Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
นพ. วรพันธ์ พุทธศักดา
บั้นปลายชีวิต

11 แนวทางจากองค์การอนามัยโลก ป้องกันภาวะ "สมองเสื่อม"

แนวทางการป้องกันโรคสมองเสื่อมจากองค์การอนามัยโลก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 911,945 คน

11 แนวทางจากองค์การอนามัยโลก ป้องกันภาวะ "สมองเสื่อม"

สมองเสื่อม นับเป็นโรคที่มักเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอันตรายได้ เช่น หลงลืม เดินออกจากบ้านแล้วกลับไม่ถูก จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางป้องกันโรคสมองเสื่อม เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรค

สมองเสื่อม คืออะไร?

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หมายถึงกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง ทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านสติปัญญา ความคิด ความจำบกพร่อง หลงลืม ทั้งความจำระยะสั้นและระยะยาว การตัดสินใจผิดพลาด มีปัญหาในการพูด พูดซ้ำๆ ไม่เข้าใจคำพูดไม่สามารถปฏิบัติงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ สับสนเรื่องเวลา สถานที่ บุคคล มีความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม อาการเหล่านี้มีผลกระทบทำให้ไม่สามารถทำงานหรืออยู่ในสังคมได้อย่างปกติ

ทั้งนี้จากผลสำรวจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยการตรวจร่างกายในปี 2557 พบภาวะสมองเสื่อมถึง 8.1% ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คาดว่ามีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั่วประเทศประมาณ 8 แสนกว่าคน โดยผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย

สาเหตุของสมองเสื่อม

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ พบได้หลายสาเหตุดังนี้

  1. เกิดจากการเสื่อมสลายของเนื้อสมอง ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
  2. เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบตัน แข็งตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ลดลง จนไม่เพียงพอกับการใช้งาน ส่งผลให้เนื้อสมองตาย มักพบในผู้ป่วยกลุ่มที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่มีระดับไขมันคอเลสเตอรอลสูงหรือผู้ที่สูบบุหรี่
  3. เกิดจากการติดเชื้อในสมอง ทําให้เกิดการอักเสบในสมอง และทำลายเนื้อสมอง เช่น ไวรัสสมองอักเสบญี่ปุ่น (Japanese encephalitis) หรือเชื้อไวรัสจากวัวหรือโรควัวบ้า เป็นต้น
  4. เกิดจากการขาดสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามิน เช่น วิตามินบี 1 ซึ่งมักพบในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หนัก เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือขาดวิตามินบี 12 ซึ่งพบในผู้ที่รับประทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด หรือผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งทำหน้าที่ดูดซึมวิตามินบี 12
  5. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบการเผาผลาญของร่างกาย เช่น การทํางานผิดปกติของต่อมไทรอยด์ การทํางานผิดปกติของตับหรือไตทำให้ของเสียคั่งในร่างกาย ส่งผลให้สมองไม่สามารถสั่งการได้ตามปกติ ถ้าเป็นนานเข้า อาจจะทําให้ผู้ป่วยมีอาการสมองเสื่อมได้
  6. เกิดจากการถูกกระแทกที่ศีรษะ ทำให้เนื้อสมองเกิดความเสียหาย อาจพบในกลุ่มนักกีฬา เช่น นักมวย
  7. เกิดจากเนื้องอกในสมอง

สมองเสื่อมรักษาได้ไหม?

โรคสมองเสื่อม มีทั้งที่รักษาแล้วได้ผลดี และรักษาไม่หาย โดยสาเหตุที่เกิดจากการเสื่อมของเนื้อสมองจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีวิธีที่ช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้ โดยมีวิธีการรักษา 2 รูปแบบหลักๆ คือ

  • การใช้ยา ยาในกลุ่มที่ไปยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาทอะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) เช่น โดเนเพซิล (Donepezil) ไรวาสติกมีน (Rivastigmine) เป็นต้น
  • การรักษาทางด้านจิตใจ เช่น การบำบัดด้วยการกระตุ้นการรู้คิด การเข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะ เช่น เล่มเกม อ่านหนังสือ เป็นต้น

แนวทางป้องกันสมองเสื่อมจากองค์การอนามัยโลก

  1. ออกกำลังกาย ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที ต่อสัปดาห์ เช่น ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ หรือทำงานบ้าน
  2. เลิกสูบบุหรี่
  3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นรับประทานผัก ปลา และผลไม้
  4. ไม่จำเป็นต้องรับประทานวิตามิน เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าช่วยลดความเสี่ยงการเกิดสมองเสื่อม
  5. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  6. ฝึกสมอง มีการศึกษาบางชิ้นชี้ว่าการเล่นอักษรไขว้ และเกมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ อาจเป็นประโยชน์ต่อสมอง
  7. เข้าสังคม แม้จะไม่มีหลักฐานว่าจะหยุดยั้งหรือชะลอการเกิดสมองเสื่อมได้ แต่การได้พบปะเพื่อนฝูง ก็ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและใจดีขึ้น
  8. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  9. ควบคุมความดันโลหิต เพราะการเกิดสมองเสื่อมนั้นเกี่ยวพันกับอาการความดันสูงด้วย
  10. หากเป็นโรคเบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย
  11. ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล เพราะหากสูงเกินไปจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม

แม้ว่าโรคสมองเสื่อม จะไม่ได้เป็นภาวะที่ร้ายแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ก็ถือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตอย่างมาก ผู้ดูแลจำเป็นต้องใช้ความรัก ความเข้าใจ และความอดทนในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรค โดยแนวทางการปฏิบัติตัวที่องค์การอนามัยโลกแนะนำมานี้ น่าจะมีส่วนช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมลงได้มาก


ที่มาของข้อมูล

กรมสุขภาพจิต, กรมสุขภาพจิต เผยผู้สูงวัยไทย“สมองเสื่อม” 8 แสนกว่าคน (https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27994), 18 มิถุนายน 2561

ศินาท แขนอก, ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ (https://www.dmh.go.th/downloadportal/morbidity/dementia.pdf)

จักรกฤษณ์ สุขยิ่ง, ภาวะสมองเสื่อม (https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/public/pdf/Dementia.PDF)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป