ไข้เด็งกี่ (บางทีสับสนกับไข้เลือดออก) คืออะไร?


โรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะนี้เริ่มพบได้มากขึ้นทั่วโลก

ไข้เด็งกี่ คือ โรคติดเชื้อที่อาจมีอาการรุนแรงถึงแก่ชีวิต อาการคล้ายหวัด หรือไม่แสดงอาการเลย โดยช่วงทศวรรษที่ผ่านมาพบรายงานผู้การติดเชื้อเดงกี่ออกเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เชื้อเดงกี่สามารถแบ่งเป็นชนิดย่อย 4 ชนิด เราสามารถติดเชื้อแต่ละชนิดได้เพียงครั้งเดียว แต่ภูมิที่สร้างขึ้นไม่สมบูรณ์ ทำให้คุณยังสามารถติดเชื้อกลุ่มอื่นได้ โดยความเสี่ยงในการติดเชื้อไข้เลือดออกขั้นรุนแรงจะเพิ่มขึ้นในแต่ละครั้งที่ติดเชื้อ ไข้เลือดออกมีพาหะเป็นยุงชนิดเดียวกับที่เป็นทำให้เกิดการระบาดของเชื้อซิก้าไวรัส ทำให้เกิดไข้เหลืองได้อีกด้วย

ไข้เด็งกี่เกิดจากอะไร?

ไวรัสที่ทำให้เกิดไข้เลือดออกมียุงเป็นพาหะ โดยเฉพาะพันธุ์ Aedes aegypti และบางครั้งก็จะเป็น Aedes albopictus

ยุงสายพันธุ์ Aedes มักพบได้ทั้งในเมืองและแถวนอกเมืองตาม และชอบขยายพันธุ์ตามภาชนะที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ยางรถยนต์ กระถางดอกไม้ และน้ำภายในบ้าน

ยุง Aedes albopictus ถูกขนส่งไปอเมริกาเหนือและยุโรปผ่านผลิตภัณฑ์จำพวกยางรถเก่าใช้แล้ว และกิ่งไผ่นำโชค

ยุงพวกนี้สามารถมีชีวิตได้ในที่อุณหภูมิติดลบ ทำให้ง่ายต่อการแพร่พันธุ์ในเมืองหนาว

ความชุกของโรค

ก่อนปี 1970 มีเพียง 9 ประเทศเท่านั้นที่พบการระบาดของเดงกี่ที่รุนแรง ปัจจุบันโรคนี้มีการแพร่หลายไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ประชากรโลกประมาณครึ่งหนึ่งมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเด็งกี่ โดยผู้ติดเชื้อเด็งกี่ชนิดรุนแรงประมาณ 500,000 คน จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลทุกปี อัตราการเสียชีวิตของโรคนี้คือประมาณ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกาะฮาวายก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อเด็งกี่ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2015 ถึงเดือนมีนาคม ปี 2016 รวมทั้งสิ้น 264 เคสที่รายงานไว้

อาการแสดงของไข้เด็งกี่

ไข้เด็งกี่มักแสดงอาการระหว่าง 3-14 วันหลังถูกยุงมีเชื้อกัด

อาการที่มักเกิดขึ้น ได้แก่

  • ไข้
  • ปวดหัว และเจ็บบริเวณหลังตา
  • เจ็บกล้ามเนื้อและข้ออย่างมาก (กลายเป็นที่มาของชื่อ โรคไข้ปวดกระดูก)
  • เหนื่อยสาหัส
  • ผื่นขึ้น 2-5 วันหลังเป็นไข้
  • อาจมีเลือดออกจากผิดหนัง หรือทางจมูก
  • อุจจาระสีเลือด หรือมีเลือดประจำเดือนมามากเป็นพิเศษ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อาการทางระบบหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ และจมูกตัน

อาการเหล่านี้มันคงอยู่ประมาณ 3-7 วันหลังไข้ขึ้น หลังไข้ขึ้น คนมักจะมีอาการดีขึ้นหรือไม่ก็แย่ลงสุดๆ ทำให้เป็นโรคติดเชื้อเดงกี่ชนิดรุนแรง

แนวทางการรับมือโดยองค์กรอนามัยโลก กล่าวว่าอาการใด ๆ ต่อไปนี้ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อเด็งกี่ชนิดรุนแรง เรียกว่า ไข้เลือดออก

  • ปวดท้อง หรือกดเจ็บที่ท้อง
  • อาเจียนต่อเนื่อง
  • เฉื่อยช้า หรือกระสับกระส่าย
  • เลือดออกตามเหงือก หรือมีเลือดกำเดา
  • ตับโต
  • มีของเหลวสะสมในปอด หรือในท้อง (สังเกตได้จากฟิล์เอ็กซเรย์ หรือทำอุลตร้าซาวน์)

ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก เป็นการติดเชื้อเดงกี่แบบรุนแรงที่สุด โดยจะมีลักษณะสำคัญทางคลินิก 4 แบบ ได้แก่

  • มีการซึมผ่านของผนังหลอดเลือดมากขึ้น ทำให้มีพลาสมารั่วไปตามเนื้อเยื่อรอบ ๆ และเลือดข้นขึ้นจากการขาดพลาสมาในหลอดเลือด
  • มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
  • มีไข้นาน 2-7 วัน
  • กดเจ็บบริเวณที่มีเลือดออก

อาการที่เป็นอันตรายถึงชีวิตของไข้เลือดออกไม่ใช่การเสียเลือดจากเลือดออก แต่เป็นการการเสียของเหลวภายในหลอดเลือดไปยังเนื้อเยื่อรอบ ๆ ต่างหาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ไม่เพียงแต่ของเหลวจะไปสะสมในบริเวณที่ไม่ควรอยู่ แต่ของเหลวในหลอดเลือดจะไม่มีเหลือเพียงพอให้เลือดไหลเวียนได้ดีด้วยภาวะที่มีการสูญเสียความสามารถในการไหลเวียนของเลือดที่ดี เรียกว่า ภาวะช็อก เป็นภาวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต อาจทำให้เกิดปัญหาทางกับปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย และภาวการณ์ทำงานของอวัยวะล้มเหลว การรักษาภาวะช็อคจำเป็นต้องได้รับการพยาบาลในห้องฉุกเฉินเพื่อการติดตามใกล้ชิดและเพื่อให้ยาที่เพิ่มความดันเลือดให้กลับมาอยู่ในช่วงปกติ

ผู้ติดเชื้อเดงกี่ที่มีภาวะช็อกร่วมด้วยจะเรียกว่า เดงกี่ช็อคซินโดรม (Dengue Shock Syndrome: DSS)

การรักษาไข้เด็งกี่

เช่นเดียวกับการรักษาโรคจากไวรัสทั่วไป ทางเลือกในการรักษาเด็งกี่คือการรักษาตามอาการ อาจให้ยาแก้ปวดที่ไม่ทำให้เลือดไหลมากขึ้น เช่น ไทลินอล (Acetamenophen)

การให้สารน้ำทางหลอดเลือดอาจให้เพื่อป้องกันภาวะช็อก แต่ต้องตรวจสอบเลือดให้แน่ใจก่อนว่าการให้สารน้ำจะไม่ทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลง

วัคซีนสำหรับไข้เด็งกี่

Dengvaxia เป็นวัคซีนตัวแรกสำหรับไข้เด็งกี่ที่ผลิตขึ้นใช้ในประเทศเม็กซิโกในปี 2015 วัคซีนเชื้อเป็นชนิดนี้ครอบคลุมเชื้อเด็งกี่ทั้ง 4 ชนิด และจะให้ในคนอายุ 9-45 ปี ชุดละ 3 โดส วัคซีน Dengvaxia สามารถป้องกันการเกิดไข้เด็งกี่ได้ประมาณ 49 เปอร์เซ็นต์ แต่วัคซีนตัวนี้ยังไม่มีใช้ในสหรัฐอเมริกา

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+ คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ