การดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

หกล้ม

ผู้ป่วยสมองเสื่อมในแต่ละระยะจะมีความเสี่ยงของการหกล้มเพิ่มขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ ได้ ดังนี้

ระยะที่มีความรุนแรงน้อย ผู้ป่วยอาจหงุดหงิดต้องการทำอะไรเอง ต้องการทำให้ได้ดั่งใจและรวดเร็ว โดยไม่รับรู้ถึงสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป หรือไม่รับรู้ถึงการที่เดินได้ไม่ปกติของตนเอง เดินช้า เอื้อมหยิบจับวัตถุได้ช้าลง ไม่สามารถทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ถ้าผู้ป่วยเกิดภาวะซึม สับสนเฉียบพลัน อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือจากยาบางชนิด ความเสี่ยงในการหกล้มยิ่งสูงมากขึ้น

ระยะรุนแรงปานกลาง ผู้ป่วยสูญเสียการประสารงานกันของการเคลื่อนไหวมากขึ้น เริ่มดูแลตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันไม่ได้ ไม่สามารถรับรู้ถึงอันตรายของสิ่งแวดล้อมได้ เช่น พื้นลื่น พื้นไม่สม่ำเสมอ ในเวลากลางคืนอาจมีอาการสับสน ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด และหาตำแหน่งที่เปิดไฟไม่พบ หรืออาจเกิดในผู้ป่วยที่มีอาการพลุ่งพล่านพระวนกระวาย เดินออกนอกบ้านอย่างไร้จุดหมาย ไม่สามารถแสดงออกถึงอาการที่ทำให้เสี่ยงต่อการหกล้มได้ เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันลดลงเมื่อลุกยืน

ระยะที่มีความรุนแรงมาก ผู้ป่วยมีปัญหาในด้านการเคลื่อนไหวมากขึ้นเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ มีปัญหาเดินลำบาก และไม่สามารถสื่อสารได้ดีกับผู้ดูแลที่ให้คำแนะนำในการเดิน

การป้องกันการหกล้มในผู้ป่วยสมองเสื่อมอาจทำได้โดย

  • แพทย์ผู้ดูแล ประเมินการทรงตัวและการเดิน ความดันลดลงในท่าลุกยืน ข้อ กำลัง กล้ามเนื้อ และการมองเห็น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจเพิ่มการหกล้มได้ เช่น
    • ยานอนหลับจะทำให้ง่วง เสียการทรงตัว
    • ยา alpha 1-blocker ซึ่งอาจทำให้ความดันลดลงในท่าลุกยืน
    • ยาขับปัสสาวะ เนื่องจากผู้ป่วยอาจขาดสารน้ำ มีความดันลดลงในท่าลุกยืน หรือต้องลุกไปปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน
    • ยาที่อาจทำให้เกิดอาการพาร์คินสัน เช่น ยาต้านโรคจิต
    • ภายในบ้านที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการหกล้ม เช่น ลักษณะพื้นบ้าน แสงไฟ ห้องน้ำและห้องสุขา บันได ห้องนอน ห้องครัว เฟอร์นิเจอร์ สัตว์เลี้ยง
  • แนะนำญาติเรื่องการป้องกันการหกล้ม โดยแนะนำการปฏิบัติตัวและการจัดสิ่งแวดล้อม
  • เตรเตรียมอุปกรณ์ช่วยในการเดินไว้ใกล้ ๆ
  • ควควรให้ผู้ป่วยได้เคลื่อนไหว และส่งเสริมให้ทำกิจกรรมเท่าที่ทำได้
  • เข้าไปหาผู้ป่วย ถ้าเห็นผู้ป่วยจะเริ่มเดินโดยไม่มีผู้ดูแลอยู่ใกล้ ๆ
  • หากผู้ป่วยมีอาการสับสน หรือการทรงตัวไม่ดี อย่าให้เดินโดยลำพัง

เร่ร่อนออกจากบ้าน หลงทาง หายสาบสูญ

ผู้ป่วยอาจเดินเร่ร่อนออกนอกบ้านหรือเดินไปมาในบ้านได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากภาวะทางกายบางอย่าง หิว กระหาย ต้องการเข้าห้องน้ำ ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือบางคนมีอาการเจ็บปวดบางอย่างแต่ไม่สามารถสื่อแสดงถึงอาการปวดได้ แต่แสดงออกมาโดยการเดินวุ่นวาย การเดินไปมา ถ้าเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ อาจเกิดจากมีความผิดปกติทางกายที่ทำให้เกิดอาการสับสนเฉียบพลัน เช่น มีการติดเชื้อในร่างกาย ได้ยาบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการสับสน

การเดินไปมาอาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยจำไม่ได้ ลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ถามหาบ้าน ถามหาครอบครัวและพยายามออกหา หรือเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีปัญหาในด้านการสื่อสาร ไม่เข้าใจภาษา หรือไม่สามารถบอกเล่าให้ใครเข้าใจถึงความต้องการของตนเอง จึงต้องออกเดินหาสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการ

สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยออกเดิน ได้แก่ อาจมีอาการเห็นภาพหลอนหรือหูแว่วจึงเดินออกนอกบ้านตามเสียงหรือภาพที่เห็นหรือหลงผิดอะไรบางอย่างทำให้เดินออกนอกบ้านไป หรือมีสิ่งแวดล้อมภายในบ้านที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ชอบ เช่น สิ่งแวดล้อมที่อึกทึก ร้อนหรือหนาวเกินไป ทำให้ผู้ป่วยไม่อยากอยู่ในสภาพนั้น ๆ หรืออาจเกิดจากปัญหาในการดูแลผู้ป่วย เช่นผู้ป่วยถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว หรือไม่ชอบผู้ดูแลจึงพยายามหลีกหนี

การแก้ไขการออกนอกบ้านโดยไม่มีจุดหมาย เพื่อป้องกันการหลงทาง หายสาบสูญ ได้แก่

  • หาสาเหตุทางกายที่มากระตุ้น หรือจากภาวะทางจิตใจ เพื่อให้การรักษาที่เหมาะสม
  • ผู้ป่วยที่เดินเพราะมีพลังงานเหลือเก็บมาก จึงแสดงการระบายออกโดยเดินหรือออกนอกบ้าน ในกรณีนี้อาจให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมที่ได้ออกกำลังกาย เช่น ทำสวน เดิน ทำงานบ้าน เต้นรำ กายบริหาร
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลอดภัย ไม่อึกทึกเกินไป
  • พยายามให้ผู้ป่วยมีอะไรทำ เช่น พับผ้า ล้างผัก ให้อาหารสัตว์ เล่นกับสัตว์ หรือถ้าผู้ป่วยชอบรื้อลิ้นชัก ก็ให้ใส่ของที่ผู้ป่วยสนใจอยู่เป็นจำนวนมากไว้ในลิ้นชัก จะทำให้ผู้ป่วยคิดเรื่องการออกนอกบ้านหรือเดินไปมาในลดลง
  • ติดป้ายหรือสัญลักษณ์ “หยุด” หรือ “ห้ามเข้า” ไว้ที่ประตู
  • ซ่อนลูกบิดประตูไม่ให้เห็นชัดเกินไป เช่น เอาม่านมาบัง หรือใช้ผ้าสีเดียวกับประตูมาหุ้ม
  • บางรายที่ไม่กลัวภาพในกระจกว่าเป็นคนแปลกหน้า อาจวางกระจกไว้ที่ใกล้ประตู  เนื่องจากผู้ป่วยอาจมองประจกและถูกภาพในกระจกดึงดูดความสดใจ
  • ติดภาพธรรมชาติหรือภาพนอกบ้านไว้ที่ฝาผนัง อาจทำให้ผู้ป่วยมองภาพนั้นและไม่อยากออกไปอีก
  • เก็บสิ่งที่อาจกระตุ้นการออกนอกบ้านออกห่างจากสายตา เช่นกุญแจ
  • การขัดขวางการเดินออกนอกบ้านต้องทำอย่างระมัดระวัง กาจให้คนเดินตามหรือพยายามดึงความสนใจผู้ป่วยไปสู่เรื่องอื่น หากิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
  • ถ้าผู้ป่วยอาการยังไม่มาก ยังพออ่านและเข้าใจได้ให้พกกระดาษที่เขียนบอกไว้ว่าให้ผู้ป่วยทำอย่างไรเมื่อหลงทาง และให้คนที่พบรู้ว่าควรติดต่อกลับไปที่หาผู้ดูแลที่ใด
  • ใส่สร้อยข้อมือที่มีชื่อ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับในกรณีที่ผู้ป่วยหลงทาง
  • ปักชื่อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้บนเสื้อผู้ป่วยที่จะใส่ออกจากบ้าน
  • มีรูปของผู้ป่วยที่ถ่ายไว้ล่าสุด เพื่อใช้ในการติดตามผู้ป่วยในกรณีเกิดหลงทาง
  • ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้เป็นหูเป็นตา
  • ถ้าผู้ป่วยมีความหลงผิดหรือเห็นภาพหลอนที่ทำให้ผู้ป่วยอยากออกนอกบ้าน อาจจำเป็นต้องใช้ยารักษา

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในห้องครัว

ได้แก่ ลืมปิดเตาแก๊ส ของมีคมบาด ในปัจจุบันมีอุปกรณ์เครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยลดอันตรายในห้องครัวที่อาจเกิดกับผู้ป่วยได้ เช่น หัวเตาแก๊สตั้งเวลา กาต้มน้ำตัดไฟอัตโนมัติ สัญญาดักควันไป

กินสิ่งที่กินไม่ได้

เช่น เนื้อสัตว์ดิบ ฟองน้ำ อาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร ควรเอาสิ่งที่ผู้ป่วยหยิบกินให้พ้นสายตา หรือถ้าเกิดจากการที่ผู้ป่วยหิว ควรเตรียมอาหารไว้ ให้ผู้ป่วยมองเห็นและหยิบกินได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "รู้จริงและเข้าใจ สุขภาพผู้สูงวัยและภาวะสมองเสื่อม" โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ระบบประสาท และภาวะสมองเสื่อม ปรับปรุงและเพิ่มเติมเนื้อหาจากหนังสือ "สุขภาพดีสมใจ ในวัยสูงอายุ" จากสำนักพิมพ์ซีเอ็ด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่