โลหิตจางชนิดขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 680,590 คน

ภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 หรือ B9 (ที่เรียกกันว่าโฟเลต) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดวิตามิน B12 จนทำให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายด้วยการใช้สารที่เรียกว่าฮีโมโกลบินมีขนาดใหญ่ผิดปกติจนไม่สามารถใช้การได้

ภาวะโลหิตจางคือคำเรียกภาวะที่ร่างกายมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ หรือมีความผิดปรกติของระดับฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแต่ละเซลล์

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ภาวะโลหิตจางมีอยู่หลายประเภท แต่ละประเภทจะเกิดมาจากสาเหตุที่ต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่นภาวะโลหิตจางชนิดขาดธาตุเหล็กที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่ได้รับธาตุเหล็กเพียงพอ

อาการของภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

ภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกายมากมายรวมไปถึงสุขภาพของระบบประสาทเช่นกัน

ภาวะขาดสารอาหารทั้งสองจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น: เหน็ดเหนื่อยรุนแรง ไม่มีแรง อวัยวะเหน็บชา ลิ้นปวดและแดง มีแผลในปาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง การมองเห็นมีปัญหา มีปัญหาทางจิตเวช เช่นเกิดภาวะซึมเศร้า มีปัญหาด้านความทรงจำ ความเข้าใจ และการตัดสินใจ

ปัญหาบางอย่างจากรายการข้างต้นสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต แม้จะไม่มีภาวะโลหิตจางก็ตาม

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

คุณควรไปพบแพทย์เมื่อคุณคาดว่าตนเองประสบกับภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต ภาวะนี้สามารถวินิจฉัยได้จากการสังเกตอาการและจากการตรวจเลือด

ควรต้องมีการวินิจฉัยและรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตอย่างเร่งด่วน เพราะว่าอาการหลายอย่างจะดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และเพื่อทำการรักษาภาวะต้นเหตุด้วยเช่นกัน ยิ่งคุณปล่อยให้มีอาการและไม่เข้ารับการรักษานานเท่าไร คุณจะมีความเสี่ยงต่อความเสียหายถาวรมากขึ้นเท่านั้น

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

สาเหตุของภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

มีภาวะปัญหามากมายที่สามารถก่อให้เกิดภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตได้ ดังนี้:

ภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12: ที่ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันของคุณเข้าโจมตีเซลล์สุขภาพดีในกระเพาะจนทำให้ร่างกายมิอาจดูดซับวิตามิน B12 จากอาหารได้

ขาดวิตามินที่อยู่ในอาหาร: เป็นภาวะที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะหากคุณทานอาหารมังสวิรัติ หรือคุณทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการเป็นเวลานาน

การใช้ยา: ยาบางประเภทอย่างยาต้านชัก และ proton pump inhibitors (PPI) สามารถส่งผลต่อการดูดซับวิตามินในร่างกายได้

การรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

กรณีผู้ป่วยภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตส่วนมากจะสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดหรือทานยาเสริมวิตามินที่พร่องไป

อาหารเสริมวิตามิน B12 มักจะให้ด้วยการฉีดเข้าเส้นเลือดก่อน และจากนั้นแพทย์อาจจะให้คุณทานยา B12 ระหว่างมื้ออาหารแต่ละมื้อหรือการฉีดยาเป็นประจำซึ่งขึ้นอยู่กับว่าภาวะขาดวิตามิน B12 ของคุณเกิดจากการขาดสารอาหารหรือไม่

กรดโฟลิกชนิดเม็ดที่ใช้เพื่อฟื้นฟูระดับโฟลิกในร่างกายมักจะกำหนดให้ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน

บางกรณี การปรับเปลี่ยนอาหารการกินสามารถรักษาและป้องกันอาการซ้ำได้ โดยวิตามิน B12 พบได้ในเนื้อ ปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์จำพวกนม สารสกัดจากยีสต์ และอาหารเสริมต่าง ๆ ส่วนอาหารที่มีโฟลิกคือผักใบเขียวต่าง ๆ เช่นบล็อกโครี่ ถั่ว กะหล่ำดาว เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

ภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต (ทั้งแบบที่มีภาวะโลหิตจางร่วมด้วยกับที่ไม่มี) สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะหากคุณประสบกับภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว

ภาวะแทรกซ้อนที่คุณเสี่ยงมีดังนี้: ปัญหาที่ระบบประสาท ภาวะไม่สามารถมีบุตรได้ชั่วคราว ภาวะหัวใจต่าง ๆ ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์และความผิดปกติแต่กำเนิดของเด็ก

ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างจะดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม แต่บางอย่างเช่นปัญหาที่ระบบประสาทอาจจะส่งผลถาวรได้

อาการของภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

ภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตจะก่อให้เกิดอาการมากมาย ซึ่งมักจะค่อย ๆ ปรากฏออกมาและจะทรุดลงเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษา

ภาวะโลหิตจางคือภาวะที่ร่างกายจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ หรือคุณมีปริมาณของสารฮีโมโกลบินผิดปกติ โดยอาการของภาวะโลหิตจางมีดังนี้: เหน็ดเหนื่อยรุนแรง หมดแรง หายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนจะเป็นลม ปวดศีรษะ ผิวซีดเซียว สามารถสังเกตถึงการเต้นของหัวใจได้ หูอื้ออึง ไม่อยากอาหารและน้ำหนักลด

อาการของภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

หากคุณมีภาวะโลหิตจางที่เกิดจากภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต คุณอาจจะมีอาการตามหัวข้อข้างบนร่วมกับอาการต่อไปนี้ได้: ผิวหนังมีสีเหลืองจาง ๆ ซีด ๆ ปวดลิ้น และมีลิ้นแดง มีแผลในปาก เหน็บชา ลักษณะการเดินหรือเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป การมองเห็นถูกรบกวน ฉุนเฉียว ความสามารถทางจิตถดถอย เช่นปัญหาความทรงจำ การทำความเข้าใจ และการตัดสินใจ

อาการบางอย่างข้างต้นสามารถเกิดกับผู้ที่มีภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตที่ไม่มีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย

อาการของภาวะขาดโฟเลต

นอกจากอาการของผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจางร่วมด้วยแล้ว ผู้ที่ป่วยจากภาวะขาดโฟเลตจะมีอาการดังนี้: ประสาทรับรสลดลง ท้องร่วง ชาที่เท้าและมือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะซึมเศร้า

สาเหตุของภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

ภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดวิตามินตัวใดตัวหนึ่งจากสองตัวนี้ไปจนส่งผลต่อการความสามารถในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงของร่างกาย

เซลล์เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย โดยผู้ป่วยภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตส่วนมากจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงใหญ่กว่าปกติ

ภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตสามารถเกิดมาจากปัญหาหลากหลายอย่าง ซึ่งมีดังนี้:

สาเหตุของภาวะขาดวิตามิน B12

โลหิตจางชนิดรุนแรง

ภาวะโลหิตจางชนิดรุนแรงเป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่ส่งผลที่กระเพาะ ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองหมายถึงว่าระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (ที่ปกติมีหน้าที่ต่อสู้กับโรคภัยและการติดเชื้อ) เข้าโจมตีเซลล์ร่างกายสุขภาพดีแทน

ภายในกระเพาะ วิตามิน B12 จะรวมเข้ากับโปรตีน intrinsic factor ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าในร่างกาย ณ ส่วนของลำไส้ที่เรียกว่า distal ileum

ภาวะโลหิตจางชนิดรุนแรงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเข้าโจมตีเซลล์ในกระเพาะที่ใช้ผลิต intrinsic factor ซึ่งหมายความว่าร่างกายจะไม่สามารถดูดซับวิตามิน B12 ได้

สาเหตุของภาวะโลหิตจางชนิดรุนแรงยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ภาวะนี้มักจะพบกับผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปีที่สุด อีกทั้งมักจะเกิดกับผู้ที่มีสมาชิกในสายครอบครัวเคยเป็นภาวะนี้กับผู้ที่ป่วยเป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอยู่ก่อน เช่นโรคแอดดิสันหรือโรคด่างขาว เป็นต้น

อาหาร

ผู้ป่วยภาวะขาดวิตามิน B12 บางรายจะเริ่มมีภาวะขึ้นจากการที่ร่างกายไม่ได้รับวิตามิน B12 ที่เพียงพอต่อการใช้งานจากอาหาร

อาหารที่มีวิตามิน B12 เช่นเนื้อ ปลา และผลิตภัณฑ์จากนมวัว ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับประทานอาหารจำพวกนี้เป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดวิตามินอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นมังสวิรัติหรือผู้ที่มีนิสัยชอบทานอาหารที่ไม่ดีสุขภาพ

วิตามิน B12 ที่สะสมในร่างกายจะสามารถกักเก็บอยู่ได้ประมาณสองถึงสี่ปี ดังนั้นภาวะนี้จึงใช้เวลานานกว่าจะก่อตัวขึ้น

ภาวะที่ส่งผลต่อกระเพาะอาหาร

ภาวะที่กระเพาะอาหารหรือหัตถกรรมกระเพาะอาหารบางประเภทอาจส่งผลถึงการดูดซึมวิตามิน B12 ของร่างกายได้ ยกตัวอย่างเช่นการผ่าตัดกระเพาะอาหาร (หัตถการที่นำบางส่วนของกระเพาะออก) จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดวิตามิน B12

ภาวะที่ส่งผลต่อลำไส้

ภาวะที่ลำไส้บางอย่างอาจทำให้กิจกรรมดูดซับวิตามิน B12 ของร่างกายถูกระงับไปได้ ยกตัวอย่างเช่นโรคโครห์น (ภาวะการอักเสบของพนังเยื่อบุระบบย่อยอาหารระยะยาว) เป็นต้น

การใช้ยา

ยาบางประเภทสามารถลดปริมาณวิตามิน B12 ของร่างกายลงได้ ยกตัวอย่างเช่น proton pump inhibitors (PPIs): ยาที่บางครั้งก็ใช้ในการรักษาภาวะอาหารไม่ย่อย โดย PPI จะไปยับยั้งกระบวนการผลิตกรดในกระเพาะที่จำเป็นต่อการปลดปล่อยวิตามิน B12 จากอาหารที่คุณทานเข้าไป

แพทย์ต่างตระหนักถึงผลของยาเหล่านี้ที่มีต่อระดับวิตามิน B12 ดี และจะทำการสอดส่องการใช้ยากับอาการของคุณตลอดตามความจำเป็น

ภาวะขาดวิตามิน B12 จากการทำงานของร่างกาย

ผู้ป่วยภาวะขาดวิตามิน B12 บางรายอาจประสบกับปัญหาจากภาวะนี้โดยที่มีระดับวิตามิน B12 ในเลือดปกติก็ได้

ภาวะความผิดปกติเช่นนี้ถูกเรียกว่าภาวะขาดวิตามิน B12 จากการทำงานของร่างกาย ที่ซึ่งมีปัญหาที่โปรตีนที่ใช้ขนส่งวิตามิน B12 ระหว่างเซลล์เกิดความซับซ้อนทางประสาทที่เกี่ยวข้องกับไขสันหลัง

สาเหตุของภาวะขาดโฟเลต

โฟเลตละลายในน้ำทำให้ร่างกายไม่สามารถกักเก็บโฟเลตไว้ในร่างกายเป็นเวลานานได้ ร่างกายจึงต้องการโฟเลตใหม่เติมเข้าไปให้เพียงพอต่อการใช้งานหรือสำรองไว้ประมาณสี่เดือน

เช่นเดียวกับภาวะโลหิตจางจากเหตุขาดวิตามิน B12 ภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลตสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกันดังนี้:

อาหาร

แหล่งของโฟเลตในอาหารที่ดีคือบล็อกโคลี่ กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว และข้าวสีน้ำตาล หากคุณไม่รับประทานอาหารเหล่านี้คุณอาจจะประสบกับภาวะขาดโฟเลตได้

ภาวะขาดโฟเลตเกิดจากการที่ร่างกายไม่ได้รับโฟเลตจากอาหารและมักเกิดขึ้นกับผู้ที่รับประทานอาหารไม่สมดุลผิดหลักสุขภาพ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก และผู้ที่ชอบทานอาหารขยะที่ไม่ใช่แหล่งโฟเลตที่ดี

การดูดซึมของอาหารทางลำไส้ไม่ปรกติ

บางครั้งร่างกายของคุณก็ไม่สามารถดูดซับโฟเลตจากอาหารได้ดีเท่าที่ควรเนื่องจากภาวะสุขภาพที่ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร เช่นโรคแพ้กลูเตน

การปัสสาวะมากเกิน

คุณจะสูญเสียโฟเลตในร่างกายมากเกินหากคุณปัสสาวะบ่อย ๆ อันเป็นผลมาจากภาวะป่วยที่ส่งผลต่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของคุณเช่น: ภาวะหัวใจล้มเหลว: ที่ซึ่งหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ ตับเสียหายเฉียบพลัน: เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปบ่อยครั้ง การฟอกไตระยะยาว: ที่ซึ่งมีการใช้เครื่องจักรทำงานชดเชยไตเพื่อกรองของเสียออกจากเลือด

การใช้ยา

ยาบางประเภทจะไปลดปริมาณโฟเลตในร่างกายของคุณลง หรือทำให้ร่างกายดูดซับโฟเลตได้ยากขึ้น ซึ่งมีทั้งยาต้านชัก ยาโคเลสไทรามิน ซัลฟาซาลาซิน และเมโททรีเซต

แพทย์จะตระหนักดีถึงผลของยาเหล่านี้ที่มีผลต่อระดับโฟเลตของคุณและจะคอยสอดส่องอาการของคุณอย่างใกล้ชิดหากจำต้องใช้ยาประเภทนี้

สาเหตุอื่น ๆ

ร่างกายของคุณอาจต้องการโฟเลตมากกว่าปกติ ซึ่งหากคุณไมได้รับโฟเลตที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอาจทำให้คุณประสบกับภาวะขาดโฟเลตได้

ร่างกายอาจต้องการโฟเลตมากขึ้นกว่าปกติหากว่าคุณ: กำลังตั้งครรภ์ เป็นมะเร็ง มีความผิดปรกติของเลือด เช่นโรคโลหิตจางเม็ดเลือดรูปเคียว (ภาวะผิดปรกติของเม็ดเลือดที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเติบโตขึ้นอย่างผิดปกติ) กำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือภาวะสุขภาพอื่นที่ทำให้เกิดภาวะอักเสบอยู่ (อาการแดงและบวม)

เด็กที่คลอดก่อนกำหนด (คลอดก่อนจะมีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์) จะมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดโฟเลตมาก เพราะร่างกายยังคงกำลังพัฒนาอยู่ทำให้ต้องการโฟเลตมากขึ้น

การตั้งครรภ์

หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือกำลังพยายามมีบุตร แนะนำว่าคุณควรทานยาเม็ดเสริมกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมทุกวันจนกว่าคุณจะมีอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้ทารกและตัวคุณได้รับโฟเลตเพียงพอต่อการเจริญเติบโต

แพทย์สามารถจ่ายกรดโฟลิกแบบเม็ดแก่คุณ หรือคุณสามารถซื้อยาประเภทนี้จากร้านขายยาหรือร้านค้าต่าง ๆ ได้

หากคุณตั้งครรภ์และมีภาวะสุขภาพที่กล่าวไปข้างต้น ร่างกายของคุณอาจต้องการโฟเลตมากกว่านี้ แพทย์จะเป็นคนคอยสอดส่องสภาวะร่างกายของคุณอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง

บางกรณีคุณอาจต้องได้รับกรดโฟลิตที่ขนาดสูงกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่นหากคุณเป็นเบาหวาน คุณควรทานอาหารเสริมกรดโฟลิก 5mg แทนที่จะเป็น 400 ไมโครกรัม

การวินิจฉัยภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตได้จากการสังเกตอาการและผลการตรวจเลือดของคุณ

การตรวจเลือด

จะมีการตรวจเลือดประเภทต่าง ๆ เพื่อหาสัญญาณของภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต ซึ่งการทดสอบจะใช้เพื่อตรวจ: ว่าคุณมีระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติหรือไม่ ว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงของคุณมีขนาดใหญ่กว่าปกติหรือไม่ ระดับวิตามิน B12 ในเลือด ระดับโฟเลตในเลือด

กระนั้นบางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับระดับของวิตามินหรือโฟเลตโดยที่ไม่มีอาการใด ๆ ก็ได้ จึงเป็นเหตุให้แพทย์ต้องใช้วิธีสังเกตอาการต่าง ๆ ของคุณประกอบการวินิจฉัยด้วย

การตรวจเลือดเพื่อหาระดับวิตามิน B12 ที่ทั่วโลกต่างใช้อยู่ยังคงมีจุดด้อยอยู่นั่นคือเป็นกระบวนการตรวจที่สามารถวัดได้เพียงปริมาณวิตามิน B12 ทั้งหมดในเลือดของคุณเท่านั้น

หมายความว่าการตรวจประเภทนี้จะสามารถตรวจพบได้ทั้ง “active” ที่แปลว่าร่างกายสามารถใช้วิตามิน B12 ในเลือดได้ กับ “inactive” ที่มีความหมายตรงกันข้าม หากปริมาณวิตามินในเลือดของคุณเป็น “inactive” การตรวจเลือดครั้งนั้นจะแสดงให้เห็นว่าคุณมีระดับวิตามิน B12 ปกติแม้ว่าร่างกายจะไม่สามารถใช้วิตามินนี้ได้ทั้งหมด

สถานพยาบาลบางแห่งจะมีการตรวจเลือดเพื่อหาระดับวิตามิน B12 แบบอื่น ๆ อยู่ ซึ่งมีค่อนข้างน้อยที่

การหาสาเหตุการเกิดภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

หากแพทย์วินิจฉัยจากอาการและผลตรวจเลือดของคุณและพบว่าคุณมีภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต แพทย์จะจัดการทดสอบต่อไปเพื่อหาสาเหตุการเกิดภาวะขึ้น หากพบสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้แพทย์เลือกใช้การรักษาที่เหมาะสมที่สุดได้ ยกตัวอย่างเช่น จากผลการตรวจเลือดแสดงให้เห็นว่าคุณมีภาวะโลหิตจางชนิดร้ายแรง ที่ซึ่งเป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองจนทำให้คุณไม่สามารถดูดซับวิตามิน B12 จากอาหารได้ เป็นต้น

การส่งตัวพบผู้เชี่ยวชาญ

คุณอาจถูกส่งตัวไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการทดสอบและรักษาเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็น:

แพทย์ระบบโลหิตวิทยา: หากคุณมีภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 กับโฟเลต และแพทย์ไม่มั่นใจกับสาเหตุของภาวะ คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือมีอาการที่บ่งชี้ว่าระบบประสาทของคุณได้รับผลกระทบด้วย

แพทย์วิทยาทางเดินอาหาร: หากแพทย์คาดการณ์ว่าคุณไม่ได้รับวิตามินกับโฟเลตเพียงพอเนื่องจากปัญหาที่ระบบย่อยอาหาร

นักโภชนาการ: หากแพทย์คาดการณ์ว่าภาวะขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตของคุณเกิดจากการที่คุณไม่ได้รับประทานอาหารที่เหมาะสม

นักโภชนาการจะสามารถจัดแผนการรับประทานอาหารตามกรณีบุคคลได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณวิตามิน B12 หรือโฟเลตในมื้ออาหารของคุณ

การรักษาภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

การรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12 กับโฟเลตจะขึ้นอยู่กับว่าอะไรเป็นสาเหตุของภาวะนั้น ๆ ผู้ป่วยส่วนมากจะสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดหรือทานยาเสริมวิตามินที่ขาดหายไป

การรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามิน B12

การรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามินจะสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดวิตามิน B12 ในรูปที่เรียกว่าไฮโดรโซโคบาลามิน

ในตอนแรก คุณจะถูกฉีดยาดังกล่าววันเว้นวันต่อเนื่องนานสองสัปดาห์ หรือจนกว่าอาการหยุดพัฒนาขึ้น

หลังจากการฉีดยาข้างต้น แผนการรักษาจะเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะขาดวิตามิน B12

สาเหตุที่มาจากอาหารการกิน

หากภาวะโลหิตจางชนิดขาดวิตามินของคุณเกิดจากการไม่ได้รับวิตามินที่อยู่ในอาหาร คุณอาจจะได้รับยาวิตามิน B12 มาทานทุกวันระหว่างแต่ละมื้อ หรืออีกวิธีคือการเข้ารับการฉีดไฮโดรโซโคบาลามินสองครั้งต่อปี

ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเพิ่มแหล่งวิตามิน B12 เข้าไปในมื้ออาหารของตนเองได้อย่างเช่นผู้ที่เป็นมังสวิรัติอาจต้องทานวิตามิน B12 ชนิดเม็ดไปตลอดชีวิต

ในบางกรณี (มักไม่เกิดขึ้น) ผู้ป่วยภาวะขาดวิตามิน B12 ที่เกิดจากการขาดสารอาหารอาจถูกแนะนำให้หยุดทานยาเมื่อระดับวิตามิน B12 ในร่างกายกลับสู่ระดับปกติและนิสัยการรับประทานอาหารดีขึ้น

โดยอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน B12 มีดังนี้: เนื้อ ปลาแซลมอนกับปลาหิมะ ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่น ๆ

หากคุณเป็นมังสวิรัติ หรือกำลังมองหาแหล่งอาหารชดเชยเนื้อกับนม ก็มีอาหารอีกมากที่มีวิตามิน B12 อยู่ อย่างเช่นสารสกัดจากยีสต์ ธัญญาหารบางประเภท และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เป็นต้น คุณควรทำการตรวจสอบฉลากโภชนาการของสินค้าแต่ละชนิดก่อนเลือกซื้อเพื่อหาปริมาณความแตกต่างของวิตามิน B12 ที่เป็นส่วนประกอบ

สาเหตุที่ไม่ได้มาจากอาหารการกิน

หากภาวะขาดวิตามิน B12 ของคุณไมได้เกิดจากการขาดอาหาร คุณก็จะต้องได้รับการฉีดไฮโดรโซโคบาลามินทุก ๆ สามเดือนไปตลอดชีวิต

หากคุณมีอาการทางระบบประสาท (อาการที่ระบบประสาทเช่นอาการชาที่มือและเท้า) ที่เกิดจากภาวะขาดวิตามิน B12 คุณต้องไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเลือดและอาจต้องเข้ารับการฉีดยาทุก ๆ สองเดือน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แจ้งระยะเวลาที่คุณต้องเข้ารับการฉีดยาอีกที

สำหรับการฉีดวิตามิน B12 นั้น มักจะใช้ไฮโดรโซโคบาลามินแทนยาที่เรียกว่าไซอะโนโคบาลามินเพราะว่าไฮโดรโซโคบาลามินจะคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่า

หากคุณจำต้องเข้ารับการฉีดวิตามิน B12 เป็นประจำ อาจจะมีการใช้ยาไซอะโนโคบาลามินหนึ่งครั้งต่อเดือน ส่วนไฮโดรโซโคบาลามินอาจจะให้ทุก ๆ สามเดือนก็ได้

การฉีดไซอะโนโคบาลามินมักไม่ค่อยดำเนินการกันบางประเทศ แต่หากคุณจำต้องชดเชยวิตามิน B12 ด้วยการทานยา ยาที่ใช้มักจะเป็นไซอะโนโคบาลามิน

การรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลต

การรักษาภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลตนั้นแพทย์มักจะจ่ายยากรดโฟลิกเพื่อให้ร่างกายของคุณสะสมระดับโฟเลตขึ้น อีกทั้งยังอาจมีคำแนะนำให้คุณเพิ่มปริมาณการทานโฟเลตอีกด้วย

อาหารที่เป็นแหล่งของโฟเลตมีดังนี้: บล็อกโคลี่ กะหล่ำดาว หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว ข้าวสีน้ำตาล

ผู้ป่วยส่วนมากจะถูกกำหนดให้ทานกรดโฟลิกประมาณสี่เดือน แต่หากยังมีภาวะสุขภาพที่ทำให้ภาวะภาวะโลหิตจางชนิดขาดโฟเลตดำเนินต่อไป คุณอาจต้องทานกรดโฟลิกในระยะเวลาที่นานกว่านั้น หรืออาจจะตลอดชีวิต

ก่อนที่คุณจะเริ่มทานกรดโฟลิก แพทย์จะตรวจระดับวิตามิน B12 ว่าอยู่ในระดับปรกติหรือไม่ เนื่องจากว่าการรักษาด้วยกรดโฟลิกในบางกรณีอาจทำให้เกิดอาการของภาวะขาดวิตามิน B12 ขึ้น หากไม่ทำการตรวจหาหรือรักษาภาวะขาดวิตามิน B12 ก่อนจะทำให้การรักษาส่งผลต่อระบบประสาทของคุณได้

การสอดส่องสภาวะของคุณ

เพื่อให้แพทย์มั่นใจว่าการรักษาได้ผล คุณต้องเข้ารับการตรวจเลือดเพิ่มเติมซึ่งมักจะเป็นช่วงระหว่างวันที่ 10-14 วันหลังเริ่มการรักษาเพื่อประเมินประสิทธิผลของการรักษา การตรวจเลือดนี้จะมีเพื่อตรวจหาระดับฮีโมโกลบินและจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ยังโตไม่เต็มที่

จะมีการตรวจเลือดอีกครั้งหลังจากระยะเวลาประมาณแปดสัปดาห์หลังเริ่มการรักษาเพื่อยืนยันประสิทธิผลของการรักษา

หากคุณกำลังทานกรดโฟลิกอยู่ คุณอาจต้องเข้ารับการทดสอบอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดการรักษา (มักจะเป็นช่วงเวลาหลังจากสี่เดือน)

ผู้ป่วยภาวะขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลตจะไม่จำเป็นต้องถูกสอดส่องอาการอีกนอกจากจะมีอาการกลับมาหรือการรักษาไม่สำเร็จ คุณอาจต้องทำการตรวจเลือดประจำปีเพื่อตรวจสอบว่าภาวะนี้กลับมาหรือไม่

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12

กรณีผู้ป่วยภาวะขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลตส่วนมากจะตอบสนองต่อการรักษาง่าย ๆ ได้ดีจนทำให้ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ภาวะแทรกซ้อนก็สามารถเกิดขึ้นได้บ้างโดยเฉพาะหากคุณมีภาวะขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลตมาเป็นเวลานานแล้ว

ภาวะแทรกซ้อนจากโลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตามสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจกับปอดได้

สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นภาวะโลหิตจางรุนแรงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปนี้: ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะขาดวิตามิน B12

การเปลี่ยนแปลงทางประสาทวิทยา

เมื่อร่างกายขาดแคลนวิตามิน B12 จะทำให้เกิดปัญหากับประสาทต่าง ๆ เช่น: ปัญหาการมองเห็น สูญเสียความทรงจำ เหน็บชา สูญเสียการประสานงานของอวัยวะจนทำให้เดินหรือพูดลำบาก ความเสียหายที่ระบบประสาทบางส่วน โดยเฉพาะที่ขา

หากปัญหาทางประสาทเหล่านี้เกิดขึ้นมา มักจะไม่สามารถแก้ไขได้

ภาวะมีบุตรยาก

ภาวะขาดวิตามิน B12 สามารถก่อให้เกิดภาวะมีบุตรยากชั่วคราวได้ ซึ่งภาวะนี้มักจะดีขึ้นหากได้รับการรักษาคืนค่าวิตามิน B12 อย่างเหมาะสม

มะเร็งกระเพาะอาหาร

หากคุณมีภาวะขาดวิตามิน B12 ที่เกิดจากภาวะโลหิตจางชนิดร้ายแรง ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหารจะเพิ่มขึ้น

ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด

หากคุณกำลังตั้งครรภ์และไม่ได้รับวิตามิน B12 อย่างเพียงพอ จะทำให้ความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดมาพร้อมกับภาวะหลอดประสาทไม่ปิดเพิ่มขึ้น โดยหลอดประสาทคือช่องแคบที่เกิดขึ้นมาระหว่างสมองกับไขสันหลัง

ยกตัวอย่างภาวะหลอดประสาทไม่ปิดมีดังนี้: ภาวะความบกพร่องของกระดูกสันหลัง: ที่ซึ่งกระดูกสันหลังของทารกไม่เติบโตเต็มที่ ภาวะมนุษย์กบ: ที่ซึ่งทารกเกิดมาโดยไม่มีสมองกับกะโหลกบางส่วน ภาวะงวงช้าง: ที่ซึ่งเมมเบรนหรือถุงที่มีผิวหนังปกคลุมที่ห่อหุ้มส่วนของสมองผลักตัวออกไปยังรูภายในกะโหลก

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะขาดโฟเลต

ภาวะมีบุตรยาก

เช่นเดียวกับภาวะขาดวิตามิน B12 ภาวะขาดโฟเลตก็สามารถส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรของคุณได้เช่นกัน ซึ่งภาวะมีบุตรยากจากสาเหตุนี้มักจะเป็นภาวะชั่วคราวและจะหายไปเองหากได้รับอาหารเสริมโฟเลต

โรคหัวใจและหลอดเลือด

งานวิจัยพบว่าเมื่อร่างกายขาดแคลนโฟเลต คุณจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น (CVD) CVD เป็นคำเรียกโรคที่เกิดกับหัวใจหรือหลอดเลือดโดยรอบ เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ (CHD)

มะเร็ง

งานวิจัยพบว่าภาวะขาดโฟเลตจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิด เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

ปัญหาเกี่ยวกับการคลอดบุตร

การขาดโฟเลตระหว่างตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดบุตรก่อนกำหนด (ก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์) หรือทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยได้

อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดที่ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงที่รกเริ่มไหลออกจากมดลูกจนทำให้เกิดอาการปวดท้องและมีเลือดออกจากช่องคลอด

ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด

เช่นเดียวกับภาวะขาดวิตามิน B12 การขาดโฟเลตก็สามารถส่งผลต่อเด็กทารกที่กำลังเจริญเติบโตในครรภ์ได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เท้าเหน็บชา เป็นบ่อยมาก เกิดจากขาดวิตามินหรือปล่าวค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่