แนวทางการดูแลปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ในผู้ป่วยสมองเสื่อม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

การป้องกันปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ในผู้ป่วยสมองเสื่อม

1. ทบทวนปัญหาสุขภาพและยาของผู้ป่วย อาการเจ็บป่วยทางกายอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการพลุ่งพล่านกระวนกระวาย (agitation) เกิดขึ้นได้ เช่น อาการเจ็บปวด ท้องผูก ติดเชื้อ ขาดสารน้ำและอาหาร จึงควรทบทวนปัญหาสุขภาพรวมถึงยาของผู้ป่วย ที่อาจทำให้เกิดอาการด้านพฤติกรรมและอารมณ์เกิดขึ้นได้

2. ทำความเข้าใจภาวะสมองเสื่อม ถึงความต้องการของผู้ป่วยไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้สำหรับผู้ป่วยทุกราย ควรทำความเข้าใจว่าปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของการสารสื่อประสาทในสมอง หรือตัวกระตุ้นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

3. หาสิ่งกระตุ้นและเฝ้าระวังอาการเริ่มแรกของปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ในผู้ป่วยสมองเสื่อม ตัวกระตุ้นที่ควรค้นหา คือ อาการเจ็บปวด ขาดสารอาหาร และสารน้ำ ความเครียด หงุดหงิด อารมณ์หรือความระแวงสงสัย การถูกทารุณกรรม หรือถูกปล่อยปละละเลย พึงยึดหลัก ABC กล่าวคือ

  • Antecedent: สาเหตุของการกระตุ้นปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์
  • Behavior: อาการของพฤติกรรมและอารมณ์ที่เกิดขึ้น
  • Consequence: ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและใครเป็นผู้ได้รับผลกระทบ

4. ดูแลผู้ป่วยโดยให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ควรทำความเข้าใจประสบการณ์ในอดีตของผู้ป่วย งาน งานอดิเรก ครอบครัว สิ่งแวดล้อมและความเชื่อ สิ่งที่ผู้ป่วยชอบและไม่ชอบ คำถามที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ได้แก่

  • ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีเกียรติและด้วยความเคารพหรือไม่
  • เราทราบถึงรายละเอียดของผู้ป่วยในด้าน ประวัติ การดำเนินชีวิต วัฒนธรรม การปฏิบัติและความเชื่อ สิ่งที่ชอบและไม่ชอบหรือไม่
  • ผู้ดูแลได้พยายามมองผู้ป่วยจากมุมมองของผู้ป่วยเองแล้วหรือไม่
  • ผู้ป่วยได้มีโอกาสในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือไม่
  • ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการกระตุ้นและทำสิ่งที่เพลิดเพลินใจหรือไม่
  • ครอบครัวและผู้ดูแลผู้ป่วยได้รับการแนะนำและคำปรึกษา เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมและการดูแลแล้วหรือไม่
  • การวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้แสดงถึงการสื่อสารกับผู้ป่วยและศักยภาพในการทำสิ่งต่างๆของผู้ป่วยหรือไม่

5. การปรับสิ่งแวดล้อม ควรมีแนวทางในการปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ดังนี้

  • ผู้ป่วยสามารถรับรู้สิ่งรอบตัวว่าเป็นบ้านของผู้ป่วยหรือไม่ มีสิ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยจำได้ว่าเป็นบ้านของตนเองหรือไม่
  • ถ้าผู้ป่วยยังเดินได้ ผู้ป่วยสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระหรือไม่ สามารถออกไปพื้นที่นอกบ้านหรือไม่ มีการระมัดระวังการเดินเตร่ออกนอกบ้านและหลงทางหรือไม่
  • ถ้าผู้ป่วยเดินไม่ได้แล้วแต่นั่งในรถเข็นหรือนอนอยู่กับเตียงผู้ป่วยอยู่ในท่านั้นๆอย่างสุขสบายหรือไม่ และมีแผลกดทับหรือไม่ ได้ป้องกันการเกิดแผลกดทับแล้วหรือไม่
  • เปิดรายการทีวีหรือวิทยุที่ผู้ป่วยคุ้นเคยและรู้สึกเพลิดเพลินหรือไม่
  • สภาพอากาศ อุณหภูมิ กลิ่น เสียงและแสง เหมาะสมหรือไม่
  • อุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยผู้ป่วยในการสื่อสารและเคลื่อนไหว เช่น แว่นตา เครื่องช่วยฟัง ไม้เท้า มีพร้อมหรือไม่ และใช้งานได้ดีหรือไม่
  • ผู้ป่วยหิวหรือไม่ ผู้ป่วยบางรายอาจลืมกินอาหาร
  • มีสิ่งช่วยเตือน วัน เวลาและสถานที่แก่ผู้ป่วยหรือไม่ เช่น นาฬิกา ปฏิทิน รูปภาพเก่าๆ
  • ผู้ป่วยมีโอกาสหกล้มหรือไม่ ได้ปรับสภาพแวดล้อม พื้นบ้าน ห้องน้ำ แสงสว่าง ให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการหกล้มแล้วหรือไม่
  • สิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย เช่น ของมีคม เตาแก๊ส สารเคมี ได้มีการเก็บให้พ้นสายตาและระยะเอื้อมถึงแล้วหรือไม่

6. การใช้ยาในการป้องกันปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ยากลุ่ม Acetylcholinesterase inhibitors และ memantine ได้รับการจดทะเบียนเป็นยาในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่ายาดังกล่าวอาจชะลอการเกิดปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ในผู้ป่วยสมองเสื่อมได้

การประเมินและดูแลเบื้องต้น

การประเมินติดตามปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์เบื้องต้นเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ และให้การดูแลเบื้องต้นแบบไม่ใช้ยา ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด ทบทวนการเจ็บป่วยทางกาย ยาที่ใช้ หาสิ่งกระตุ้นและเฝ้าระวังอาการเริ่มแรกของปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ดังกล่าวแล้ว ให้คำปรึกษาผู้ดูแลและครอบครัวถึงวิธีการดูแลต่างๆเบื้องต้น หาวิธีในการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน และติดตามประเมินผลของการให้การดูแลรักษาเบื้องต้นแบบไม่ใช้ยา

การรักษา

  • การดูแลรักษาแบบไม่ใช้ยา ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาแบบไม่ใช้ยาแบบใดที่อยู่ในระดับที่มีการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพระดับต่ำ เช่น การกระตุ้น การรู้คิด การแก้ไขพฤติกรรม การฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการดูแลรักษาแบบไม่ใช้ยา มักใช้ในผู้ป่วยสมองเสื่อมที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง ส่วนในผู้ป่วยสมองเสื่อมรุนแรงมีข้อมูลของการศึกษาโดยใช้สุคนธบำบัด (Aroma therapy) ดำตรีบำบัด และการกระตุ้นการรับรู้หมายมิติสำหรับการศึกษาบางอย่างได้ผลทั้งที่เกิดประโยชน์และไม่เกิดประโยชน์ ได้แก่ reminiscence therapy, validation therapy, simulated presence therapy, light therapy และ exercise สำหรับ animal assisted therapy (pet therapy) มีการศึกษาพบว่า ได้ประโยชน์ในการลดอาการพลุ่งพล่านกระวนกระวาย (agitation) นอกจากนั้น การเพิ่มการพบปะสังสรรค์กับผู้คน และการได้อยู่กับผู้ดูแลแบบตัวต่อตัว ก็อาจลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและพฤติกรรมที่เกิดจากความรู้สึกโดดเดี่ยวได้
  • การดูแลรักษาแบบใช้ยา ในบางครั้งผู้ป่วยอาจต้องได้รับยาในการรักษาปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ หลักการโดยทั่วไปคือ การพิจารณาเลือกใช้ยาในกรณีที่หาสาเหตุหรือแก้ไขสาเหตุไม่ได้ แต่ปัญหานั้นอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยหรือผู้อื่นและการรักษาโดยการไม่ใช้ยาไม่ได้ผลแล้วและพิจารณาผู้ป่วยเป็นรายๆไป

ระบบ

  • สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม (www.azthai.org) และเครือข่ายผู้สนใจและผู้ดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม คลินิกผู้สูงอายุ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆที่เผยแพร่ให้ความรู้ ทักษะเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ให้แก่ผู้ดูแลผู้ป่วย มีบริการสายด่วนโทรศัพท์ ให้คำปรึกษา แนะนำ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม เยี่ยมบ้าน ประเมินปัญหาและวางแผนให้ความช่วยเหลือ แนะนำการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ กิจกรรมประชุมวิชาการ จดหมายข่าวและเว็ปไซต์
  • ศูนย์บริการการดูแลแบบทดแทนชั่วคราว (Respite care center) ให้บริการแก่ครอบครัวที่ไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆนำผู้สูงอายุมาฝากดูแลชั่วคราว เพื่อให้ญาติผู้ดูแลได้พักผ่อนบ้างจากการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม
  • ศูนย์ดูแลเวลากลางวัน (Day Care Center) ให้บริการดูแลผู้ป่วยทำกิจกรรมต่างๆในเวลากลางวัน โดยผู้ป่วยไม่ได้พักค้างคืนที่ศูนย์เพื่อลดภาระของญาติ เนื่องจากต้องทำงานหรือมีกิจกรรมนอกบ้าน
  • ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่ครอบครัวคนหายควรไปติดต่อในกรณีผู้ป่วยหาย เพื่อติดตามคนหาย

ข้อดีของการดูแลรักษาแบบไม่ใช้ยา คือ เกิดผลข้างเคียงน้อย สามารถประยุกต์เข้ากับการดูแลชีวิตประจำได้ แต่ข้อเสียคือ ใช้เวลาค่อนข้างมาก ค่าใช้จ่ายสูง ต้องมีบุคลากรที่มีทักษะในการทำกิจกรรมกับผู้ป่วยและผู้ดูแลยังไม่ทราบผลระยะยาวเนื่องจากการศึกษาติดตามผล เพียงระยะสั้น และการศึกษาส่วนใหญ่ทำในกลุ่มประชากรจำนวนไม่มากนัก

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่