัยโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 10 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
การวินิจฉัยโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ

เมื่อคุณเริ่มมีอาการเริ่มต้นของโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ เช่น มืออ่อนแรง จับสิ่งของไม่กระชับ มักไม่ปวด โดยอาการของโรคจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ขอแนะนำให้คุณไปพบแพทย์

ภายหลังการตรวจร่างกายโดยแพทย์ในเบื้องต้นแล้ว คุณอาจถูกส่งต่อไปพบแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท (neurologist) เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการวินิจฉัยโรค

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

การวินิจฉัยโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการอาจทำได้ยากในช่วงระยะแรกของการเป็นโรค เพราะอาการหลายอาการในระยะแรกของโรคสามารถเกิดจากโรคอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น:

  • เส้นประสาทถูกกดทับ- การสึกหรอของกระดูกภายในกระดูกสันหลังบางครั้งอาจเป็นสาเหตุให้เส้นประสาทถูกหนีบหรือถูกกดทับอยู่ภายใต้กระดูกสันหลัง
  • ปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy)-คือสภาวะที่มีความเสียหายเกิดขึ้นที่ระบบประสาทบางส่วน อันเนื่องมาจากโรคอื่นๆ โดยโรคที่เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2

การตรวจโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการในระยะเริ่มต้น

โรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการมักได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยา โดยอาศัยข้อมูลอาการของผู้ป่วยร่วมกับการตรวจร่างกายโดยแพทย์

ไม่มีการทดสอบเพียงการทดสอบเดียวสำหรับการวินิจฉัยโรคนี้ แต่โดยทั่วไปมักวินิจฉัยโรคนี้ได้จากอาการของผู้ป่วยที่เด่นชัดร่วมกับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

มีการทดสอบอื่นๆ อีกหลายการทดสอบที่จะช่วยแยกโรคอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการที่ผู้ป่วยเป็น โดยการทดสอบอื่นๆ ได้แก่:

  • การตรวจเลือด-การตรวจเลือดมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่น ตรวจหน้าที่การทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ต่อมไทรอยด์ว่าทำงานปกติหรือไม่ หรือเพื่อตรวจดูสารบ่งชี้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง (สารชื่อ creatinine kinase)
  • การตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging (MRI) scan)-เป็นการตรวจเพื่อให้ได้ภาพภายในสมองและไขสันหลัง
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (electromyography (EMG))-เป็นการวัดคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อว่าระบบประสาทสั่งการทำหน้าที่ได้ดีตามปกติหรือไม่
  • การตรวจการชักนำประสาท (nerve conduction test)-คล้ายกับการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) แต่จะเป็นการวัดความเร็วในการชักนำสัญญาณไฟฟ้าของเส้นประสาท
  •  การเจาะน้ำไขสันหลัง (lumbar puncture)-คือการเจาะเอาน้ำไขสันหลังไปตรวจว่าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของเส้นประสาทหรือไม่
  • การนำชิ้นกล้ามเนื้อไปตรวจ (muscle biopsy)-ในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจมีการนำตัวอย่างชิ้นเนื้อจากผู้ป่วยไปตรวจดูว่ามีปัญหาเกิดขึ้นภายในกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทหรือไม่

การยืนยันการวินิจฉัย

มีสาเหตุหลายประการที่อาจมีความล่าช้าในการวินิจฉัยโรคนี้ อาจเป็นไปได้ว่าอาการในระยะแรกอาจไม่ได้ร้ายแรงมาก หรืออาจไม่ได้คิดว่าอาการดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับระบบประสาท ทำให้ไม่ได้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยาในช่วงแรก

ในบางครั้งสามารถวินิจฉัยโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องอาศัยการตรวจใดๆ เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในการยืนยันการวินิจฉัยโรคบางครั้งอาจใช้เวลานาน แม้จะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาก็ตม เพราะต้องใช้เวลาในการสังเกตอาการที่นานพอเพื่อให้เกิดความมั่นใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อาการของโรคลุกลามอย่างช้าๆ โรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการสามารถให้การวินิจฉัยได้เฉพาะในกรณีที่อาการของผู้ป่วยแย่ลงอย่างชัดเจน (โรคมีการลุกลามแย่ลง)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ

การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการจะทำให้เกิดปัญหาทางอารมณ์ได้ โดยถือเป็นเรื่องที่ยากในช่วงแรกที่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ ผู้ป่วยหลายคนที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคนี้จะมีอาการที่เกี่ยวข้องกับความเศร้าโศกเสียใจ ได้แก่:

  • การปฏิเสธ, ไม่ยอมรับ- คุณอาจไม่เชื่อในการวินิจฉัยของแพทย์ และคิดว่าคุณไม่ได้เป็นอะไรเลย หรือคิดว่าแพทย์ให้การวินิจฉัยผิดพลาด
  • รู้สึกโกรธ-คุณอาจรู้สึกโกรธเพื่อน ครอบครัว หรือบุคลาการทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณรู้สึกว่าการวินิจฉัยโรคของคุณช้าเกินควร
  • การเจรจาต่อรองกับแพทย์-ในผู้ป่วยระยะท้ายๆ ของโรคอาจพยายามที่จะเจรจากับแพทย์ โดยขอให้แพทย์ให้การรักษาใดๆ ก็ได้เพื่อช่วยยืดอายุของผู้ป่วย
  • ซึมเศร้า-คุณอาจรู้สึกขาดความสนใจในชีวิต และรู้สึกว่าสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่นั้นสิ้นหวัง
  • การยอมรับ-หมายถึงคุณยอมรับการวินิจฉัย และได้ผ่านช่วงที่ซึมเศร้าไปแล้ว ซึ่งคุณจะเริ่มต้นวางแผนถึงช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณ

ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ การพูดคุยกับผู้ให้คำปรึกษาหรือจิตแพทย์อาจช่วยให้คุณต่อสู้กับความรู้สึกซึมเศร้าและความรู้สึกวิตกกังวลได้

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะมีความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของตัวคุณเองหลังได้รับการวินิจฉัย แม้ว่าผู้ป่วยโรคนี้จำนวนน้อยมากที่จะทำเช่นนี้ และคุณไม่ควรกังวลเกี่ยวกับการพูดคุยปรึกษากับแพทย์ในประเด็นนี้

การรับประทานยาต้านซึมเศร้าหรือยาลดอาการวิตกกังวลอาจมีประโยชน์เพื่อช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลาที่เศร้าโศกเสียใจไปได้ และทีมแพทย์ที่ดูแลคุณจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/brain-nerves-and-spinal-cord/motor-neurone-disease-mnd#diagnosis  


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป